<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ทาสหมา &#8211; bkkhealthcare</title>
	<atom:link href="https://bkkhealthcare.com/tag/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://bkkhealthcare.com</link>
	<description>แค่เว็บเวิร์ดเพรสเว็บหนึ่ง</description>
	<lastBuildDate>Tue, 29 Jun 2021 14:08:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>
	<item>
		<title>ทาสหมาจะทำอย่างไร? เมื่อโรค “ข้อสะโพกเสื่อม”มาเยือนตูบ</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b9%8c/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[koy]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Jun 2021 06:01:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรคของสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อสะโพกเสื่อม]]></category>
		<category><![CDATA[ตูบ]]></category>
		<category><![CDATA[ทาสหมา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=545</guid>

					<description><![CDATA[ทาสหมาจะทำอย่างไร? เมื่อโรค “ข้อสะโพกเสื่อม” มาเยือนตูบ        เหล่าทาสหมาคงจะเคยได้ยินเกี่ยวกับโรค “ข้อสะโพกเสื่อม” (Hip dysplasia)  มาแล้วบ้าง แต่ถ้ามันเกิดกับเจ้าตูบของเรา ทาสหมาจะทำอย่างไรดี? เมื่อโรค “ข้อสะโพกเสื่อม” มาเยือนตูบ ซึ่งพบได้ในสุนัขทุกสายพันธุ์ ไม่ว่าจะสุนัขพันธ์เล็กหรือพันธุ์ใหญ่ รวมไปถึงแมว ก็สามารถเป็นได้เช่นกัน ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของการเจริญของข้อต่อบริเวณสะโพก และก่อให้เกิดการเสื่อมของข้อต่อตามมาได้ในอนาคต น.สพ.บูรพงษ์ สุธีรัตน์ (หมอตั๋ง) สัตวแพทย์แผนกระบบกระดูกและข้อต่อโรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน ให้คำแนะนำวิธีการรักษามีทั้งวิธีที่ต้องผ่าตัดและแบบที่ไม่ต้องผ่าตัด การพิจารณาเลือกวิธีการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค อายุ และสุขภาพของสุนัข ซึ่งจะมีการแบ่งลักษณะอาการร่วมกับการเอ็กซเรย์เพื่อวินิจฉัยว่าปัญหาเกิดจากส่วนไหน โดยวิธีรักษามี 2 วิธี ดังนี้ 1.การกินยา การรักษาด้วยวิธีนี้ สุนัขจะได้ยาลดปวด ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากอาการของเขาได้ หลังจากทานยาเจ้าของควรสังเกตว่าน้องหมาเดินได้ดีขึ้นไหม หรือทำกิจกรรมอื่นเป็นอย่างไร ถ้าเขาดีขึ้นอาจใช้วิธีอื่นร่วมประกอบในการรักษาด้วย เช่น ลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย ควบคุมปริมาณอาหาร ฯลฯ กล้ามเนื้อจะแข็งแรงขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด และถ้าเจาตูบไม่อยากเดินออกกำลังกาย ก็สามารถพาว่ายน้ำแทนได้ อาการต่าง ๆ ก็จะดีขึ้น ถ้าให้ยาควบคู่กับการออกกำลังกายแล้วดีขึ้น น้องหมามีการเคลื่อนไหวที่มากขึ้นก็ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด 2.การผ่าตัด หากให้ยาแล้วไม่ดีขึ้นในสิบวันหรือสองอาทิตย์ การผ่าตัดจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ดูแล โดยจะมีวิธีผ่าตัด 2 แบบ คือ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;"><strong>ทาสหมาจะทำอย่างไร</strong><strong>? เมื่อโรค “ข้อสะโพกเสื่อม” มาเยือนตูบ</strong></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>       </strong>เหล่าทาสหมาคงจะเคยได้ยินเกี่ยวกับโรค <strong>“ข้อสะโพกเสื่อม” </strong><strong>(Hip dysplasia)</strong> <strong> </strong>มาแล้วบ้าง แต่ถ้ามันเกิดกับเจ้าตูบของเรา ทาสหมาจะทำอย่างไรดี? เมื่อโรค<strong> “ข้อสะโพกเสื่อม” </strong>มาเยือนตูบ ซึ่งพบได้ในสุนัขทุกสายพันธุ์ ไม่ว่าจะสุนัขพันธ์เล็กหรือพันธุ์ใหญ่ รวมไปถึงแมว ก็สามารถเป็นได้เช่นกัน ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของการเจริญของข้อต่อบริเวณสะโพก และก่อให้เกิดการเสื่อมของข้อต่อตามมาได้ในอนาคต</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>น.สพ.บูรพงษ์ สุธีรัตน์ (หมอตั๋ง) สัตวแพทย์แผนกระบบกระดูกและข้อต่อโรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน</strong> ให้คำแนะนำวิธีการรักษามีทั้งวิธีที่ต้องผ่าตัดและแบบที่ไม่ต้องผ่าตัด การพิจารณาเลือกวิธีการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค อายุ และสุขภาพของสุนัข ซึ่งจะมีการแบ่งลักษณะอาการร่วมกับการเอ็กซเรย์เพื่อวินิจฉัยว่าปัญหาเกิดจากส่วนไหน โดยวิธีรักษามี 2 วิธี ดังนี้</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>1.การกินยา</strong></p>
<p style="font-weight: 400;">การรักษาด้วยวิธีนี้ สุนัขจะได้ยาลดปวด ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากอาการของเขาได้ หลังจากทานยาเจ้าของควรสังเกตว่าน้องหมาเดินได้ดีขึ้นไหม หรือทำกิจกรรมอื่นเป็นอย่างไร ถ้าเขาดีขึ้นอาจใช้วิธีอื่นร่วมประกอบในการรักษาด้วย เช่น ลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย ควบคุมปริมาณอาหาร ฯลฯ กล้ามเนื้อจะแข็งแรงขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด และถ้าเจาตูบไม่อยากเดินออกกำลังกาย ก็สามารถพาว่ายน้ำแทนได้ อาการต่าง ๆ ก็จะดีขึ้น ถ้าให้ยาควบคู่กับการออกกำลังกายแล้วดีขึ้น น้องหมามีการเคลื่อนไหวที่มากขึ้นก็ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>2.การผ่าตัด</strong></p>
<p style="font-weight: 400;">หากให้ยาแล้วไม่ดีขึ้นในสิบวันหรือสองอาทิตย์ การผ่าตัดจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ดูแล โดยจะมีวิธีผ่าตัด 2 แบบ คือ</p>
<p style="font-weight: 400;">&#8211;          <strong>ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก</strong></p>
<p style="font-weight: 400;">เพื่อทำให้การรับน้ำหนักและการใช้ขาของสุนัขกลับมาเป็นปกติ จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดและช่วยให้น้องหมาเคลื่อนไหวหรือเดินได้สะดวกขึ้น วิธีนี้จะเห็นผลภายใน 2-3 วัน หลังผ่าตัด แต่ข้อเสียคือเจ้าของต้องดูแลเยอะหลังผ่าตัดในช่วงเดือนแรกและค่าใช้จ่ายสูง</p>
<p style="font-weight: 400;">&#8211;          <strong>ผ่าตัดหัวกระดูกออก</strong></p>
<p style="font-weight: 400;">วิธีนี้อนุโลมให้สุนัขที่หนักน้อยกว่า 17 กิโลกรัมเท่านั้น เนื่องจากสุนัขต้องใช้กล้ามเนื้อสะโพกในการรับน้ำหนัก หากกล้ามเนื้อน้องหมาไม่แข็งแรงก็อาจจะเดินยากหรือเดินไม่ได้ หลังผ่าตัดจึงต้องพาน้องมาทำกายภาพเพื่อให้เขาใช้ขาได้เร็วที่สุด หากผ่าตัดวิธีนี้จะไม่สามารถบอกได้ว่าสุนัขจะใช้ขาเดินได้เมื่อไหร่ เพราะผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการดูแลและการทำกายภาพบำบัด</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
