<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>รองเท้าสุขภาพ &#8211; bkkhealthcare</title>
	<atom:link href="https://bkkhealthcare.com/category/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://bkkhealthcare.com</link>
	<description>แค่เว็บเวิร์ดเพรสเว็บหนึ่ง</description>
	<lastBuildDate>Sun, 15 Jun 2025 14:26:34 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.5</generator>
	<item>
		<title>รองเท้า ยิ่งนุ่ม ยิ่งดี จริงหรือ</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1-%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin BkkHealthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 15 Jun 2025 14:26:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รองเท้าสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[รองเท้า ยิ่งนุ่ม ยิ่งดี จริงหรือ]]></category>
		<category><![CDATA[รองเท้านุ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[รองเท้านุ่มดีจริงหรือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=1134</guid>

					<description><![CDATA[รองเท้า ยิ่งนุ่ม ยิ่งดี จริงหรือ? เจาะลึกความเชื่อยอดฮิต กับข้อเท็จจริงทางสุขภาพที่คุณควรรู้ Table of Content รองเท้านุ่ม คืออะไร? ทำไมผู้คนจึงเชื่อว่า “รองเท้านุ่ม” คือรองเท้าสุขภาพ รองเท้านุ่มทุกคู่ดีเสมอไปหรือไม่? ปัจจัยที่ควรพิจารณานอกเหนือจากความนุ่ม รองเท้านุ่มเกินไป อาจเป็นภัยเงียบของเท้า วิธีเลือก “รองเท้าที่ใช่” ให้ตรงกับสรีระของคุณ ตัวอย่างรองเท้าที่สมดุลระหว่างความนุ่มและการซัพพอร์ต บทสรุป: รองเท้า ยิ่งนุ่ม ยิ่งดี จริงหรือ? 1. รองเท้านุ่ม คืออะไร? รองเท้านุ่ม คือรองเท้าที่มีวัสดุพื้นรองเท้า (Midsole และ Insole) ทำจากโฟมหนา เจล หรือเมมโมรี่โฟม ที่ให้ความรู้สึกยืดหยุ่นนุ่มเท้าเมื่อสัมผัส มีการดูดซับแรงกระแทกได้ดี ลดแรงกดที่ฝ่าเท้าเมื่อเดินหรือยืน 🎯 ความนุ่มเหล่านี้ให้ความรู้สึก “สบาย” และมักถูกมองว่าเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน 2. ทำไมผู้คนจึงเชื่อว่า “รองเท้านุ่ม” คือรองเท้าสุขภาพ เพราะ “ความรู้สึกแรก” ที่เท้าได้รับเมื่อสวมใส่คือความผ่อนคลาย แต่หลายคนยังเข้าใจผิดว่า “นุ่มมาก = [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h1 data-start="273" data-end="310">รองเท้า ยิ่งนุ่ม ยิ่งดี จริงหรือ?</h1>
<p data-start="311" data-end="373"><strong data-start="311" data-end="373">เจาะลึกความเชื่อยอดฮิต กับข้อเท็จจริงทางสุขภาพที่คุณควรรู้</strong></p>
<h2 data-start="380" data-end="401">Table of Content</h2>
<ol data-start="402" data-end="768">
<li data-start="402" data-end="427">
<p data-start="405" data-end="427">รองเท้านุ่ม คืออะไร?</p>
</li>
<li data-start="428" data-end="484">
<p data-start="431" data-end="484">ทำไมผู้คนจึงเชื่อว่า “รองเท้านุ่ม” คือรองเท้าสุขภาพ</p>
</li>
<li data-start="485" data-end="523">
<p data-start="488" data-end="523">รองเท้านุ่มทุกคู่ดีเสมอไปหรือไม่?</p>
</li>
<li data-start="524" data-end="567">
<p data-start="527" data-end="567">ปัจจัยที่ควรพิจารณานอกเหนือจากความนุ่ม</p>
</li>
<li data-start="568" data-end="613">
<p data-start="571" data-end="613">รองเท้านุ่มเกินไป อาจเป็นภัยเงียบของเท้า</p>
</li>
<li data-start="614" data-end="665">
<p data-start="617" data-end="665">วิธีเลือก “รองเท้าที่ใช่” ให้ตรงกับสรีระของคุณ</p>
</li>
<li data-start="666" data-end="723">
<p data-start="669" data-end="723">ตัวอย่างรองเท้าที่สมดุลระหว่างความนุ่มและการซัพพอร์ต</p>
</li>
<li data-start="724" data-end="768">
<p data-start="727" data-end="768">บทสรุป: รองเท้า ยิ่งนุ่ม ยิ่งดี จริงหรือ?</p>
</li>
</ol>
<h2 data-start="775" data-end="801">1. <a href="https://talon.co.th/" target="_blank" rel="noopener">รองเท้า</a>นุ่ม คืออะไร?</h2>
<p data-start="803" data-end="1003">รองเท้านุ่ม คือรองเท้าที่มีวัสดุพื้นรองเท้า (Midsole และ Insole) ทำจากโฟมหนา เจล หรือเมมโมรี่โฟม ที่ให้ความรู้สึกยืดหยุ่นนุ่มเท้าเมื่อสัมผัส มีการดูดซับแรงกระแทกได้ดี ลดแรงกดที่ฝ่าเท้าเมื่อเดินหรือยืน</p>
<blockquote data-start="1005" data-end="1094">
<p data-start="1007" data-end="1094">🎯 ความนุ่มเหล่านี้ให้ความรู้สึก “สบาย” และมักถูกมองว่าเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน</p>
</blockquote>
<h2 data-start="1101" data-end="1158">2. ทำไมผู้คนจึงเชื่อว่า “รองเท้านุ่ม” คือรองเท้าสุขภาพ</h2>
<p data-start="1160" data-end="1248">เพราะ “ความรู้สึกแรก” ที่เท้าได้รับเมื่อสวมใส่คือความผ่อนคลาย แต่หลายคนยังเข้าใจผิดว่า</p>
<blockquote data-start="1249" data-end="1368">
<p data-start="1251" data-end="1368">“นุ่มมาก = ดีต่อเท้าเสมอไป”<br data-start="1278" data-end="1281" />ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ความนุ่มอาจไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่บ่งชี้ถึงความเหมาะสมกับสุขภาพเท้า</p>
</blockquote>
<h2 data-start="1375" data-end="1414">3. รองเท้านุ่มทุกคู่ดีเสมอไปหรือไม่?</h2>
<p data-start="1416" data-end="1600">คำตอบคือ <strong data-start="1425" data-end="1440">“ไม่เสมอไป”</strong><br data-start="1440" data-end="1443" />รองเท้าที่นุ่มมากเกินไปโดยไม่มีโครงสร้างรองรับที่ดี อาจทำให้การจัดระเบียบเท้าเสียสมดุล ส่งผลต่อท่าทางการเดิน การลงน้ำหนัก และกล้ามเนื้อรอบข้อเท้าโดยไม่รู้ตัว</p>
<h3 data-start="1602" data-end="1641">ตัวอย่างผลเสียจากรองเท้านุ่มเกินไป:</h3>
<ul data-start="1643" data-end="1790">
<li data-start="1643" data-end="1685">
<p data-start="1645" data-end="1685">ทำให้ <strong data-start="1651" data-end="1670">อุ้งเท้า (Arch)</strong> ขาดการซัพพอร์ต</p>
</li>
<li data-start="1686" data-end="1746">
<p data-start="1688" data-end="1746">เกิดการ “ยวบ” ในการเดิน ทำให้กล้ามเนื้อเท้าทำงานหนักเกินไป</p>
</li>
<li data-start="1747" data-end="1790">
<p data-start="1749" data-end="1790">ส่งผลต่อ “แนวกระดูก” จากเท้าขึ้นไปถึงหลัง</p>
</li>
</ul>
<h2 data-start="1797" data-end="1841">4. ปัจจัยที่ควรพิจารณานอกเหนือจากความนุ่ม</h2>
<h3 data-start="1843" data-end="1885">✅ 1. ซัพพอร์ตอุ้งเท้า (Arch Support)</h3>
<p data-start="1886" data-end="1995">รองเท้าที่ดีควรมีโครงสร้างซัพพอร์ตส่วนอุ้งเท้าให้เหมาะกับรูปเท้าของแต่ละคน เช่น เท้าแบน เท้าปกติ หรือเท้าโก่ง</p>
<h3 data-start="1997" data-end="2045">✅ 2. ความมั่นคงของส้นเท้า (Heel Stability)</h3>
<p data-start="2046" data-end="2113">ต้องมีแผ่นรองรับส้นเท้าอย่างมั่นคง เพื่อไม่ให้ข้อเท้าบิดระหว่างเดิน</p>
<h3 data-start="2115" data-end="2145">✅ 3. ความยืดหยุ่นที่พอดี</h3>
<p data-start="2146" data-end="2232">พื้นรองเท้าควรมีความยืดหยุ่นเฉพาะจุด เช่น บริเวณหน้าเท้า ไม่ควรงอทั้งพื้นได้ง่ายเกินไป</p>
<h3 data-start="2234" data-end="2255">✅ 4. น้ำหนักเบา</h3>
<p data-start="2256" data-end="2303">รองเท้าควรเบาเพื่อไม่สร้างภาระให้ข้อเท้าและเข่า</p>
<h2 data-start="2310" data-end="2356">5. รองเท้านุ่มเกินไป อาจเป็นภัยเงียบของเท้า</h2>
<p data-start="2358" data-end="2465">หลายคนเจอปัญหาปวดฝ่าเท้าโดยไม่ทราบสาเหตุ แท้จริงแล้วเกิดจาก “รองเท้านุ่มเกินไป” จนขาดการพยุงที่เหมาะสม เช่น</p>
<ul data-start="2467" data-end="2587">
<li data-start="2467" data-end="2514">
<p data-start="2469" data-end="2514"><strong data-start="2469" data-end="2512">ปวดอุ้งเท้าเรื้อรัง (Plantar Fasciitis)</strong></p>
</li>
<li data-start="2515" data-end="2553">
<p data-start="2517" data-end="2553"><strong data-start="2517" data-end="2539">ภาวะ Overpronation</strong> (เท้าล้มใน)</p>
</li>
<li data-start="2554" data-end="2587">
<p data-start="2556" data-end="2587"><strong data-start="2556" data-end="2587">เข่าหรือสะโพกเจ็บเวลายืนนาน</strong></p>
</li>
</ul>
<blockquote data-start="2589" data-end="2695">
<p data-start="2591" data-end="2695">🚨 อย่าหลงเชื่อว่า “นุ่มที่สุด” คือ “ดีที่สุด” แต่ควรพิจารณารวมกับโครงสร้างทางชีวกลศาสตร์ (Biomechanics)</p>
</blockquote>
<h2 data-start="2702" data-end="2754">6. วิธีเลือก “รองเท้าที่ใช่” ให้ตรงกับสรีระของคุณ</h2>
<div class="_tableContainer_16hzy_1">
<div class="_tableWrapper_16hzy_14 group flex w-fit flex-col-reverse" tabindex="-1">
<table class="w-fit min-w-(--thread-content-width)" data-start="2756" data-end="3067">
<thead data-start="2756" data-end="2805">
<tr data-start="2756" data-end="2805">
<th data-start="2756" data-end="2780" data-col-size="sm">รูปเท้า</th>
<th data-start="2780" data-end="2805" data-col-size="md">ควรเลือกรองเท้าแบบไหน</th>
</tr>
</thead>
<tbody data-start="2856" data-end="3067">
<tr data-start="2856" data-end="2920">
<td data-start="2856" data-end="2878" data-col-size="sm">เท้าแบน (Flat Foot)</td>
<td data-start="2878" data-end="2920" data-col-size="md">มี Arch Support สูงปานกลาง, พื้นมั่นคง</td>
</tr>
<tr data-start="2921" data-end="2984">
<td data-start="2921" data-end="2943" data-col-size="sm">เท้าปกติ (Normal)</td>
<td data-start="2943" data-end="2984" data-col-size="md">รองเท้าสุขภาพทั่วไป, ซัพพอร์ตอุ้งเท้า</td>
</tr>
<tr data-start="2985" data-end="3067">
<td data-start="2985" data-end="3007" data-col-size="sm">เท้าโก่ง (High Arch)</td>
<td data-start="3007" data-end="3067" data-col-size="md">มีพื้นนุ่มเฉพาะจุด + ซัพพอร์ตแรงกระแทกหน้าเท้าและส้นเท้า</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<div class="sticky end-(--thread-content-margin) h-0 self-end select-none">
<div class="absolute end-0 flex items-end"></div>
</div>
</div>
</div>
<p data-start="3069" data-end="3134">และอย่าลืมทดลองสวมใส่พร้อมเดินอย่างน้อย 5 นาทีเพื่อเช็กความรู้สึก</p>
<h2 data-start="3141" data-end="3199">7. ตัวอย่างรองเท้าที่สมดุลระหว่างความนุ่มและการซัพพอร์ต</h2>
<h3 data-start="3201" data-end="3238">🔹 <strong data-start="3208" data-end="3236">Talon ArchFit Pro Series</strong></h3>
<p data-start="3239" data-end="3341">รองเท้าเพื่อสุขภาพโดยเฉพาะ เน้นซัพพอร์ตอุ้งเท้าและส้นเท้า<br data-start="3296" data-end="3299" />→ เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเจ็บเท้าเรื้อรัง</p>
<h3 data-start="3343" data-end="3375">🔹 <strong data-start="3350" data-end="3373">Scholl Biomechanics</strong></h3>
<p data-start="3376" data-end="3472">มีพื้นนุ่มเฉพาะจุด เสริมโครงสร้างกระดูกเท้าระหว่างเดิน<br data-start="3430" data-end="3433" />→ เหมาะสำหรับผู้สูงอายุหรือคนที่เดินนาน</p>
<h3 data-start="3474" data-end="3512">🔹 <strong data-start="3481" data-end="3510">FitFlop รุ่น Lulu / Rally</strong></h3>
<p data-start="3513" data-end="3587">นุ่มสบายแต่ยังคงมี midsole ที่รองรับกระดูกได้ดี<br data-start="3560" data-end="3563" />→ เหมาะกับการใส่ประจำวัน</p>
<h2 data-start="3594" data-end="3641">8. บทสรุป: รองเท้า ยิ่งนุ่ม ยิ่งดี จริงหรือ?</h2>
<p data-start="3643" data-end="3787"><strong data-start="3643" data-end="3660">ไม่จริงเสมอไป</strong> — ความนุ่มไม่ใช่คำตอบเดียวของ “รองเท้าดี”<br data-start="3702" data-end="3705" />รองเท้าที่ดีควร “นุ่มอย่างพอดี” และมีโครงสร้างรองรับที่เหมาะสมกับสรีระของผู้สวมใส่</p>
<p data-start="3789" data-end="3937" data-is-last-node="" data-is-only-node="">การเลือกเพียงเพราะความนุ่มอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพเท้าโดยไม่รู้ตัว<br data-start="3852" data-end="3855" />หากคุณกำลังมองหารองเท้าที่ทั้ง <strong data-start="3886" data-end="3914">นุ่ม สบาย และดีต่อสุขภาพ</strong></p>
<p><em>“นึกถึงสุขภาพเท้า นึกถึง TALON”  นะคะ</em>หากคุณไม่เคยตรวจสุขภาพเท้า แนะนำให้ มาที่ ศูนย์สุขภาพเท้า พระราม 2 สอบถาม และนัดตรวจ กับหมอเฉพาะทางเท้า ซึ่งมีเพียง 2 คนในไทย รวมถึงมีสินค้าร<a href="https://talon.co.th/" target="_blank" rel="noopener">องเท้าสุขภาพ</a>สั่งตัดพร้อมจำหน่ายและบริการ โทร 028963800 หรือ add Line:@talon หรือคลิก <a href="https://lin.ee/xIQUSV3" target="_blank" rel="noopener">https://lin.ee/xIQUSV3</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>The Healthiest Shoes for Your Feet</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/the-healthiest-shoes-for-your-feet/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin BkkHealthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Dec 2022 02:14:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อุปกรณ์เพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[รองเท้าสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[The Healthiest Shoes for Your Feet]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=824</guid>

					<description><![CDATA[Introduction: Feet are the most important part of your body, and they should be treated with the utmost respect. You’re not just putting your health at risk by wearing shoes that don’t fit well; you’re also putting yourself at risk if you never take the time to properly care for them. To make sure you [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>Introduction: Feet are the most important part of your body, and they should be treated with the utmost respect. You’re not just putting your health at risk by wearing shoes that don’t fit well; you’re also putting yourself at risk if you never take the time to properly care for them. To make sure you get the best out of your feet, we need to provide a variety of options for foot treatment. Here are four tips to help you find and keep healthy feet:</p>
<p>The Healthiest Shoes for Your Feet.</p>
<p>There are many different types of shoes, but the most common type is the sneaker. Sneakers come in a variety of styles and sizes, so it’s important to choose the right one for your feet. There are a few things to keep in mind when choosing a sneaker:</p>
<p>-The type of material that the shoes are made out of. For example, sneakers made from synthetic materials can be quite harmful for your feet, as they can contain harmful chemicals.</p>
<p>-The size of the sneaker. It’s important to choose a sneaker that fits you well, as too small or large might not be enough for your feet.</p>
<p>-The brand and type of shoe. Some sneakers are made by popular brands like Nike and Adidas while others are more obscure or niche brands that may only be available through specialty stores or online.</p>
<p>-The design and style of the sneaker. You might want to consider whether you prefer an oversized or slender fit on your feet.</p>
<p>How to Get started in the Healthiest Shoes for Your Feet.</p>
<p>When you’re starting out, it’s important to choose the right size of shoe. Choose a shoe that fits comfortably and is made with good materials. You don’t want to be injured when sleeping in your shoes, so make sure you get enough sleep.</p>
<p>Avoid Injuries When Sleeping in Shoes.</p>
<p>Avoiding injuries while sleeping in shoes is a key part of getting healthy feet. Make sure to specify that you sleep in socks when ordering your shoes, and avoid sleeping on your feet at all costs. You can also try using a mat or bolster to help position your feet properly during sleep.</p>
<p>Know the Different Types of Shoes.</p>
<p>There are three main types of shoes: running shoes, walking shoes, and formal shoes. Running shoes are best for people who want to run or walk quickly; walking Shoes are good for people who want to move around slowly; and formal Shoes are good for people who want to wear their hair up in a bun or have airsickness symptoms. To learn more about these different types of shoes, check out our article on the best fashion sneakers for men or women.</p>
<p>###</p>
<p>Topic: How to Choose the Right Hotel for Your Trip</p>
<p>Outline:</p>
<p>Section 3. Planning Your Trip with a Budget.Select the Right Hotel for You.Plan your trip using a budget.Book and Save on Hotels Nearby.Good Luck!</p>
<p>Tips for a Healthier Foot.</p>
<p>One of the most important factors in keeping your feet healthy is getting a foot massager. A foot massager helps to improve circulation and reduce pain. The right foot massager can be found for a variety of prices, but a good one should be comfortable to wear and help improve your circulation.</p>
<p>Make sure your Shoes Are Comfortable.</p>
<p>If you’re not happy with your current shoes, make sure to try on different pairs to find ones that fit well and are comfortable. also, drink plenty of fluids every day to keep your feet hydrated and avoid dehydration. Smoking and drinking tobacco products can also cause problems for your feet, so it’s important to avoid these habits if possible.</p>
<p>And finally, avoid smoking and drinking tobacco products if you can! These two habits can definitely affect how healthy your feet are and can even lead to some serious health problems down the road.</p>
<p>Conclusion</p>
<p>Taking the time to get started with healthy shoes for your feet can lead to a healthier, more enjoyable life. By knowing the different types of shoes and getting enough sleep, you can protect your feet and ensure a healthy lifestyle. Additionally, taking steps like getting a foot massager and drinking fluids every day can help keep your feet healthy and comfortable. Remember to avoid smoking and drinking tobacco products – these may be harmful to your health. Thank you for reading!</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไมเราถึงต้องตรวจสุขภาพเท้า</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin BkkHealthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 Apr 2022 04:35:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รองเท้าสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ตรวจสุขภาพเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[ทำไมเราถึงต้องตรวจสุขภาพเท้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=733</guid>

					<description><![CDATA[ทำไมเราถึงต้องตรวจสุขภาพเท้า เราอาจจะเคยตรวจสุขภาพร่างกายกันทุกคน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเคยตรวจสุขภาพเท้า และอีกหลายคนก็คงสงสัยว่าควรตรวจเท้าจริงหรือ หากร่างกายมีวันเสื่อม หรือมีช่วงเวลาที่เจ็บป่วย เท้าของเราเองก็เช่นกัน ที่สามารถเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นได้ ซึ่งคุณอย่าลืมว่าในแต่ละวันเท้าของคุณต้องแบกรับน้ำหนักทั้งร่างกาย แถมยังทำงานหนักโดยที่ตัวคุณอาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ดังนั้นเรามาดูกันค่ะว่า ทำไมเราถึงต้องตรวจสุขภาพเท้า ตรวจสุขภาพเท้า ตรวจอะไรบ้าง เคยสงสัยกันไหมคะ ว่าการตรวจสุขภาพเท้านั้นเหมือนการตรวจสุขภาพร่างกายทั่ว ๆ ไปไหม ต้องบอกอย่างนี้ค่ะ ว่าคล้าย ๆ กัน แต่เปลี่ยนการโฟกัสจากทั่วร่างกาย เหลือเพียงเท้าสองข้างของเรา ซึ่งบางคนมีปัญหาในเรื่องของรูปร่าง หรือในผู้ที่มีโรคเรื้อรังอย่างโรคเบาหวาน ก็จำเป็นต้องดูแลเท้าเป็นพิเศษ โดยทั่วไปจะตรวจตามรายละเอียดดังนี้ ตรวจสุขภาพเท้า เพื่อดูว่าเท้าของเราเหมาะกับรองเท้าประเภทไหน เนื่องจากเท้าแต่ละรูปทรงจะมี ปัญหาและการแก้ปัญหาที่แตกต่างกันออกไป การใส่รองเท้าทั่วไปอาจจะไม่ส่งผลดีกับเท้าในระยะยาว รวมถึงในผู้ที่มีความเสี่ยงจะเกิดแผลที่เท้าอย่างคนที่เป็นโรคเบาหวาน โดยเฉพาะแผลเรื้อรัง หากเป็นมาก อาจนำไปสู่การตัดเท้าหรือตัดขาในที่สุด ตรวจการลงน้ำหนักบนฝ่าเท้าด้วยเทคโนโลยีเฉพาะเพื่อการวิเคราะห์อย่างแม่นยำและนำไปสู่การแก้ไข รักษาอย่างถูกวิธี การวัดเท้าจากการยืน เพื่อวิเคราะห์ประเภทของเท้าและวิเคราะห์เบื้องต้น โดยดูจากแรงกดจากการ เดิน รวมถึงการถ่ายน้ำหนักลงตำแหน่งใดบ้างบนฝ่าเท้า เพื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์ และนำไปสู่การจัดทำแผ่นรองเท้าที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล ในบางที่ก็จะมีบริการสั่งตัดรองเท้าเฉพาะเพื่อแก้ปัญหาเท้าตามรายบุคคล นั่นก็จะช่วยบรรเทาอาการ ที่เกิดขึ้นที่เท้าได้ในอีกทางหนึ่ง ใครบ้างที่ควรตรวจสุขภาพเท้า จริง ๆ แล้วทุกคนควรเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ทำไมเราถึงต้องตรวจสุขภาพเท้า</strong></p>
<p>เราอาจจะเคยตรวจสุขภาพร่างกายกันทุกคน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเคยตรวจสุขภาพเท้า และอีกหลายคนก็คงสงสัยว่าควรตรวจเท้าจริงหรือ หากร่างกายมีวันเสื่อม หรือมีช่วงเวลาที่เจ็บป่วย เท้าของเราเองก็เช่นกัน ที่สามารถเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นได้ ซึ่งคุณอย่าลืมว่าในแต่ละวันเท้าของคุณต้องแบกรับน้ำหนักทั้งร่างกาย แถมยังทำงานหนักโดยที่ตัวคุณอาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ดังนั้นเรามาดูกันค่ะว่า ทำไมเราถึงต้องตรวจสุขภาพเท้า</p>
<p><strong>ตรวจสุขภาพเท้า ตรวจอะไรบ้าง</strong></p>
<p>เคยสงสัยกันไหมคะ ว่าการตรวจสุขภาพเท้านั้นเหมือนการตรวจสุขภาพร่างกายทั่ว ๆ ไปไหม ต้องบอกอย่างนี้ค่ะ ว่าคล้าย ๆ กัน แต่เปลี่ยนการโฟกัสจากทั่วร่างกาย เหลือเพียงเท้าสองข้างของเรา ซึ่งบางคนมีปัญหาในเรื่องของรูปร่าง หรือในผู้ที่มีโรคเรื้อรังอย่างโรคเบาหวาน ก็จำเป็นต้องดูแลเท้าเป็นพิเศษ โดยทั่วไปจะตรวจตามรายละเอียดดังนี้</p>
<ul>
<li>ตรวจสุขภาพเท้า เพื่อดูว่าเท้าของเราเหมาะกับรองเท้าประเภทไหน เนื่องจากเท้าแต่ละรูปทรงจะมี</li>
</ul>
<p>ปัญหาและการแก้ปัญหาที่แตกต่างกันออกไป การใส่รองเท้าทั่วไปอาจจะไม่ส่งผลดีกับเท้าในระยะยาว รวมถึงในผู้ที่มีความเสี่ยงจะเกิดแผลที่เท้าอย่างคนที่เป็นโรคเบาหวาน โดยเฉพาะแผลเรื้อรัง หากเป็นมาก อาจนำไปสู่การตัดเท้าหรือตัดขาในที่สุด</p>
<ul>
<li>ตรวจการลงน้ำหนักบนฝ่าเท้าด้วยเทคโนโลยีเฉพาะเพื่อการวิเคราะห์อย่างแม่นยำและนำไปสู่การแก้ไข</li>
</ul>
<p>รักษาอย่างถูกวิธี</p>
<ul>
<li>การวัดเท้าจากการยืน เพื่อวิเคราะห์ประเภทของเท้าและวิเคราะห์เบื้องต้น โดยดูจากแรงกดจากการ</li>
</ul>
<p>เดิน รวมถึงการถ่ายน้ำหนักลงตำแหน่งใดบ้างบนฝ่าเท้า เพื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์ และนำไปสู่การจัดทำแผ่นรองเท้าที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล</p>
<ul>
<li>ในบางที่ก็จะมีบริการสั่งตัดรองเท้าเฉพาะเพื่อแก้ปัญหาเท้าตามรายบุคคล นั่นก็จะช่วยบรรเทาอาการ</li>
</ul>
<p>ที่เกิดขึ้นที่เท้าได้ในอีกทางหนึ่ง</p>
<p><strong>ใครบ้างที่ควร<a href="https://talon.co.th/foot-clinic/" target="_blank" rel="noopener">ตรวจสุขภาพเท้า</a></strong></p>
<p>จริง ๆ แล้วทุกคนควรเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน หรือในผู้ที่มีความเสี่ยงจะเกิดแผลที่เท้าได้ง่าย</p>
<p><strong>ทำไมคนเป็นโรคเบาหวานจึงต้องตรวจสุขภาพเท้า</strong></p>
<p>โรคเบาหวานจะเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้มีโอกาสเกิดแผลที่เท้าได้มากขึ้น โดยสามารถเช็กลิสต์ปัญหาหรืออาการที่สามารถเกิดขึ้นจนส่งผลกับสุขภาพเท้าได้ดังนี้</p>
<ul>
<li>แผลที่เท้าหายช้า</li>
<li>เล็บขบหรือมีเชื้อราบริเวณเล็บ</li>
<li>ผิวบริเวณส้นเท้าแห้งแตกหรือลอก</li>
<li>สีผิวที่เท้าคล้ำกว่าปกติ</li>
<li>ขาหรือเท้าบวม</li>
<li>รู้สึกปวดหรือเสียวซ่าบริเวณเท้า</li>
</ul>
<p>การรักษาแผลที่เท้าในผู้ที่เป็นเบาหวานจะใช้เวลาในการรักษาที่นาน เพราะส่วนใหญ่มักเป็นแผลเรื้อรังและมีโอกาสอักเสบและติดเชื้อ ลุกลามจนต้องตัดนิ้ว ตัดเท้าหรือขาหากดูแลไม่ถูกวิธี ซึ่งหลักการรักษาแผลที่เท้าของผู้ที่เป็นเบาหวานมี 3 ข้อ ได้แก่</p>
<ul>
<li>แผลสะอาดควบคุมการติดเชื้อได้</li>
<li>เลือดมาเลี้ยงถึงบริเวณที่เป็นแผล</li>
<li>ไม่มีแรงกด แรงกระทบกระเทือน</li>
</ul>
<p>การดูแลสุขภาพเท้าของผู้ที่เป็นเบาหวานจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพื่อลดแรงกดขณะเดิน ลดการเกิดแผลที่เท้า เพราะโรคนี้จะเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดแผลที่เท้าได้สูงขึ้น จึงต้องใส่รองเท้าที่ตัดมาเพื่อเหมาะกับสรีระและข้อจำกัดของเท้าแต่ละคน</p>
<p>การตรวจสุขภาพเท้าจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ไม่ใช่แค่เพียงในผู้ที่เป็นเบาหวานเท่านั้น แต่ในทุก ๆ คน ซึ่งคุณเองก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเองเบื้องต้น อย่างเช็กสภาพเท้าของเราว่ามีความผิดปกติ หรือมีแผลอะไรไหม หากพบสิ่งผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หน้าเท้ากับการเลือกรองเท้าสำคัญอย่างไร</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[BKK Healthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Mar 2021 13:02:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รองเท้าสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกรองเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[รองเท้าผู้ชาย]]></category>
		<category><![CDATA[รองเท้าผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[หน้าเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[เจ็บที่หน้าเท้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=443</guid>

					<description><![CDATA[หน้าเท้ากับการเลือกรองเท้าสำคัญอย่างไร เคยเป็นไหมคะเวลาไปซื้อรองเท้า ตอนลองก็ใส่สบายดี แต่ทำไมพอกลับบ้านมาใช้งานจริง กลับรู้สึกเจ็บระบมที่เท้าบ้าง ใส่ไม่สบายบ้าง โดยเฉพาะพวกรองเท้ากีฬาอย่างร้องเท้าวิ่ง เรียกว่าเจ้าปัญหาก็ว่าได้ ใส่แล้วรู้สึกแน่นไป เจ็บนิ้วเท้า หรือแม้แต่การเริ่มวิ่งสัก 20 – 30 นาทีก็ได้เรื่องแล้ว นั่นเป็นเพราะเราเลือกรองเท้าที่ไม่เหมาะกับรูปเท้าของเรานั่นเองค่ะ โดยเฉพาะในส่วนของหน้าเท้า ที่หลาย ๆ คนนึกไม่ถึง เราจะมาดูกันว่าหน้าเท้ากับการเลือกใส่รองเท้านั้นสำคัญอย่างไรบ้าง โดยทั่วไปในการเลือกใส่รองเท้าเราจะดูที่ไซซ์ความยาวของเท้าเป็นหลักใช่ไหมคะ แต่จริง ๆ แล้วนั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่งในการเลือก ซึ่งหลายครั้งเราก็มักมีปัญหาว่าซื้อไซซ์เดียวกันแต่ทำไมขนาดถึงมีความต่างกัน นั่นทำให้ผลที่ตามมาคือการใส่ไม่สบายเท้าและมีอาการเจ็บ ดังนั้นปัจจัยในการเลือกใส่รองเท้ารองลงมาจากไซซ์ของเท้านั้นก็คือ “หน้าเท้า” เราจะต้องรู้ขนาดหน้าเท้าของเราด้วยค่ะ ขนาดหน้าเท้า คือ ความกว้างของเท้าเรานั่นเอง โดยเราสามารถวัดได้เอง ด้วยการวัดจากด้านข้างของเท้าในส่วนที่ยื่นออกมามากที่สุดไปจนถึงด้านข้างของอีกด้านหนึ่งตรงส่วนที่ยื่นออกมามากที่สุดเช่นกัน โดยการวัดนี้จะวัดตรงเท้าครึ่งบนในด้านหน้า วัดจากทางซ้ายไปทางขวา พูดง่าย ๆ คือ เราจะอ้างอิงจากจุดที่กว้างที่สุดของเท้าทั้งสองด้าน รู้หรือไม่ว่า หน้าเท้าหรือความกว้างของเท้านั้นมีหลายขนาด โดยทั่วไปเราจะแบ่งขนาดความกว้างของเท้าออกเป็น 6 ขนาด ดังนี้ &#8211; A : หน้าเท้าแคบมาก (Extra Narrow) เราจะเจอได้ในบางยี่ห้อ &#8211; [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><strong>หน้าเท้ากับการเลือกรองเท้าสำคัญอย่างไร</strong></h2>
<p>เคยเป็นไหมคะเวลาไปซื้อรองเท้า ตอนลองก็ใส่สบายดี แต่ทำไมพอกลับบ้านมาใช้งานจริง กลับรู้สึกเจ็บระบมที่เท้าบ้าง ใส่ไม่สบายบ้าง โดยเฉพาะพวกรองเท้ากีฬาอย่างร้องเท้าวิ่ง เรียกว่าเจ้าปัญหาก็ว่าได้ ใส่แล้วรู้สึกแน่นไป เจ็บนิ้วเท้า หรือแม้แต่การเริ่มวิ่งสัก 20 – 30 นาทีก็ได้เรื่องแล้ว นั่นเป็นเพราะเราเลือกรองเท้าที่ไม่เหมาะกับรูปเท้าของเรานั่นเองค่ะ โดยเฉพาะในส่วนของหน้าเท้า ที่หลาย ๆ คนนึกไม่ถึง เราจะมาดูกันว่าหน้าเท้ากับการเลือกใส่รองเท้านั้นสำคัญอย่างไรบ้าง</p>
<p>โดยทั่วไปในการเลือกใส่รองเท้าเราจะดูที่ไซซ์ความยาวของเท้าเป็นหลักใช่ไหมคะ แต่จริง ๆ แล้วนั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่งในการเลือก ซึ่งหลายครั้งเราก็มักมีปัญหาว่าซื้อไซซ์เดียวกันแต่ทำไมขนาดถึงมีความต่างกัน นั่นทำให้ผลที่ตามมาคือการใส่ไม่สบายเท้าและมีอาการเจ็บ ดังนั้นปัจจัยในการเลือกใส่รองเท้ารองลงมาจากไซซ์ของเท้านั้นก็คือ “หน้าเท้า” เราจะต้องรู้ขนาดหน้าเท้าของเราด้วยค่ะ ขนาดหน้าเท้า คือ ความกว้างของเท้าเรานั่นเอง โดยเราสามารถวัดได้เอง ด้วยการวัดจากด้านข้างของเท้าในส่วนที่ยื่นออกมามากที่สุดไปจนถึงด้านข้างของอีกด้านหนึ่งตรงส่วนที่ยื่นออกมามากที่สุดเช่นกัน โดยการวัดนี้จะวัดตรงเท้าครึ่งบนในด้านหน้า วัดจากทางซ้ายไปทางขวา พูดง่าย ๆ คือ เราจะอ้างอิงจากจุดที่กว้างที่สุดของเท้าทั้งสองด้าน</p>
<h3><strong>รู้หรือไม่ว่า หน้าเท้าหรือความกว้างของเท้านั้นมีหลายขนาด</strong></h3>
<p>โดยทั่วไปเราจะแบ่งขนาดความกว้างของเท้าออกเป็น 6 ขนาด ดังนี้<br />
&#8211; A : หน้าเท้าแคบมาก (Extra Narrow) เราจะเจอได้ในบางยี่ห้อ<br />
&#8211; B : หน้าเท้าแคบ (Narrow)<br />
&#8211; D : หน้าเท้าปกติ (Normal)<br />
&#8211; 2E : หน้าเท้ากว้าง (Wide)<br />
&#8211; 4E : หน้าเท้ากว้างมาก (Extra Wide)<br />
&#8211; 6E : หน้าเท้ากว๊างกว้าง (พิเศษมาก ๆ สามารถพบได้ในรองเท้าบางยี่ห้อเท่านั้น)</p>
<p>โดยส่วนมากแล้วในผู้หญิงและผู้ชายจะพบขนาด B, D และ 2E ซึ่งพบได้มากในประเทศไทยเรา ในแต่ละยี่ห้อนั้นก็จะมีมาตรฐานของขนาดที่แตกต่างกันออกไป หลัก ๆ จะใช้เพียง B, D และ E แต่ถ้ามีหน้าเท้าที่ใหญ่มาก ๆ ก็มักจะใช้ตัว E หลาย ๆ ตัว ในการกำหนดขนาด เช่น EE, 2E, EEE ฟังดูคล้าย ๆ ความเข้มของดินสอเลยนะคะ โดยความกว้างมาตรฐานของผู้หญิงจะอยู่ที่ B ส่วนของผู้ชายจะอยู่ที่ D หากเราสังเกตที่กล่องรองเท้าหรือป้ายกำกับ จะมีการระบุความกว้างที่นอกเหนือจากความยาวของเท้าเอาไว้ด้วยค่ะ และภายในรองเท้า ตรงส่วนของลิ้นรองเท้า จะระบุความกว้างและความแคบเอาไว้ การยืดหรือโป่งออกมาตรงด้านข้างของเท้าเรานั้น จะเป็นตัวบ่งชี้ว่าเราอาจจะต้องเพิ่มความกว้างของรองเท้าขึ้นมาบ้าง</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-474 size-full" src="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL3dvLzAvdWQvMjMvMTE4MTUzL2lzdG9jay01MzIzODk0MDQuanBn.jpg" alt="หน้าเท้ากับการเลือกรองเท้า" width="724" height="483" srcset="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL3dvLzAvdWQvMjMvMTE4MTUzL2lzdG9jay01MzIzODk0MDQuanBn.jpg 724w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL3dvLzAvdWQvMjMvMTE4MTUzL2lzdG9jay01MzIzODk0MDQuanBn-300x200.jpg 300w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL3dvLzAvdWQvMjMvMTE4MTUzL2lzdG9jay01MzIzODk0MDQuanBn-696x464.jpg 696w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL3dvLzAvdWQvMjMvMTE4MTUzL2lzdG9jay01MzIzODk0MDQuanBn-630x420.jpg 630w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></p>
<h3><strong>ผู้หญิงใส่รองเท้าผู้ชาย หรือ ผู้ชายใส่รองเท้าผู้หญิงได้หรือไม่</strong></h3>
<p>สำหรับรองเท้ากีฬาอย่างรองเท้าวิ่งนั้น หากคุณเป็นผู้ชายที่ต้องการรองเท้าหน้าแทบก็สามารถใส่ของผู้หญิงได้ค่ะ ส่วนผู้หญิงก็สามารถใส่รองเท้าผู้ชายได้ในกรณีที่ต้องรองเท้าหน้ากว้าง</p>
<h3><strong>ทำอย่างไรเมื่อรู้สึกเจ็บที่หน้าเท้า</strong></h3>
<p>ทางออกที่ดีที่สุดก็คือการเปลี่ยนรองเท้าใหม่ค่ะ เป็นวิธีที่สามารถแก้ปัญหาได้ผลแบบชะงัด แต่หากใครมีความจำเป็นที่ไม่สามารถซื้อรองเท้าใหม่ได้ เรามีวิธีดูแลหน้าเท้ามาฝากกันค่ะ<br />
1. ประคบเย็นที่หน้าเท้า เพื่อลดอาการอักเสบของเท้า<br />
2. พักเท้าให้ได้มากที่สุด หากไม่สามารถทำได้ ให้เลี่ยงการใส่รองเท้าส้นสูง หรือรองเท้าชนิดที่บีบบริเวณหน้าเท้ามาก ๆ<br />
3. ทำแผ่นรองชั่วคราวเพื่อลดแรงและกระจายน้ำหนักของเท้า<br />
4. ถ้ามีอาการที่ปวดมากขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี</p>
<p>เห็นไหมล่ะคะว่าการเลือกรองเท้าสักคู่ ดูแค่เพียงความยาวของเท้าไม่ได้เสมอไป แต่การดูจากขนาดของหน้าเท้าก็เป็นสิ่งสำคัญด้วยเช่นกัน หากใครกำลังตัดสินใจจะซื้อรองเท้า อย่าลืมนำคำแนะนำข้างต้นนี้ไปปรับใช้กันดูค่ะ</p>
<p><span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://bkkhealthcare.com/">BKK Healthcare</a></strong> </span>เว็บไซต์สุขภาพยอดนิยม</p>
<p>ขอบคุณรูปภาพจาก <span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://www.sanook.com/health/17325/" target="_blank" rel="noopener">Sanook</a></strong></span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อาการปวดหน้าเท้า อาจเป็นโรคประสาทอักเสบ</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[BKK Healthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Mar 2021 12:17:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รองเท้าสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ปวดหน้าเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[ปวดเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[อาการปลายประสาทอักเสบ]]></category>
		<category><![CDATA[อาการปวดหน้าเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรคประสาทอักเสบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=451</guid>

					<description><![CDATA[อาการปวดหน้าเท้าอาจเป็นโรคประสาทอักเสบ การปวดหน้าเท้าอาจเกิดได้หลายสาเหตุ ซึ่งอาการปวดเท้านี้ เราต้องระมัดระวังและต้องหมั่นตรวจอาการของการปวดด้วย เพราะว่าอาจทำให้เป็นโรคประสาทอักเสบก็ได้ อาการปวดเท้า แบ่งออกได้เป็น 3 ส่วนดังนี้ 1. ปวดเท้าส่วนหน้า (forefoot pain) ได้แก่ บริเวณตั้งแต่นิ้วเท้าขึ้นไปจนถึงกระดูกเท้า (metatarsal bone) ซึ่งสามารถแบ่งออกตามตำแหน่งต่างๆ ได้เป็น ปวดนิ้วเท้า ปวดข้อนิ้วเท้า ปวดหลังเท้าหรือปวดฝ่าเท้า 2. ปวดเท้าส่วนกลาง (midfoot pain) ได้แก่บริเวณเท้าส่วนกลาง ซึ่งโครงสร้างที่เกิดพยาธิสภาพจะอยู่บริเวณกระดูกข้อเท้าส่วนปลาย คือ navicula, cuniforms และ cuboid 3. ปวดเท้าส่วนหลัง (hindfoot pain) ได้แก่บริเวณเท้าส่วนหลัง ซึ่งพยาธิสภาพจะเกิดที่บริเวณกระดูกข้อเท้าส่วนต้น ได้แก่ talus และ calcaneus โรคประสาทเท้าอักเสบที่อาจเกิดจากการปวดหน้าเท้าจะสังเกตุอาการได้ดังนี้ อาการปลายประสาทอักเสบ มีอาการที่พบบ่อย ได้แก่ &#8211; มีอาการเหน็บและชาตามมือและเท้า &#8211; มีอาการแสบ หรือเจ็บแปลบบริเวณที่ได้รับผลกระทบ &#8211; กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยเฉพาะที่เท้า [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>อาการปวดหน้าเท้าอาจเป็นโรคประสาทอักเสบ</h2>
<p>การปวดหน้าเท้าอาจเกิดได้หลายสาเหตุ ซึ่งอาการปวดเท้านี้ เราต้องระมัดระวังและต้องหมั่นตรวจอาการของการปวดด้วย เพราะว่าอาจทำให้เป็นโรคประสาทอักเสบก็ได้</p>
<h3>อาการปวดเท้า แบ่งออกได้เป็น 3 ส่วนดังนี้</h3>
<p>1. ปวดเท้าส่วนหน้า (forefoot pain) ได้แก่ บริเวณตั้งแต่นิ้วเท้าขึ้นไปจนถึงกระดูกเท้า (metatarsal bone) ซึ่งสามารถแบ่งออกตามตำแหน่งต่างๆ ได้เป็น ปวดนิ้วเท้า ปวดข้อนิ้วเท้า ปวดหลังเท้าหรือปวดฝ่าเท้า</p>
<p>2. ปวดเท้าส่วนกลาง (midfoot pain) ได้แก่บริเวณเท้าส่วนกลาง ซึ่งโครงสร้างที่เกิดพยาธิสภาพจะอยู่บริเวณกระดูกข้อเท้าส่วนปลาย คือ navicula, cuniforms และ cuboid</p>
<p>3. ปวดเท้าส่วนหลัง (hindfoot pain) ได้แก่บริเวณเท้าส่วนหลัง ซึ่งพยาธิสภาพจะเกิดที่บริเวณกระดูกข้อเท้าส่วนต้น ได้แก่ talus และ calcaneus</p>
<h3>โรคประสาทเท้าอักเสบที่อาจเกิดจากการปวดหน้าเท้าจะสังเกตุอาการได้ดังนี้</h3>
<p>อาการปลายประสาทอักเสบ มีอาการที่พบบ่อย ได้แก่<br />
&#8211; มีอาการเหน็บและชาตามมือและเท้า<br />
&#8211; มีอาการแสบ หรือเจ็บแปลบบริเวณที่ได้รับผลกระทบ<br />
&#8211; กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยเฉพาะที่เท้า<br />
&#8211; เสียการทรงตัวและการประสานงานของอวัยวะในร่างกาย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-453 size-full" src="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/ปวดฝ่าเท้า-pobpad.jpg" alt="อาการปวดหน้าเท้า" width="650" height="433" srcset="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/ปวดฝ่าเท้า-pobpad.jpg 650w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/ปวดฝ่าเท้า-pobpad-300x200.jpg 300w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/ปวดฝ่าเท้า-pobpad-630x420.jpg 630w" sizes="(max-width: 650px) 100vw, 650px" /></p>
<h3>วิธีแก้ไขปัญหาปวดหน้าเท้า</h3>
<p>วิธีที่สำคัญที่สุดในการหลีกเลี่ยงเส้นประสาทที่ถูกกดทับคือการสวมรองเท้าสุขภาพที่มีความยาวและความกว้างที่ถูกต้อง คุณต้องแน่ใจว่าโครงสร้างของรองเท้าเข้ากับรูปเท้าของ ด้วยการสั่งตัดรองเท้าสุขภาพเพื่อให้รองเท้าของเราพอดีกับเท้าจริงๆ ไม่คับไปหรือหลวมไป</p>
<p>หากยังคงมีอาการปวดเท้าอยู่ให้ไปที่ Foot Clinic by Talon ที่มีบริการตรวจสุขภาพเท้าฟรี ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะมีการให้บริการดังนี้</p>
<p>● ทดสอบการเดินและการลงน้ำหนักของเท้าด้วยเครื่อง Foot plantar pressure<br />
● วัดเท้าด้วย 3D Scanner ตรวจสอบความกว้างยาวสูงของเท้า<br />
● ให้คำแนะนำเพื่อในการแก้ปัญหาของเท้า หรือสามารถสั่งตัดเพื่อแก้ไขปัญหาด้านรองเท้าที่ใส่ไม่สะดวก</p>
<p><span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://bkkhealthcare.com/">BKK Healthcare</a></strong> <span style="color: #000000">เ</span></span>ว็บไซต์สุขภาพยอดนิยม</p>
<p>ขอบคุณรูปภาพจาก Paolo Hospital , <span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://www.pobpad.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%9D%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2" target="_blank" rel="noopener">Pobpad</a></strong></span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีการวัดเท้าง่าย ๆ ทำได้ด้วยตัวคุณเอง</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[BKK Healthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Mar 2021 11:57:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รองเท้าสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ขนาดรองเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[วัดขนาดเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเท้าด้วยตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการวัดเท้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=413</guid>

					<description><![CDATA[วิธีการวัดเท้าง่าย ๆ ทำได้ด้วยตัวคุณเอง เคยเจอปัญหานี้กันไหมคะ จะสั่งรองเท้าแต่ละที ก็ไม่มั่นใจว่าเท้าของเราควรใส่ไซซ์อะไรดี ซึ่งในท้องตลาดก็มีมาตรฐานการผลิตที่แตกต่างกัน ทำให้ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วเราควรจะใส่ไซซ์ไหนกันแน่ เราจึงจะมาแนะนำการวัดเท้าง่าย ๆ ที่ทำได้ด้วยตัวคุณเองมาฝากกัน เท่านี้ปัญหาโลกแตกในการสั่งรองเท้าก็จะหมดไปแล้วล่ะค่ะ วิธีการวัดเท้า ขนาดของเท้า ขนาดของเท้าที่พอดีนั้น โดยทั่วไปเราจะตัดสินจากความรอบและเส้นรอบวงของเท้าค่ะ ซึ่งเราสามารถทำได้หลากหลายวิธีด้วยกัน ดังต่อไปนี้ การวัดความยาวเท้าและเส้นรอบวงเท้า อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม : กระดาษ A4, ไม้บรรทัดยาว (30 ซม.), ปากกาหรือดินสอ Step 1 วัดความยาวของเท้า โดยอ้างอิงจากจุดที่ยาวที่สุดของเท้าทั้งสองด้าน 1.1 ให้ใช้ไม้บรรทัดขีดเส้นตรงตามแนวตั้งและแนวนอนตามภาพลงบนกระดาษ A4 โดยให้ในเส้นแนวตั้งยาวประมาณ 30 ซม. โดยทำมุมตั้งฉากกับเส้นนอน และให้จุดตัดกันสองเส้นเป็นจุด A หรือวางกระดาษชิดกำแพง จากนั้นยืนให้หลังส้นเท้าแตะกำแพงเบา ๆ 1.2 ยืนกางขาให้ห่างกันเท่ากับช่วงไหล่ และทิ้งน้ำหนักลงบนเท้าทั้งสองข้างให้เท่า ๆ กัน 1.3 วางส้นเท้าให้จุดที่ยื่นออกมามากที่สุดของส้นเท้าให้ตั้งฉากและอยู่ตรงกับจุด A และให้นิ้วเท้านิ้วชี้วางอยู่บนเส้นตั้ง 1.4 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><strong>วิธีการวัดเท้าง่าย ๆ ทำได้ด้วยตัวคุณเอง</strong></h2>
<p>เคยเจอปัญหานี้กันไหมคะ จะสั่งรองเท้าแต่ละที ก็ไม่มั่นใจว่าเท้าของเราควรใส่ไซซ์อะไรดี ซึ่งในท้องตลาดก็มีมาตรฐานการผลิตที่แตกต่างกัน ทำให้ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วเราควรจะใส่ไซซ์ไหนกันแน่ เราจึงจะมาแนะนำการวัดเท้าง่าย ๆ ที่ทำได้ด้วยตัวคุณเองมาฝากกัน เท่านี้ปัญหาโลกแตกในการสั่งรองเท้าก็จะหมดไปแล้วล่ะค่ะ</p>
<h3><strong>วิธีการวัดเท้า ขนาดของเท้า</strong></h3>
<p>ขนาดของเท้าที่พอดีนั้น โดยทั่วไปเราจะตัดสินจากความรอบและเส้นรอบวงของเท้าค่ะ ซึ่งเราสามารถทำได้หลากหลายวิธีด้วยกัน ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>การวัดความยาวเท้าและเส้นรอบวงเท้า<br />
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม : </strong>กระดาษ A4, ไม้บรรทัดยาว (30 ซม.), ปากกาหรือดินสอ</p>
<h3><strong>Step 1 วัดความยาวของเท้า โดยอ้างอิงจากจุดที่ยาวที่สุดของเท้าทั้งสองด้าน</strong></h3>
<p><strong>1.1 </strong>ให้ใช้ไม้บรรทัดขีดเส้นตรงตามแนวตั้งและแนวนอนตามภาพลงบนกระดาษ A4 โดยให้ในเส้นแนวตั้งยาวประมาณ 30 ซม. โดยทำมุมตั้งฉากกับเส้นนอน และให้จุดตัดกันสองเส้นเป็นจุด A หรือวางกระดาษชิดกำแพง จากนั้นยืนให้หลังส้นเท้าแตะกำแพงเบา ๆ<br />
1.2 ยืนกางขาให้ห่างกันเท่ากับช่วงไหล่ และทิ้งน้ำหนักลงบนเท้าทั้งสองข้างให้เท่า ๆ กัน<br />
1.3 วางส้นเท้าให้จุดที่ยื่นออกมามากที่สุดของส้นเท้าให้ตั้งฉากและอยู่ตรงกับจุด A และให้นิ้วเท้านิ้วชี้วางอยู่บนเส้นตั้ง<br />
1.4 ใช้ไม้บรรทัดสามเหลี่ยมหรือไม้บรรทัดธรรมดา วางทาบลงบนแนวของนิ้วเท้าที่ยาวที่สุด (อาจจะเป็นนิ้วชี้หรือนิ้วโป้งขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล) จากนั้นลากเส้นตรงในแนวนอนอีกเส้นให้ตัดกับเส้นในแนวตั้งที่มีอยู่กำหนดให้จุดที่ตัดกันป็นจุด B</p>
<p>*<strong>ข้อควรจำ</strong> <strong>การวัดความยาวระหว่างจุด </strong><strong>A และ จุด B  เราใช้เป็นหน่วยเซนติเมตรค่ะ</strong></p>
<h3><strong>Step 2</strong> <strong>วัดความกว้างและเส้นรอบวงรอบเท้า</strong></h3>
<p><strong>เราจะ</strong>วัดความกว้างและความกว้างเส้นรอบวงเท้า เพื่อหาระดับความกว้างของเท้าที่ถูกต้อง ซึ่งทำได้ด้วยการใช้สายวัดพันรอบเท้าจากจุดที่กระดูกยื่นออกมามากที่สุดของนิ้วโป้ง ไปถึงจุดที่กระดูกยื่นออกมามากที่สุดของนิ้วก้อย</p>
<p>2.1 ใช่้นิ้วจับเพื่อหาจุดที่กระดูกยื่นออกมามากที่สุดของนิ้วโป้งและนิ้วก้อย (เราจะแทนนิ้วโป้งเป็นจุด C และนิ้วก้อยเป็นจุด D)<br />
2.2 ใช้สายวัดพันจากหลังฝ่าเท้าขึ้นมาอย่าให้แน่นเกินไป และระวังให้สายวัดอยู่ตรงกับจุด C และ D<br />
2.3 ยืนตัวตรง ลงน้ำหนักเท้าทั้งสองให้สมดุล และอ่านขนาดความกว้างจากจุด C ถึงจุด D<br />
2.4 ใช้สายวัดพันรอบหน้าเท้าณ.ตำแหน่ง C-D แล้วอ่านค่าเส้นรอบวงของเท้าที่รอบจุด C และ D</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-437 size-full" src="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/mk2iwj.jpg" alt="วิธีการวัดเท้า" width="750" height="750" srcset="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/mk2iwj.jpg 750w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/mk2iwj-300x300.jpg 300w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/mk2iwj-150x150.jpg 150w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/mk2iwj-696x696.jpg 696w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/mk2iwj-420x420.jpg 420w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<h3><strong>Step 3</strong> <strong>เปรียบเทียบขนาดรองเท้าจากผลที่วัดได้</strong></h3>
<p>เราสามารถหา Chart ในการเปรียบเทียบขนาดของเท้าได้จากอินเทอร์เน็ต โดยดูได้จากการเทียบขนาดเท้าในจุด A และ B แล้วจึงนำขนาดของเส้นรอบวงเท้ามาเทียบเพื่อหาขนาดเท้าที่แท้จริง</p>
<p><strong>3. การวัดความกว้างหน้าเท้าและส้นเท้า<br />
</strong>3.1 ให้วางกระดาษ A4 สีขาวบนพื้นราบ แล้ววางเท้าของเราลงไปโดยให้ส้นเท้าและปลายกระดาษชิดกำพง<br />
3.2 เอาปากกาหรือดินสอปลายแหลมมาร์คจุดหรือตำแหน่งเอาไว้ โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนแรกจะอยู่บริเวณด้านบนถัดจากโคนนิ้วในจุดที่กว้างที่สุดของทั้งสองด้านของเท้า ส่วนที่สอง อยู่บริเวณตรงกลางด้านข้างของเท้า (ส่วนที่เว้า) และส่วนที่สาม อยู่บริเวณกึ่งกลางด้านข้างของเท้า<br />
3.3 ลากเส้นจากซ้ายมาขวาจากที่เราได้มาร์คเอาไว้ตามข้อ 2</p>
<p><strong>*ข้อควรจำ</strong> ปากกาจะต้องเป็นปลายแหลม เราจะต้องวางปากกาให้แนบกับผิวเท้าโดยไม่เหลือช่องว่าง</p>
<p>หากเราวัดเท้าตามที่แนะนำไปในข้างต้น จะช่วยให้เราได้ขนาดเท้าที่ชัดเจน ถูกต้องและพอดีกับเท้าของเรา โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาในระยะยาวตามมาด้วยค่ะ</p>
<p><span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://bkkhealthcare.com/">BKK Healthcare</a></strong> </span>เว็บไซต์สุขภาพยอดนิยม</p>
<p>ขอบคุณรูปภาพจาก Nike , <span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://www.sjgadget.com/product/1908/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81-%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2-6-20-%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%A3" target="_blank" rel="noopener">SJgadget</a></strong></span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รองเท้าสุขภาพ สำคัญอย่างไร</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[BKK Healthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Mar 2021 10:56:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รองเท้าสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ประโยชน์รองเท้าสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[รองเท้าผู้สูงอายุ]]></category>
		<category><![CDATA[รองเท้าเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพเท้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=405</guid>

					<description><![CDATA[รองเท้าสุขภาพ สำคัญอย่างไร ถ้าพูดถึงรองเท้าเพื่อสุขภาพ หากเป็นสมัยก่อนเราอาจจะนึกถึงรองเท้าที่รูปทรงแปลก ๆ หนาเตอะ ดูไม่น่าใส่ แต่เดี๋ยวนี้รองเท้าเพื่อสุขภาพผลิตออกมาหลากหลายรูปแบบ ตามการใช้งานของผู้สวมใส่ และยังมีดีไซน์ที่ดูสวยงาม มีความแฟชั่นมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ หลายคนอาจจะนึกถึงแค่ว่าเป็นรองเท้าที่ใส่แล้วสุขภาพดี เดินแล้วไม่ปวดเท้า แต่แท้จริงแล้วรองเท้าเพื่อสุขภาพมีความสำคัญมากกว่านั้นอีกค่ะ เราจะพาไปเรียนรู้กันว่ารองเท้าเพื่อสุขภาพสำคัญอย่างไร รองเท้าสุขภาพ เหมาะกับใคร ก่อนที่เราจะไปพูดเรื่องความสำคัญของรองเท้าเพื่อสุขภาพ สิ่งที่เราควรรู้ก่อนการตัดสินใจที่จะซื้อคือ รองเท้าเพื่อสุขภาพเหมาะกับใคร จำเป็นหรือไม่ว่าจะต้องเป็นผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพเท้า ไปดูกัน คนที่มีปัญหาเท้าผิดรูป เช่น อาจจะสูญเสียนิ้วเท้าไปบางส่วนจากการเป็นโรคเบาหวาน หรือมีภาวะกระดูกที่เท้าโปน ทำให้ไม่สามารถใส่รองเท้าปกติทั่วไปได้ คนที่ต้องยืนหรือเดินเป็นเวลานาน ๆ คนกลุ่มนี้จะมีอาการปวดเกร็งที่ขาและเข่ามากกว่าคนปกติ คนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ซึ่งต้องเลี่ยงการเกิดแผลที่เท้า ผู้สูงอายุ จะพบอาการเดินสะดุดล้มได้ง่าย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเลือกรองเท้าที่ซัพพอร์ตเท้าได้เป็นอย่างดี เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุจากการสวมใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสมกับสรีระ คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับรูปเท้า เช่น เท้าแบน เท้าใหญ่เกินไป เท้าเล็กเกินไป รองเท้าเพื่อสุขภาพ สำคัญอย่างไร นอกเหนือจากประโยชน์ที่กล่าวไว้ในตอนต้นคร่าว ๆ แล้วรองเท้าเพื่อสุขภาพยังมีความสำคัญกับเท้าของคนมากกว่าที่คิดอีกครั้ง จะเป็นอย่างไร ตามไปดูกันเลย รองเท้าเพื่อสุขภาพจะมีการออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระเท้าในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งก่อนการผลิตออกมานั้น จะมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่เข้าใจสรีระเท้าและเข้าใจธรรมชาติการยืน การเดิน เป็นผู้ออกแบบ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><strong>รองเท้าสุขภาพ สำคัญอย่างไร</strong></h2>
<p>ถ้าพูดถึงรองเท้าเพื่อสุขภาพ หากเป็นสมัยก่อนเราอาจจะนึกถึงรองเท้าที่รูปทรงแปลก ๆ หนาเตอะ ดูไม่น่าใส่ แต่เดี๋ยวนี้รองเท้าเพื่อสุขภาพผลิตออกมาหลากหลายรูปแบบ ตามการใช้งานของผู้สวมใส่ และยังมีดีไซน์ที่ดูสวยงาม มีความแฟชั่นมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ หลายคนอาจจะนึกถึงแค่ว่าเป็นรองเท้าที่ใส่แล้วสุขภาพดี เดินแล้วไม่ปวดเท้า แต่แท้จริงแล้วรองเท้าเพื่อสุขภาพมีความสำคัญมากกว่านั้นอีกค่ะ เราจะพาไปเรียนรู้กันว่ารองเท้าเพื่อสุขภาพสำคัญอย่างไร</p>
<h3><strong>รองเท้าสุขภาพ เหมาะกับใคร</strong></h3>
<p>ก่อนที่เราจะไปพูดเรื่องความสำคัญของรองเท้าเพื่อสุขภาพ สิ่งที่เราควรรู้ก่อนการตัดสินใจที่จะซื้อคือ รองเท้าเพื่อสุขภาพเหมาะกับใคร จำเป็นหรือไม่ว่าจะต้องเป็นผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพเท้า ไปดูกัน</p>
<ul>
<li>คนที่มีปัญหาเท้าผิดรูป เช่น อาจจะสูญเสียนิ้วเท้าไปบางส่วนจากการเป็นโรคเบาหวาน หรือมีภาวะกระดูกที่เท้าโปน ทำให้ไม่สามารถใส่รองเท้าปกติทั่วไปได้</li>
<li>คนที่ต้องยืนหรือเดินเป็นเวลานาน ๆ คนกลุ่มนี้จะมีอาการปวดเกร็งที่ขาและเข่ามากกว่าคนปกติ</li>
<li>คนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ซึ่งต้องเลี่ยงการเกิดแผลที่เท้า</li>
<li>ผู้สูงอายุ จะพบอาการเดินสะดุดล้มได้ง่าย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเลือกรองเท้าที่ซัพพอร์ตเท้าได้เป็นอย่างดี เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุจากการสวมใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสมกับสรีระ</li>
<li>คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับรูปเท้า เช่น เท้าแบน เท้าใหญ่เกินไป เท้าเล็กเกินไป</li>
</ul>
<h3><strong>รองเท้าเพื่อสุขภาพ สำคัญอย่างไร</strong></h3>
<p>นอกเหนือจากประโยชน์ที่กล่าวไว้ในตอนต้นคร่าว ๆ แล้วรองเท้าเพื่อสุขภาพยังมีความสำคัญกับเท้าของคนมากกว่าที่คิดอีกครั้ง จะเป็นอย่างไร ตามไปดูกันเลย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-421 size-full" src="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/image_big_5c0d0e65d4726.jpg" alt="รองเท้าสุขภาพ" width="759" height="450" srcset="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/image_big_5c0d0e65d4726.jpg 759w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/image_big_5c0d0e65d4726-300x178.jpg 300w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/image_big_5c0d0e65d4726-696x413.jpg 696w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/image_big_5c0d0e65d4726-708x420.jpg 708w" sizes="auto, (max-width: 759px) 100vw, 759px" /></p>
<ul>
<li>รองเท้าเพื่อสุขภาพจะมีการออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระเท้าในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งก่อนการผลิตออกมานั้น จะมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่เข้าใจสรีระเท้าและเข้าใจธรรมชาติการยืน การเดิน เป็นผู้ออกแบบ โดยพื้นรองเท้านั้นจะมีความนุ่มหลายระดับเพื่อตอบโจทย์แต่ละแบบ และหลายบริเวณของเท้า</li>
<li>ช่วยซัพพอร์ตเท้าได้เป็นอย่างดี ทำให้ไม่มีอาการเมื่อยล้า เพราะพื้นรองเท้าจะมีการซัพพอร์ตเท้าของเราเวลายืนหรือเดิน ดูดซับแรงกระแทกที่อาจส่งผลกับกระดูกและข้อต่าง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่จะพบปัญหาดังกล่าวนี้ได้บ่อยกว่าช่วงวัยอื่น ๆ เวลาที่ผู้สวมใส่ลงน้ำหนัก ซึ่งตรงนี้จะช่วยลดการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อ ซึ่งอาจนำไปสู่โรคต่าง ๆ ในอนาคต</li>
<li>เป็นรองเท้าที่มีความคงทน ใช้ได้นาน โดยทั่วไปรองเท้าเพื่อสุขภาพจะมีราคาแพงกว่ารองเท้าแฟชั่น เนื่องจากจะใช้วัสดุที่มีราคามากกว่า ทำให้มีความทนทานและคุ้มราคาที่จะซื้อ</li>
<li>เป็นรองเท้าที่เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้สวมใส่ อย่างผู้สูงอายุ ที่บางคนอาจจะเดินได้ไม่ถนัด หากใช้รองเท้าแฟชั่นทั่วไป ก็อาจจะไม่ซัพพอร์ตเท้าเท่าที่ควร นำไปสู่บาดแผลที่เท้า หรือการสะดุดล้ม ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งการหกล้มในผู้สูงอายุนั้น เรียกว่าอันตรายกว่าทุกช่วงวัย เนื่องจากเมื่อได้รับบาดเจ็บแล้ว กว่าที่กระบวนการการรักษาของร่างกายจนหายดี จะกินระยะเวลาที่ยาวนานกว่าคนหนุ่มสาว ทั้งนี้ก็เป็นไปตามเหตุปัจจัยเรื่องของอายุที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง</li>
<li>ช่วยปรับสมดุลของร่างกาย เคยสังเกตไหมคะว่ารองเท้าบางคู่ ใส่ไปแล้ว ทำให้สมดุลการยืนและเดินของเราเปลี่ยนไป ถ้าสมดุลเสียมาก ๆ ก็จะนำไปสู่การหกล้ม หรือข้อเท้าพลิก ได้รับบาดเจ็บได้นั่นเอง</li>
</ul>
<p>รองเท้าเพื่อสุขภาพเป็นหนึ่งไอเทมที่ช่วยให้เราสามารถถนอมเท้าของเราให้มีสุขภาพดีไปนาน ๆ เพราะอย่าลืมว่าในแต่ละวันนั้น เท้าของเราต้องทำงานหนักมากแค่ไหน ดังนั้นหากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่มีปํญหาเกี่ยวกับสุขภาพเท้าแล้วล่ะก็ อย่ามัวรีรอ รีบไปจัดมาสักคู่นะคะ แล้วคุณจะค้นพบความสำคัญของการมีรองเท้าเพื่อสุขภาพไว้ครอบครอง</p>
<p><strong><a href="https://bkkhealthcare.com/">BKK Healthcare</a></strong> เว็บไซต์สุขภาพยอดนิยม</p>
<p>ขอบคุณรูปภาพจาก <strong><span style="color: #0000ff"><a style="color: #0000ff" href="https://www.thaipost.net/main/detail/23848?fbclid=IwAR1HKlJ4xWl0loSYHzkHGP_hcM-YTfkRWyN5aDyoys_4ULsgOZQs1O-k7vw" target="_blank" rel="noopener">ThaiPost</a></span></strong></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รองเท้าส้นสูง ใส่และเลือกอย่างไรให้เหมาะสม</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87-%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[BKK Healthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Mar 2021 10:45:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รองเท้าสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[กระดูกและข้อ]]></category>
		<category><![CDATA[รองเท้าสันสูง]]></category>
		<category><![CDATA[รองเท้าหัวแหลม]]></category>
		<category><![CDATA[เท้าและข้อเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกรองเท้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=402</guid>

					<description><![CDATA[รองเท้าส้นสูง ใส่และเลือกอย่างไรให้เหมาะสม #รองเท้าที่ส้นสูง หรือ #รองเท้าหัวแหลม หนึ่งในอุปกรณ์ความสวย เพิ่มความสูง ขาเรียวยาวให้กับสาวๆ แต่ความสวยแบบนี้ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุของนิ้วเท้าผิดรูปได้ เช่น นิ้วเท้าเอียงผิดรูป หรือนิ้วหัวแม่เท้าเก เป็นลักษณะความผิดปกติของนิ้วหัวแม่เท้าเอียงเข้าหานิ้วชี้และมีอาการปวด ซึ่งต้องตระหนักถึงความสำคัญ เนื่องจากนิ้วหัวแม่เท้าจะเอียงมากขึ้นเรื่อยๆ และมีอาการปวดเพิ่มขึ้น ซึ่งในอนาคตอาจจำเป็นต้องรับการผ่าตัดแก้ไข แต่อย่างไรก็ตาม สาวๆ คงทำใจไม่ได้ หากต้องเลิกใส่รองเท้าที่ส้นสูงไปเลย เราจึงมีเทคนิคการใส่รองเท้าที่ส้นสูงให้เหมาะสมกับตัวคุณได้ดังนี้ ▪️เลือกรองเท้า ส้นไม่สูงเกินไป ไม่ควรเกิน 1-2 นิ้ว ▪️เลือกรองเท้า ส้นสูงที่มีหน้ากว้างเท่ากับเท้าของตัวเอง ▪️เลือกรองเท้า ส้นสูงที่มีลักษณะยืดหยุ่น หรือทำจากยาง ▪️ใส่รองเท้า ส้นสูงเฉพาะเวลาที่จำเป็น ▪️หลังจากกลับบ้าน แช่เท้าในน้ำอุ่น เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ดังนั้น หากไม่ต้องการให้เกิดภาวะเท้าเอียงผิดรูป ควรหลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าที่บีบตรงส่วนหัวมาก ที่เหมาะกับเท้าผู้ใส่ และส่วนปลายรองเท้าแคบเพราะจะทำให้นิ้วเท้าเกยกันในขณะสวมใส่รองเท้าและเดิน วิ่ง เคลื่อนไหวในท่าทางต่างๆได้ไม่สะดวก นพ. กฤษฎิ์ พฤกษะวัน ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ &#8211; เท้าและข้อเท้า #ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ? ศูนย์กระดูกและข้อ ? โทร. 02-734-0000 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>รองเท้าส้นสูง ใส่และเลือกอย่างไรให้เหมาะสม</h2>
<p>#รองเท้าที่ส้นสูง หรือ #รองเท้าหัวแหลม หนึ่งในอุปกรณ์ความสวย เพิ่มความสูง ขาเรียวยาวให้กับสาวๆ แต่ความสวยแบบนี้ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุของนิ้วเท้าผิดรูปได้ เช่น นิ้วเท้าเอียงผิดรูป หรือนิ้วหัวแม่เท้าเก เป็นลักษณะความผิดปกติของนิ้วหัวแม่เท้าเอียงเข้าหานิ้วชี้และมีอาการปวด ซึ่งต้องตระหนักถึงความสำคัญ เนื่องจากนิ้วหัวแม่เท้าจะเอียงมากขึ้นเรื่อยๆ และมีอาการปวดเพิ่มขึ้น ซึ่งในอนาคตอาจจำเป็นต้องรับการผ่าตัดแก้ไข แต่อย่างไรก็ตาม สาวๆ คงทำใจไม่ได้ หากต้องเลิกใส่รองเท้าที่ส้นสูงไปเลย เราจึงมีเทคนิคการใส่รองเท้าที่ส้นสูงให้เหมาะสมกับตัวคุณได้ดังนี้</p>
<p>▪️เลือกรองเท้า ส้นไม่สูงเกินไป ไม่ควรเกิน 1-2 นิ้ว<br />
▪️เลือกรองเท้า ส้นสูงที่มีหน้ากว้างเท่ากับเท้าของตัวเอง<br />
▪️เลือกรองเท้า ส้นสูงที่มีลักษณะยืดหยุ่น หรือทำจากยาง<br />
▪️ใส่รองเท้า ส้นสูงเฉพาะเวลาที่จำเป็น<br />
▪️หลังจากกลับบ้าน แช่เท้าในน้ำอุ่น เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ</p>
<p>ดังนั้น หากไม่ต้องการให้เกิดภาวะเท้าเอียงผิดรูป ควรหลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าที่บีบตรงส่วนหัวมาก ที่เหมาะกับเท้าผู้ใส่ และส่วนปลายรองเท้าแคบเพราะจะทำให้นิ้วเท้าเกยกันในขณะสวมใส่รองเท้าและเดิน วิ่ง เคลื่อนไหวในท่าทางต่างๆได้ไม่สะดวก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-416 size-full" src="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/depositphotos_19815927-stock-photo-woman-wearing-polka-dot-high.jpg" alt="รองเท้าส้นสูง " width="600" height="387" srcset="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/depositphotos_19815927-stock-photo-woman-wearing-polka-dot-high.jpg 600w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/depositphotos_19815927-stock-photo-woman-wearing-polka-dot-high-300x194.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>นพ. กฤษฎิ์ พฤกษะวัน<br />
ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ &#8211; เท้าและข้อเท้า<br />
#ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่<br />
? ศูนย์กระดูกและข้อ<br />
? โทร. 02-734-0000 ต่อ 2298</p>
<p><strong><a href="https://bkkhealthcare.com/">BKK Healthcare</a></strong> เว็บไซต์สุขภาพยอดนิยม</p>
<p>ขอบคุณรูปภาพจาก Depositphotos, <span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://www.pobpad.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87-%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5" target="_blank" rel="noopener">Pobpad</a></strong></span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รองเท้าคนท้อง เลือกซื้อแบบไหนจึงจะไม่ปวดหลัง</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[BKK Healthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Mar 2021 10:12:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รองเท้าสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[คนท้อง]]></category>
		<category><![CDATA[คนท้องควรใส่รองเท้าแบบไหน]]></category>
		<category><![CDATA[ปวดหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[รองเท้าคนท้อง]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกซื้อแบบไหนจึงจะไม่ปวดหลัง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=357</guid>

					<description><![CDATA[รองเท้าคนท้อง เลือกซื้อแบบไหนจึงจะไม่ปวดหลัง โดยปกติผู้หญิงส่วนใหญ่จะเลือกซื้อรองเท้าตามแฟชั่น สวยงาม แต่อาจจะไม่ได้ใส่สบายเสมอไป แต่เมื่อเริ่มตั้งครรภ์ หลายคนก็ยังไม่สามารถที่จะสลัดรองเท้าแฟชั่นเดิม ๆ ไปได้ ยังติดห่วงความสวยงามอยู่ ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่อันตรายมาก ๆ เลยค่ะ เพราะรองเท้าแฟชั่นโดยมากผลิตมาเพื่อความสวยงามมากกว่าที่จะใส่สบาย และนั่นอาจจะไม่มีซัพพอร์ตสรีระเท้าของคนท้องสักเท่าไหร่ ซึ่งอาการที่จะตามมานั่นคือ อาการปวดหลัง จากการใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสม แล้วรองเท้าแบบไหนล่ะถึงจะเหมาะกับคนท้อง โดยไม่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ทำไมคนท้องถึงมีปัญหาปวดเมื่อยที่หลังและขา เนื่องจากทางกายภาพของคนท้องจะมีจุดศูนย์ถ่วงที่ไม่คงที่ ทำให้การเดินในแต่ละก้าวจะส่งผ่านน้ำหนักลงไปที่หัวเข่า น่อง ข้อเท้า หลัง และฝ่าเท้า เมื่อเราวางเท้าลงบนพื้น แรงกดจะกระจายออก และยังมีแรงที่เหลือดีดกลับอกกมา รวมถึงสภาพของพื้นถนนบ้านเราที่ไม่เรียบเสมอกัน ทำให้คนท้องมีโอกาสที่จะหกล้ม หรือข้อเท้าพลิกได้ง่ายมาก ๆ หากรองเท้าที่ใส่มีส้นที่ไม่กระจายน้ำหนักที่มากพอ โดยเฉพาะเมื่อมีอายุครรภ์ที่มากเท่าไหร่ แรงกดก็จะยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น รองเท้าคนท้อง ควรใส่รองเท้าแบบไหน 1. ไม่ควรมีพื้นหนา ถึงแม้ว่าพื้นจะมีความหนาที่เท่ากันหมดก็ตาม ซึ่งความหนานี้ไม่ควรเกิน 1 นิ้ว เนื่องจากพื้นที่หนาเท่ากันหมดนั้นจะช่วยในเรื่องของการลดความเมื่อยล้าของเท้าก็ตาม แต่ไม่ช่วยในเรื่องการซัพพอร์ตข้อเท้า แม้ว่าพื้นจะหนาแต่ก็ยังมีโอกาสที่ข้อเท้าจะพลิกได้ง่าย 2. หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าที่ไม่มีสายรัดด้านหลัง เนื่องจากรองเท้าประเภทนี้จะทำให้หลุดได้ง่าย และสะดุด หกล้มได้ง่ายเช่นกันค่ะ 3. ควรเลือกรองเท้าที่มีระบบระบายอากาศได้ดี [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><strong>รองเท้าคนท้อง เลือกซื้อแบบไหนจึงจะไม่ปวดหลัง</strong></h2>
<p>โดยปกติผู้หญิงส่วนใหญ่จะเลือกซื้อรองเท้าตามแฟชั่น สวยงาม แต่อาจจะไม่ได้ใส่สบายเสมอไป แต่เมื่อเริ่มตั้งครรภ์ หลายคนก็ยังไม่สามารถที่จะสลัดรองเท้าแฟชั่นเดิม ๆ ไปได้ ยังติดห่วงความสวยงามอยู่ ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่อันตรายมาก ๆ เลยค่ะ เพราะรองเท้าแฟชั่นโดยมากผลิตมาเพื่อความสวยงามมากกว่าที่จะใส่สบาย และนั่นอาจจะไม่มีซัพพอร์ตสรีระเท้าของคนท้องสักเท่าไหร่ ซึ่งอาการที่จะตามมานั่นคือ อาการปวดหลัง จากการใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสม แล้วรองเท้าแบบไหนล่ะถึงจะเหมาะกับคนท้อง โดยไม่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง</p>
<h3><strong>ทำไมคนท้องถึงมีปัญหาปวดเมื่อยที่หลังและขา</strong></h3>
<p>เนื่องจากทางกายภาพของคนท้องจะมีจุดศูนย์ถ่วงที่ไม่คงที่ ทำให้การเดินในแต่ละก้าวจะส่งผ่านน้ำหนักลงไปที่หัวเข่า น่อง ข้อเท้า หลัง และฝ่าเท้า เมื่อเราวางเท้าลงบนพื้น แรงกดจะกระจายออก และยังมีแรงที่เหลือดีดกลับอกกมา รวมถึงสภาพของพื้นถนนบ้านเราที่ไม่เรียบเสมอกัน ทำให้คนท้องมีโอกาสที่จะหกล้ม หรือข้อเท้าพลิกได้ง่ายมาก ๆ หากรองเท้าที่ใส่มีส้นที่ไม่กระจายน้ำหนักที่มากพอ โดยเฉพาะเมื่อมีอายุครรภ์ที่มากเท่าไหร่ แรงกดก็จะยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น</p>
<h3><strong>รองเท้าคนท้อง ควรใส่รองเท้าแบบไหน</strong></h3>
<p>1. ไม่ควรมีพื้นหนา ถึงแม้ว่าพื้นจะมีความหนาที่เท่ากันหมดก็ตาม ซึ่งความหนานี้ไม่ควรเกิน 1 นิ้ว เนื่องจากพื้นที่หนาเท่ากันหมดนั้นจะช่วยในเรื่องของการลดความเมื่อยล้าของเท้าก็ตาม แต่ไม่ช่วยในเรื่องการซัพพอร์ตข้อเท้า แม้ว่าพื้นจะหนาแต่ก็ยังมีโอกาสที่ข้อเท้าจะพลิกได้ง่าย<br />
2. หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าที่ไม่มีสายรัดด้านหลัง เนื่องจากรองเท้าประเภทนี้จะทำให้หลุดได้ง่าย และสะดุด หกล้มได้ง่ายเช่นกันค่ะ<br />
3. ควรเลือกรองเท้าที่มีระบบระบายอากาศได้ดี และหากมีการยืดหยุ่น พร้อมรับการขยายตัวของเท้าได้ ก็จะช่วยให้เท้าของคนท้องมีความสบายและไม่อับชื้น เช่น รองเท้าสาน<br />
4. ส้นรองเท้าควรมีความยิดหยุ่นและสามารถกระจายแรงกดทับได้ดี ถ้าส้นรองเท้ามีการกระจายแรงกดทับจะช่วยลดปัญหาอาการปวดขา ปวดหลัง และปวดเข่าลงได้มาก<br />
5. ควรเลือกสวมใส่รองเท้าที่สวมใส่และถอดง่าย แต่ไม่หลุดง่าย เนื่องจากยิ่งอายุครรภ์มากขึ้น การจะก้มใส่รองเท้าก็เป็นเรื่องที่ยากตามไปด้วยค่ะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-369 size-large" src="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/fitfop_200911_52-1024x684.jpg" alt="รองเท้าคนท้อง" width="1024" height="684" srcset="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/fitfop_200911_52-1024x684.jpg 1024w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/fitfop_200911_52-300x200.jpg 300w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/fitfop_200911_52-768x513.jpg 768w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/fitfop_200911_52-696x465.jpg 696w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/fitfop_200911_52-1068x713.jpg 1068w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/fitfop_200911_52-629x420.jpg 629w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/fitfop_200911_52.jpg 1280w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>6. ควรเลือกรองเท้าที่มีซัพพอร์ตข้อเท้าและหลังเท้า ในบางคนอาจจะมีอาการเท้าบิด การใส่รองเท้าที่ช่วยประคองข้อเท้าและส้นเท้าจะช่วยป้องกันอาการเจ็บและบมของข้อเท้าได้มาก<br />
7. หลีกเลี่ยงการสวมใส่รองเท้าแตะหรือใส่ให้น้อยที่สุด เพราะส้นรองเท้าแตะโดยมากจะกระจายแรงกดได้ไม่ดี และยังมีโอกาสได้มากที่จะหกล้มจากการสะดุด<br />
8. อย่าพยายามใส่รองเท้าคู่เดิม ๆ โดยเฉพาะในช่วงวีคหลัง ๆ ที่อายุครรภ์มากขึ้น เพราะช่วงนี้จะเป็นช่วงที่คุณแม่หลายคนมีอาการบวม บางคนบวมแค่บางส่วน เช่น ขา หรือหน้า แต่บางคนอาจจะบวมทั้งตัว โดยเฉพาะอาหารบวมที่เท้า เมื่อเท้าบวมมาก ๆ รองเท้าก็ต้องเปลี่ยนขนาด หากยังทู่ซี้ที่จะสวมใส่รองเท้าขนาดเดิม ๆ อยู่ อาจจะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีตามมาก็ได้ค่ะ<br />
9. แนะนำให้เลือกรองเท้าที่หัวโต ๆ มีรูระบายและมีสายคล้องข้อเท้าด้านหลัง ถอดง่าย ใช้ใส่คล้องกับเท้า และไม่รัดหน้าเท้ามากเกินไป<br />
10. รองเท้าที่มีพื้นรองเท้าเป็นหลุมรับส้นเท้า ตรงนี้จะช่วยกำหนดทิศทางและตำแหน่งการทิ้งน้ำหนักของเราในการเดิน เป็นเหมือนการบังคับไม่ให้เท้าของเราหลุดออกจากรองเท้านั่นเอง จึงช่วยลดโอกาสที่จะเกิดเท้าพลิกได้เป็นอย่างดี</p>
<p>คุณแม่คนไหนที่ยังติดความสวยงาม ขอให้อดทนใส่รองเท้าที่มีการซัพพอร์ตมาเพื่อการใช้งานของคนท้องโดยเฉพาะจะดีกว่าค่ะ เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และลูกน้อย</p>
<p><span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://bkkhealthcare.com/">BKK Healthcare</a></strong> </span>เว็บไซต์สุขภาพยอดนิยม</p>
<p>ขอบคุณรูปภาพจาก Kaosuaylunla Diary , <span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://th.theasianparent.com/shoe-for-pregnant-women" target="_blank" rel="noopener">theAsianparent Thailand</a></strong></span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มัดรวม รองเท้าสุขภาพ นำเข้า แบรนด์ดัง ถนอมเท้า ไม่มีพัง</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[BKK Healthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Mar 2021 17:24:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รองเท้าสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[Birkenstock]]></category>
		<category><![CDATA[Ecco]]></category>
		<category><![CDATA[Fitflop]]></category>
		<category><![CDATA[Keen]]></category>
		<category><![CDATA[Skechers]]></category>
		<category><![CDATA[Talon]]></category>
		<category><![CDATA[รอเท้าสุขภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=353</guid>

					<description><![CDATA[มัดรวม รองเท้าสุขภาพ นำเข้า แบรนด์ดัง ถนอมเท้า ไม่มีพัง เชื่อว่าทุกคนต้องมีรองเท้ามากกว่า 1 คู่ โดยเฉพาะกับใครที่มีปัญหาเรื่องเท้าก็จำเป็นต้องมีรองเท้าพิเศษอีกคู่ที่เรียกว่า “ รองเท้าสุขภาพ ” ซึ่งไม่เป็นเพียงเป็นรองเท้าที่ตอบโจทย์คนมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพเท้าเท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์คนที่ต้องการดูแลและถนอมเท้าของตัวเองด้วย แต่ปัจจุบันนี้ รองเท้ารักสุขภาพก็มีออกมาให้เลือกมากมาย ดังนั้นเราจึงจะมาแนะนำแบรนด์ร้องเท้ารักสุขภาพนำเข้า ที่ใครมี รับรองเท้าไม่มีพัง 1.Fitflop ถ้ายังจำกันได้ เมื่อหลายปีก่อนแบรนด์นี้เข้ามาตีตลาดในเมืองไทยอย่างถล่มทลาย ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่มีจุดขายให้มีพื้นรองเท้าที่ใช้เทคโนโลยี Microwobbleboard ที่มีความดีดตัวสูง กระจายแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังมีความแน่นที่แตกต่างกันเพื่อช่วยในการกระตุ้นกล้ามเนื้อตลอดเวลา สวมใส่สบาย ช่วยถนอมเท้าให้กับผู้ใส่ทุกเพศ ทุกวัย 2.Keen ระยะหลังมานี้ Keen กลายเป็นแบรนด์ที่คนรู้จักมาขึ้น โดยเฉพาะกับสายที่ชอบ Adventure แม้ว่า แบรนด์นี้จะมีมากว่า 15 ปีแล้วก็ตาม ทำไมรองเท้าสายผจญภัยจึงถูกจัดเป็นรองเท้ารักสุขภาพ? นั่นเป็นเพราะรองเท้า Keen ถูกออกแบบมาเพื่อให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน โดยจะมีทรงหุ้มนิ้วเท้าของผู้สวมใส่เอาไว้ ออกแบบรองเท้ามาให้ใส่ได้เต็มเท้า เพื่อป้องกันอุบัติเหตุระหว่างที่ทำกิจกรรม ที่สำคัญรองเท้าแบรนด์นี้ยังมีความทนทานมากอีกด้วย 3.Skechers รองเท้าแบรนด์กีฬาที่เราเห็นได้บ่อย ๆ แต่ใครจะรู้ว่าแบรนด์นี้ก็เป็นหนึ่งในแบรนด์รองเท้ารักสุขภาพที่ผลิตรองเท้าออกมาเพื่อถนอมเท้าของพวกคุณเป็นอย่างดี ซึ่งคุณสมบัติที่โดดเด่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือเรื่องน้ำหนัก แม้ว่ารูปร่างรองเท้า [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><strong>มัดรวม รองเท้าสุขภาพ นำเข้า แบรนด์ดัง ถนอมเท้า ไม่มีพัง</strong></h2>
<p>เชื่อว่าทุกคนต้องมีรองเท้ามากกว่า 1 คู่ โดยเฉพาะกับใครที่มีปัญหาเรื่องเท้าก็จำเป็นต้องมีรองเท้าพิเศษอีกคู่ที่เรียกว่า “ รองเท้าสุขภาพ ” ซึ่งไม่เป็นเพียงเป็นรองเท้าที่ตอบโจทย์คนมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพเท้าเท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์คนที่ต้องการดูแลและถนอมเท้าของตัวเองด้วย แต่ปัจจุบันนี้ รองเท้ารักสุขภาพก็มีออกมาให้เลือกมากมาย ดังนั้นเราจึงจะมาแนะนำแบรนด์ร้องเท้ารักสุขภาพนำเข้า ที่ใครมี รับรองเท้าไม่มีพัง</p>
<p><strong>1.Fitflop</strong></p>
<p>ถ้ายังจำกันได้ เมื่อหลายปีก่อนแบรนด์นี้เข้ามาตีตลาดในเมืองไทยอย่างถล่มทลาย ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่มีจุดขายให้มีพื้นรองเท้าที่ใช้เทคโนโลยี Microwobbleboard ที่มีความดีดตัวสูง กระจายแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังมีความแน่นที่แตกต่างกันเพื่อช่วยในการกระตุ้นกล้ามเนื้อตลอดเวลา สวมใส่สบาย ช่วยถนอมเท้าให้กับผู้ใส่ทุกเพศ ทุกวัย</p>
<p><strong>2.Keen</strong></p>
<p>ระยะหลังมานี้ Keen กลายเป็นแบรนด์ที่คนรู้จักมาขึ้น โดยเฉพาะกับสายที่ชอบ Adventure แม้ว่า<br />
แบรนด์นี้จะมีมากว่า 15 ปีแล้วก็ตาม ทำไมรองเท้าสายผจญภัยจึงถูกจัดเป็นรองเท้ารักสุขภาพ? นั่นเป็นเพราะรองเท้า Keen ถูกออกแบบมาเพื่อให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน โดยจะมีทรงหุ้มนิ้วเท้าของผู้สวมใส่เอาไว้ ออกแบบรองเท้ามาให้ใส่ได้เต็มเท้า เพื่อป้องกันอุบัติเหตุระหว่างที่ทำกิจกรรม ที่สำคัญรองเท้าแบรนด์นี้ยังมีความทนทานมากอีกด้วย</p>
<p><strong>3.Skechers</strong></p>
<p>รองเท้าแบรนด์กีฬาที่เราเห็นได้บ่อย ๆ แต่ใครจะรู้ว่าแบรนด์นี้ก็เป็นหนึ่งในแบรนด์รองเท้ารักสุขภาพที่ผลิตรองเท้าออกมาเพื่อถนอมเท้าของพวกคุณเป็นอย่างดี ซึ่งคุณสมบัติที่โดดเด่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือเรื่องน้ำหนัก แม้ว่ารูปร่างรองเท้า Skechers ส่วนใหญ่จะดูหนา แต่น้ำหนักของรองเท้ากลับตรงกันข้าม ที่เรียกว่าเบาสบายเหมือนไม่ได้ใส่ รูปทรงก็สวยงาม ดูทันสมัย อีกทั้ง พื้นรองเท้าถูกออกแบบมาให้ซัพพอร์ตการเดินของผู้สวมใส่ ด้วยเทคโนโลยี Goga Max ที่จะช่วยรองรับแรงกระแทกของเท้าได้เป็นอย่างดี ลดอาการเกร็งและปวดเมื่อยจากการเดินเป็นเวลานาน ๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-369 size-large" src="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/fitfop_200911_52-1024x684.jpg" alt="รองเท้าสุขภาพ" width="1024" height="684" srcset="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/fitfop_200911_52-1024x684.jpg 1024w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/fitfop_200911_52-300x200.jpg 300w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/fitfop_200911_52-768x513.jpg 768w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/fitfop_200911_52-696x465.jpg 696w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/fitfop_200911_52-1068x713.jpg 1068w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/fitfop_200911_52-629x420.jpg 629w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/fitfop_200911_52.jpg 1280w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><strong>4.Ecco</strong></p>
<p>แบรนด์ Ecco คนไทยอาจจะไม่ค่อยรู้จักกันมากนัก แต่ที่ต่างประเทศแบรนด์นี้ดังมาก ๆ ในความพรีเมียมของรองเท้า โดยเขาให้นิยามตัวเองว่าเป็นรองเท้ารักสุขภาพที่ดีไซน์สุดแนว ที่คุณจะหาไม่ได้จากแบรนด์อื่น นอกจาดีไซน์ที่ไม่เหมือนใครแล้ว ในเรื่องสุขภาพเท้าก็ยังทำได้อย่างดีเยี่ยม รองเท้า Ecco เป็นรองเท้าที่ผลิตจากหนังแท้คุณภาพระดับพรีเมียม จึงมีความนุ่ม ทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกสบายตั้งแต่นิ้วเท้าไปจนฝ่าเท้า อีกทั้งตัวรองยังมีความยืดหยุ่นสูง อีกทั้ง ยังมีกรรมวิธีการผลิต Direct Injection ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่นำผ้าไฮเทคที่ชื่อว่า GOREX-TEX มีคุณสมบัติกันน้ำ ระบายความร้อน และมีความทนทานอย่างดีเยี่ยม</p>
<p><strong>5.Birkenstock</strong></p>
<p>แบรนด์รองเท้าสุขเท้าระดับเจ้าคุณปู่ ที่ผลิตออกมาให้ยลโฉมกันตั้งแต่ปี 1774 โน่น รองเท้าแบรนด์นี้สวมใส่สบายกันยันรองเท้าแตะ ด้วยความใส่ใจของเจ้าของที่ลงทุนไปศึกษาเรื่องระบบกล้ามเนื้อ กระดูก และการไหลเวียนโลหิตบริเวณเท้าจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหวังจะนำองค์ความรู้มาพัฒนาแบรนด์ของตน ความโดดเด่นของแบรนด์นี้อยู่ที่เป็นรองเท้ารักสุขภาพที่ออกแบบตามสรีระของเท้าที่แท้จริง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สวมใส่ได้อย่างสบาย ๆ มากกว่าจะเป็นแฟชั่น ซึ่งตัวรองเท้าจะผลิตจากวัสดุธรรมชาติ และส่วนส้นจะมีความลึกกว่าปกติเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อ กระดูกสันหลังจัดเรียงในลักษณะที่ถูกต้องเวลายืนหรือเดิน</p>
<p><strong>6.Talon และ Rebecca Lim’s</strong></p>
<p>แบรนด์รองเท้ารักสุขภาพ “ที่ช่วยได้จริง” จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่อยากตัดรองเท้าให้คุณแม่ที่เป็นครูใส่สบาย และพัฒนาจนเป็นรองเท้าที่ได้รับการยอมรับจากวงการแพทย์ และออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ และยังช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพเท้าได้อย่างดีเยี่ยม โดยได้คิดค้นพัฒนาต่อยอดจากไมโครไฟเบอร์ที่คุณลักษณะยอดเยี่ยมอยู่แล้ว ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น จนกลายเป็น “นาโนไฟเบอร์”</p>
<p>เท้าเป็นแหล่งรวมเส้นประสาทมากมาย ดังนั้นเราจึงควรถนอมเท้าของเราไว้มาก ๆ ด้วยการเลือกสวมใส่รองเท้าสุขภาพที่ตอบโจทย์ปัญหาของเท้าเราโดยเฉพาะ</p>
<p><span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://bkkhealthcare.com/">BKK Healthcare</a></strong> </span>เว็บไซต์สุขภาพยอดนิยม</p>
<p>ขอบคุณรูปภาพจาก Sanook , <span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="http://www.medifeetthailand.com/" target="_blank" rel="noopener">Benewsonline</a></strong></span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
