<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ปัญหาลูกกินยาก &#8211; bkkhealthcare</title>
	<atom:link href="https://bkkhealthcare.com/tag/%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://bkkhealthcare.com</link>
	<description>แค่เว็บเวิร์ดเพรสเว็บหนึ่ง</description>
	<lastBuildDate>Wed, 27 Mar 2024 13:18:26 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>
	<item>
		<title>ปัญหาลูกกินยากแก้ได้ด้วยการฝึกวินัยการกิน</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b9%89/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin BkkHealthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Dec 2023 07:56:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อาหารสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาลูกกินยาก]]></category>
		<category><![CDATA[วินัยการกิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=1014</guid>

					<description><![CDATA[ปัญหาการกินอาหารพบได้บ่อยในทารกและเด็กอายุ 6 เดือน – 3 ปี เป็นปัญหาใหญ่ของคุณแม่หลายคนที่พยายามหาวิธีทำให้ลูกกินอาหาร เพื่อให้ลูกเติบโต แข็งแรง และมีพัฒนาการดี ปัญหาการกินในเด็กที่พบบ่อย ได้แก่ ปัญหาเด็กเลือกกินอาหาร กินน้อย และพฤติกรรมการกินไม่เหมาะสม รศ.พญ.สุภาพรรณ ตันตราชีวธร นายกสมาคมโภชนาการเด็กแห่งประเทศไทย และรองคณบดี คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวว่า ปัญหาการกินในเด็กไม่ใช่เรื่องยากที่จะแก้ไข ขอเพียงคุณแม่ใจเย็นและฝึกลูกให้มีวินัยในการกินอาหาร ปัญหาการกินอาหารในทารกและเด็กเล็กที่พบบ่อย ได้แก่ เด็กเลือกกิน เด็กกลุ่มนี้กินอาหารได้น้อยชนิดกว่าเด็กปกติ เด็กจะเลือกกินอาหารบางชนิด และปฏิเสธอาหารบางชนิด เพราะไม่ชอบรสชาติ ความหยาบ กลิ่น หรือรูปร่างของอาหารนั้นๆ แต่กินอาหารที่ชอบได้ดี  ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่เด็กไม่ยอมกิน เด็กกินน้อย เด็กกลุ่มนี้มักสนใจการเล่นหรือพูดคุยมากกว่าการกิน จึงกินอาหารปริมาณน้อย หรือกินเพียงแค่ไม่กี่คำก็หยุด ทำให้เด็กตัวเล็กเพราะไม่ได้รับสารอาหารเพียงพอ แก้ปัญหาลูกกินยาก ต้องเข้าใจพัฒนาการของเด็กและฝึกวินัยการกินอาหาร  “ช่วงอายุ 6 -12 เดือน เป็นเวลาที่สำคัญในการฝึกลูกให้มีพัฒนาการด้านการกินอาหารที่ถูกต้อง โดยทารกอายุ 6 เดือนแรกควรกินนมแม่เพียงอย่างเดียว และเมื่ออายุ 6 เดือนขึ้นไป ทารกควรได้รับอาหารอื่นหรือที่เรียกว่าอาหารตามวัยควบคู่ไปกับนมแม่ เพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารและพลังงานเพียงพอกับการเจริญเติบโต คุ้นเคยกับรสชาติและลักษณะอาหารที่หลากหลาย รวมทั้งเป็นการสร้างพฤติกรรมการกินที่ดี ช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่สำคัญในการฝึกวินัยการกินอาหารให้ลูก ถ้าคุณแม่ไม่ฝึกให้ลูกเริ่มกินอาหารตามวัยและสร้างพฤติกรรมการกินอาหารที่ถูกต้อง ก็จะทำให้ลูกมีปัญหาการกินในอนาคต” รศ.พญ.สุภาพรรณ กล่าว การฝึกลูกให้มีพฤติกรรมการกินอาหารที่ถูกต้อง มีแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้ ให้ลูกกินอาหารอย่างเหมาะสมตามวัยและพัฒนาการ คือเมื่อลูกอายุ 6 เดือน ควรให้ลูกกินอาหารอื่นนอกเหนือจากนม โดยป้อนอาหารบดละเอียด เช่น ข้าว [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;">ปัญหาการกินอาหารพบได้บ่อยในทารกและเด็กอายุ 6 เดือน – 3 ปี<strong> </strong>เป็นปัญหาใหญ่ของคุณแม่หลายคนที่พยายามหาวิธีทำให้ลูกกินอาหาร เพื่อให้ลูกเติบโต แข็งแรง และมีพัฒนาการดี ปัญหาการกินในเด็กที่พบบ่อย ได้แก่ ปัญหาเด็กเลือกกินอาหาร กินน้อย และพฤติกรรมการกินไม่เหมาะสม <strong>รศ.พญ.สุภาพรรณ ตันตราชีวธร นายกสมาคมโภชนาการเด็กแห่งประเทศไทย และรองคณบดี คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช</strong> กล่าวว่า ปัญหาการกินในเด็กไม่ใช่เรื่องยากที่จะแก้ไข ขอเพียงคุณแม่ใจเย็นและฝึกลูกให้มีวินัยในการกินอาหาร</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>ปัญหาการกินอาหารในทารกและเด็กเล็กที่พบบ่อย ได้แก่</strong></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;"><em> เด็กเลือกกิน</em></li>
</ol>
<p style="font-weight: 400;">เด็กกลุ่มนี้กินอาหารได้น้อยชนิดกว่าเด็กปกติ เด็กจะเลือกกินอาหารบางชนิด และปฏิเสธอาหารบางชนิด เพราะไม่ชอบรสชาติ ความหยาบ กลิ่น หรือรูปร่างของอาหารนั้นๆ แต่กินอาหารที่ชอบได้ดี  ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่เด็กไม่ยอมกิน</p>
<ol start="2">
<li style="font-weight: 400;"><em> เด็กกินน้อย</em></li>
</ol>
<p style="font-weight: 400;">เด็กกลุ่มนี้มักสนใจการเล่นหรือพูดคุยมากกว่าการกิน จึงกินอาหารปริมาณน้อย หรือกินเพียงแค่ไม่กี่คำก็หยุด ทำให้เด็กตัวเล็กเพราะไม่ได้รับสารอาหารเพียงพอ</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>แก้ปัญหาลูกกินยาก ต้องเข้าใจพัฒนาการของเด็กและฝึกวินัยการกินอาหาร</strong></p>
<p style="font-weight: 400;"> “ช่วงอายุ 6 -12 เดือน เป็นเวลาที่สำคัญในการฝึกลูกให้มีพัฒนาการด้านการกินอาหารที่ถูกต้อง โดยทารกอายุ 6 เดือนแรกควรกินนมแม่เพียงอย่างเดียว และเมื่ออายุ 6 เดือนขึ้นไป ทารกควรได้รับอาหารอื่นหรือที่เรียกว่าอาหารตามวัยควบคู่ไปกับนมแม่ เพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารและพลังงานเพียงพอกับการเจริญเติบโต คุ้นเคยกับรสชาติและลักษณะอาหารที่หลากหลาย รวมทั้งเป็นการสร้างพฤติกรรมการกินที่ดี ช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่สำคัญในการฝึกวินัยการกินอาหารให้ลูก ถ้าคุณแม่ไม่ฝึกให้ลูกเริ่มกินอาหารตามวัยและสร้างพฤติกรรมการกินอาหารที่ถูกต้อง ก็จะทำให้ลูกมีปัญหาการกินในอนาคต” <strong>รศ.พญ.สุภาพรรณ กล่าว</strong></p>
<p style="font-weight: 400;">การฝึกลูกให้มีพฤติกรรมการกินอาหารที่ถูกต้อง มีแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้</p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;">ให้ลูกกินอาหารอย่างเหมาะสมตามวัยและพัฒนาการ คือเมื่อลูกอายุ 6 เดือน ควรให้ลูกกินอาหารอื่นนอกเหนือจากนม โดยป้อนอาหารบดละเอียด เช่น ข้าว ไข่ เนื้อสัตว์หรือตับ และผักบดละเอียด 1 มื้อ แล้วค่อยๆ เพิ่มชนิด ปริมาณและความหยาบของอาหารเมื่อลูกอายุมากขึ้น และให้ลูกกินอาหารเหมือนผู้ใหญ่เมื่ออายุ 12 เดือน นอกจากนี้ควรฝึกให้ลูกหัดกินอาหารเองโดยใช้ช้อนและเลิกดูดนมจากขวดเมื่ออายุ 1-1 ½ ปี</li>
<li style="font-weight: 400;">ฝึกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่บังคับ เมื่อเริ่มอาหารชนิดใหม่ เด็กหลายคนอาจปฏิเสธอาหารในช่วงแรก แต่ไม่ได้หมายความว่าเด็กจะไม่ยอมกินหรือไม่ชอบ พ่อแม่ต้องใจเย็น ค่อยๆ ฝึกให้ลูกกินอาหาร ให้เว้นระยะเวลาประมาณ2-3 วัน แล้วให้อาหารนั้นอีกครั้งหนึ่ง โดยทั่วไปอาจต้องลองป้อน 8-15 ครั้งกว่าเด็กจะยอมกิน</li>
<li style="font-weight: 400;">3. วิธีการป้อนอาหารที่เหมาะสม คือ พ่อแม่เป็นผู้เลือกว่าจะให้ลูกกินอาหารชนิดใด ที่ไหน และเมื่อไร ส่วนลูกเป็นผู้กำหนดปริมาณอาหารที่กินเอง ไม่ต้องบังคับให้ลูกกินหมดทุกมื้อฝึกให้ลูกกินอาหารเป็นมื้อ เป็นเวลา แต่ละมื้อใช้เวลา 15-20 นาที(ไม่ควรเกิน 30 นาที) ให้กินอาหารเป็นที่เป็นทาง โดยนั่งกินอาหารที่โต๊ะอาหาร ไม่กินไปเล่นไปหรือดูโทรทัศน์ในขณะกินอาหาร</li>
</ol>
<p style="font-weight: 400;"><strong>จะเลือกนมอย่างไรให้ลูกน้อย</strong></p>
<h5>นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก จึงควรส่งเสริมให้ทารกกินนมแม่อย่างเดียวจนถึงอายุ 6 เดือน หลังอายุ 6 เดือน ให้อาหารตามวัยควบคู่กับนมแม่จนถึงอายุ 2 ปีหรือนานกว่านั้น ในกรณีที่ไม่สามารถให้นมแม่ได้หรือมีความจำเป็นต้องใช้นมอื่นทดแทนนมแม่ จะต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์นมทดแทนให้ถูกต้อง</h5>
<h5>ผลิตภัณฑ์นมสำหรับทารกและเด็กปกติ แบ่งเป็น  3 ประเภท ได้แก่</h5>
<ol>
<li style="font-weight: 400;">นมดัดแปลงสำหรับทารก คือ นมวัวที่ดัดแปลงให้มีส่วนประกอบใกล้เคียงนมแม่ ใช้สำหรับทารกแรกเกิด-อายุ 1 ปี</li>
<li style="font-weight: 400;">นมดัดแปลงสูตรต่อเนื่อง คือ นมวัวที่ดัดแปลงให้มีปริมาณโปรตีนอยู่ระหว่างนมดัดแปลงสำหรับทารกและนมครบส่วน ใช้สำหรับทารกอายุ 6 เดือน &#8211; 3 ปี</li>
<li style="font-weight: 400;">นมครบส่วน ใช้สำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป</li>
</ol>
<p style="font-weight: 400;">เด็กอายุ 1-5 ปีควรกินอาหารหลักวันละ 3 มื้อ และอาหารว่าง 1-2 มื้อ ร่วมกับดื่มนมครบส่วนรสจืดวันละ 2 กล่อง เนื่องจากนมเป็นแหล่งอาหารสำคัญของโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ โดยเฉพาะแคลเซียมและฟอสฟอรัส ที่ช่วยให้กระดูกแข็งแรง นอกจากนี้มีการศึกษาพบว่า การบริโภคนมช่วยเพิ่มความสูงในเด็ก และอาจลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งเต้านม เป็นต้น</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>รศ.พญ.สุภาพรรณ</strong> ย้ำว่า “สิ่งสำคัญในการแก้ปัญหาการกินของเด็ก คือ การที่คุณพ่อคุณแม่ฝึกลูกให้มีพฤติกรรมการกินอาหารที่ถูกต้องตั้งแต่วัยทารก โดยการให้อาหารตามวัยและฝึกให้มีพฤติกรรมการกินอาหารที่เหมาะสม ทั้งนี้ลูกจะเป็นเด็กกินง่ายหรือกินยาก ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูของคุณพ่อคุณแม่”</p>
<p style="font-weight: 400;">เผยแพร่โดยสมาคมผู้ผลิตอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก (PNMA) เพื่อนำเสนอข้อมูลเป็นประโยชน์สำหรับคุณพ่อคุณแม่ สามารถติดตามสาระความรู้ดีๆ ของสมาคมฯ ได้ที่ Facebook/1-2-3Kidspedia</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
