<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ผู้ป่วยโรคเบาหวาน &#8211; bkkhealthcare</title>
	<atom:link href="https://bkkhealthcare.com/tag/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://bkkhealthcare.com</link>
	<description>แค่เว็บเวิร์ดเพรสเว็บหนึ่ง</description>
	<lastBuildDate>Mon, 15 Mar 2021 17:00:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>
	<item>
		<title>มาพูดคุยถึงประเด็น โรคแทรกซ้อน ในผู้ป่วยเบาหวาน</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[BKK Healthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Mar 2021 17:00:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อาหารสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[DPN]]></category>
		<category><![CDATA[การแทรกซ้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ป่วยโรคเบาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาการ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคแทรกซ้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=235</guid>

					<description><![CDATA[เราจะมาพูดถึงประเด็นนี้กัน ในส่วนของ การแทรกซ้อน ของหลอดเลือดเลือดขนาดเล็ก ในผู้ป่วยเบาหวาน ในส่วนของเท้ากัน โรคแทรกซ้อน ในวารสารวิชาการนี้ ล่าสุดที่ออกมาปี 2021 สรุปว่า micro vascular complication ในส่วน nerve damage ( หรือการทำลายของเส้นประสาท) ในการตรวจมีความสำคัญมากเพราะมากกว่า 50 % แสดงอาการเพราะถ้าหาก ไม่ดูแลเท้า ให้ดี ( foot care ) จะมีโอกาสที่จะมีความเสี่ยงก่อให้เกิดบาดแผลที่เท้าได้ การตรวจดูแลระบบประสาทจะเป็นการดูแลที่เจาะจงไปที่ระบบประสาท มากกว่า แต่ในการควบคุมระดับน้ำตาล จะเป็นการป้องกัน การแทรกซ้อน ของระบบประสาท ที่เสื่อมลง และ โรคแทรกซ้อนทางหัวใจด้วย ในผู้ป่วยเบาหวาน ชนิดที่ 1 สำหรับ ชนิดที่ 2 ก็จะชะลอการดำเนินการของโรคให้ช้าลง แต่ไม่ได้หมายความว่า การที่สูญเสียความรู้สึกที่เส้นประสาทจะกลับ คืนมา แต่การควบคุมน้ำตาลทั้งการให้ยา และ ไม่ให้ยา เป็นการ ลดอาการปวดลง หรืออาการให้ดีขึ้น [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เราจะมาพูดถึงประเด็นนี้กัน ในส่วนของ การแทรกซ้อน ของหลอดเลือดเลือดขนาดเล็ก ในผู้ป่วยเบาหวาน ในส่วนของเท้ากัน</p>
<h2>โรคแทรกซ้อน ในวารสารวิชาการนี้ ล่าสุดที่ออกมาปี 2021</h2>
<p>สรุปว่า micro vascular complication ในส่วน nerve damage ( หรือการทำลายของเส้นประสาท) ในการตรวจมีความสำคัญมากเพราะมากกว่า 50 % แสดงอาการเพราะถ้าหาก ไม่ดูแลเท้า ให้ดี ( foot care ) จะมีโอกาสที่จะมีความเสี่ยงก่อให้เกิดบาดแผลที่เท้าได้</p>
<p>การตรวจดูแลระบบประสาทจะเป็นการดูแลที่เจาะจงไปที่ระบบประสาท มากกว่า แต่ในการควบคุมระดับน้ำตาล จะเป็นการป้องกัน การแทรกซ้อน ของระบบประสาท ที่เสื่อมลง และ โรคแทรกซ้อนทางหัวใจด้วย ในผู้ป่วยเบาหวาน ชนิดที่ 1 สำหรับ ชนิดที่ 2 ก็จะชะลอการดำเนินการของโรคให้ช้าลง แต่ไม่ได้หมายความว่า การที่สูญเสียความรู้สึกที่เส้นประสาทจะกลับ คืนมา แต่การควบคุมน้ำตาลทั้งการให้ยา และ ไม่ให้ยา เป็นการ ลดอาการปวดลง หรืออาการให้ดีขึ้น ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น</p>
<h3>สำหรับการตรวจ Neuropathy Diabetic peripheral neuropathy (DPN)</h3>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-237 size-full" src="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL2hlLzAvdWQvNC8yMjczMy9kaWFiZXRlcy5qcGc.jpg" alt="โรคแทรกซ้อน" width="850" height="510" srcset="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL2hlLzAvdWQvNC8yMjczMy9kaWFiZXRlcy5qcGc.jpg 850w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL2hlLzAvdWQvNC8yMjczMy9kaWFiZXRlcy5qcGc-300x180.jpg 300w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL2hlLzAvdWQvNC8yMjczMy9kaWFiZXRlcy5qcGc-768x461.jpg 768w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL2hlLzAvdWQvNC8yMjczMy9kaWFiZXRlcy5qcGc-696x418.jpg 696w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL2hlLzAvdWQvNC8yMjczMy9kaWFiZXRlcy5qcGc-700x420.jpg 700w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p>1 คนไข้ทุกคนจะได้รับการประเมินการตรวจระบบประสาท โดยมีการตรวจในระดับ small fibre เพื่อทำ pinprick and temperature sensation (ดูความรู้สึก ความแหลมคม และอุณหภูมิ )</p>
<p>2 ตรวจในระดับ large fibre เพื่อดู vibration sensation ดูความรู้สึกสั่นสะเทือน ใน อัตรา 128Hz</p>
<p>3. ตรวจในระดับ protective sensation เพื่อดูความรู้สึกในการป้องกันตรวจเอง เราจะใช้ 10g monofilament</p>
<p>การตรวจทั้งหมด จะเป็นการประเมิน ความเสี่ยงที่จะเกิดแผลที่เท้า และโอกาสในการถูกตัดเท้า เดี่ยวในหัวข้ออื่นๆจะขอเล่าต่อในตอนต่อไป อยากฝากให้ทุกท่านได้เป็นความรู้ว่า เท้าสำคัญมากต่อการดำเนินชีวิตครับ</p>
<p>หมอเฟิร์ส สิทธิพงษ์ Pod med , clinical adv pod</p>
<p><span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://bkkhealthcare.com/">BKK Healthcare</a></strong> </span>เว็บไซต์สุขภาพยอดนิยม</p>
<p>ขอบคุณรูปภาพจาก Asisto, <span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://www.sanook.com/health/22733/" target="_blank" rel="noopener">Sanook</a></strong></span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แผลเท้าเบาหวาน อย่ามองข้าม</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[BKK Healthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Mar 2021 16:31:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อาหารสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตาลในเลือด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ป่วยโรคเบาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[าการชาที่เท้า]]></category>
		<category><![CDATA[แผล]]></category>
		<category><![CDATA[แผลเท้าเบาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลเวชธานี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=208</guid>

					<description><![CDATA[แผลเท้าเบาหวาน อย่ามองข้าม อาจมีความเสี่ยงติดเชื้อ แผลเท้าโรคเบาหวาน ยังคงเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้าม และอาจคิดว่าทำแผลเองได้ที่บ้าน แต่รู้หรือไม่ ว่าแผลเท้าโรคเบาหวาน อาจมีความเสี่ยงติดเชื้อ และเกิดการลุกลามจนนำไปสู่การสูญเสียขาได้ในที่สุด หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง นายแพทย์ศุภชัย จันทร์วิทัน ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านหลอดเลือด โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานส่วนใหญ่จะมีปัญหาน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งภาวะน้ำตาลในเลือดจะส่งผลต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ฉะนั้นยิ่งน้ำตาลในเลือดสูง ระบบภูมิคุ้มกันก็ยิ่งลดลง ส่งผลให้มีการติดเชื้อง่ายมากขึ้น นอกจากนี้ โดยหลักการของโรคเบาหวาน มักจะมีภาวะแทรกซ้อนที่ทำให้เส้นประสาทเสื่อม จนเกิดอาการชาที่มือและเท้า ดังนั้น เมื่อมีอาการชาที่เท้า ผู้ป่วยจะไม่รู้ตัวเมื่อเกิดแผล เนื่องจากอยู่ในจุดที่มองไม่เห็น ทำให้ไม่ได้มีการดูแลตั้งแต่ต้น จนเกิดการติดเชื้อและลุกลามได้ง่ายกว่าบริเวณอื่นของร่างกาย ทั้งนี้ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ยังมีแนวโน้มที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือดเสื่อมได้อีกด้วย เพราะฉะนั้น ในผู้ป่วยที่มีแผลเท้าโรคเบาหวาน สิ่งแรกที่ต้องดูคือผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องหลอดเลือดร่วมด้วยหรือไม่ หากไม่มีปัญหาหลอดเลือด การรักษาแผลจะทำได้ง่ายกว่า แต่หากมีปัญหาเรื่องหลอดเลือดร่วมด้วย การรักษาแผลจะมีความสลับซับซ้อน เนื่องจากกระบวนการการหายของแผลจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ มีเลือดไปเลี้ยงเพียงพอ ไม่มีการติดเชื้อ และมีสภาพแวดล้อมของแผลที่เหมาะสม ในกรณีที่มี แผลเท้าเบาหวาน ร่วมกับมีปัญหาหลอดเลือด ในภาวะนี้ควรได้รับการรักษาปัญหาหลอดเลือด เพื่อเปิดให้เลือดได้ไหลมาเลี้ยงแผลให้ได้มากที่สุด โดยวิธีการเปิดหลอดเลือดที่อุดตัน (Revascularization) ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีการรักษา มีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพในการทำให้เลือดกลับมาเลี้ยงแผลได้ดีขึ้น โดยวิธีการซ่อมหลอดเลือดหลัก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h1>แผลเท้าเบาหวาน อย่ามองข้าม อาจมีความเสี่ยงติดเชื้อ</h1>
<p>แผลเท้าโรคเบาหวาน ยังคงเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้าม และอาจคิดว่าทำแผลเองได้ที่บ้าน แต่รู้หรือไม่ ว่าแผลเท้าโรคเบาหวาน อาจมีความเสี่ยงติดเชื้อ และเกิดการลุกลามจนนำไปสู่การสูญเสียขาได้ในที่สุด หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง</p>
<p>นายแพทย์ศุภชัย จันทร์วิทัน ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านหลอดเลือด โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานส่วนใหญ่จะมีปัญหาน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งภาวะน้ำตาลในเลือดจะส่งผลต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ฉะนั้นยิ่งน้ำตาลในเลือดสูง ระบบภูมิคุ้มกันก็ยิ่งลดลง ส่งผลให้มีการติดเชื้อง่ายมากขึ้น นอกจากนี้ โดยหลักการของโรคเบาหวาน มักจะมีภาวะแทรกซ้อนที่ทำให้เส้นประสาทเสื่อม จนเกิดอาการชาที่มือและเท้า ดังนั้น เมื่อมีอาการชาที่เท้า ผู้ป่วยจะไม่รู้ตัวเมื่อเกิดแผล เนื่องจากอยู่ในจุดที่มองไม่เห็น ทำให้ไม่ได้มีการดูแลตั้งแต่ต้น จนเกิดการติดเชื้อและลุกลามได้ง่ายกว่าบริเวณอื่นของร่างกาย</p>
<p>ทั้งนี้ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ยังมีแนวโน้มที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือดเสื่อมได้อีกด้วย เพราะฉะนั้น ในผู้ป่วยที่มีแผลเท้าโรคเบาหวาน สิ่งแรกที่ต้องดูคือผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องหลอดเลือดร่วมด้วยหรือไม่ หากไม่มีปัญหาหลอดเลือด การรักษาแผลจะทำได้ง่ายกว่า แต่หากมีปัญหาเรื่องหลอดเลือดร่วมด้วย การรักษาแผลจะมีความสลับซับซ้อน เนื่องจากกระบวนการการหายของแผลจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ มีเลือดไปเลี้ยงเพียงพอ ไม่มีการติดเชื้อ และมีสภาพแวดล้อมของแผลที่เหมาะสม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-210 size-full" src="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/Foot-ulcers1.jpg" alt="แผลเท้าเบาหวาน" width="500" height="331" srcset="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/Foot-ulcers1.jpg 500w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/Foot-ulcers1-300x199.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<h3>ในกรณีที่มี แผลเท้าเบาหวาน ร่วมกับมีปัญหาหลอดเลือด</h3>
<p>ในภาวะนี้ควรได้รับการรักษาปัญหาหลอดเลือด เพื่อเปิดให้เลือดได้ไหลมาเลี้ยงแผลให้ได้มากที่สุด โดยวิธีการเปิดหลอดเลือดที่อุดตัน (Revascularization) ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีการรักษา มีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพในการทำให้เลือดกลับมาเลี้ยงแผลได้ดีขึ้น โดยวิธีการซ่อมหลอดเลือดหลัก ๆ ได้แก่ การทำบายพาสหลอดเลือด, การใส่สายสวนหลอดเลือด เพื่อทำบอลลูนขยายจุดที่ตีบหรือตัน นอกจากนี้ยังมีวิธีรักษาเพิ่มเติม เช่น การอบออกซิเจน หรือการทำไฮเปอร์แบริค (Hyperbaric oxygen therapy) การให้สเปรย์ออกซิเจน และการให้ยาในเรื่องของสเต็มเซลล์ เป็นต้น</p>
<p>“ โดยปกติแผลทั่ว ๆ ไป มักจะหายเองได้ภายใน 7 -14 วัน แต่หากเกินกว่านั้นหรือรู้ตัวอยู่แล้วว่าเป็นโรคเบาหวาน ไม่ควรทำแผลเอง ควรรีบมารักษากับแพทย์เฉพาะทาง เนื่องจากแพทย์จะสามารถทำแผลโดยปราศจากเชื้อ ควบคุมการติดเชื้อ และประเมินความรุนแรงการติดเชื้อ ขนาดแผล และปัญหาหลอดเลือดของผู้ป่วย ทำให้ลดโอกาสการตัดเท้าที่เกิดจากการติดเชื้อรุนแรงได้ ” นพ.ศุภชัยกล่าว จุดประสงค์ของการรักษาแผลเท้าโรคเบาหวาน คือการเก็บรักษาเท้าเพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาเดินได้เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นหากเข้ารับการรักษาตั้งแต่แรก และต่อเนื่อง จะทำให้ลดโอกาสการติดเชื้อและลุกลามไปจนถึงกระดูกที่จะนำไปสู่การตัดเท้าได้</p>
<p><span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://bkkhealthcare.com/">BKK Healthcare</a></strong> </span>เว็บไซต์สุขภาพยอดนิยม</p>
<p>ขอบคุณรูปภาพจาก โรงพยาบาลธนบุรี 2, <span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://bupa.co.th/diabetic-foot-pain-and-ulcers-0369/" target="_blank" rel="noopener">Bupa Thailand</a></strong></span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
