<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>หมอพร้อม &#8211; bkkhealthcare</title>
	<atom:link href="https://bkkhealthcare.com/tag/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://bkkhealthcare.com</link>
	<description>แค่เว็บเวิร์ดเพรสเว็บหนึ่ง</description>
	<lastBuildDate>Sun, 09 May 2021 14:46:56 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>
	<item>
		<title>วัคซีนโควิด-19 “ความหวัง ทางเลือก และทางรอด ของประชาชนชาวไทย”</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%94-19-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%97/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin BkkHealthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 09 May 2021 14:46:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โปรโมชั่นสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[วัคซีน]]></category>
		<category><![CDATA[วัคซีนโควิด]]></category>
		<category><![CDATA[หมอพร้อม]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด 19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=493</guid>

					<description><![CDATA[วัคซีนโควิด-19 “ความหวัง ทางเลือก และทางรอด ของประชาชนชาวไทย” ลังจากผ่านพ้นปฏิทินปี 2021 มา 5 เดือนเต็ม ในที่สุดประเทศไทยก็กำลังเดินหน้าเข้าสู่ขั้นต่อไปของการ “ฉีดวัคซีน” ไวรัสโควิด-19 หรืออีกนัยหนึ่ง คือการเปิดให้ประชากรไทยลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์ม “หมอพร้อม” เพื่อเตรียมตัวรับวัคซีนอย่างทั่วถึง แต่ประเด็นที่ใครหลายคนอยากรู้ก่อนจรดนิ้วลงทะเบียน คงหนีไม่พ้นเรื่องสองยี่ห้อวัคซีน “ม้าเต็ง” อย่าง ‘แอสตร้าเซนเนกา (AstraZeneca)’ และ ‘ซิโนแวค (Sinovac)’ ที่ถูกถามถึงกันไม่เว้นวัน ว่า ‘ประสิทธิภาพ’ รวมถึง ‘ผลข้างเคียง’ ที่เกิดขึ้น จะคุ้มค่าพอให้เราเลิกแขนเสื้อขึ้นฉีดหรือไม่ แต่ก่อนจะพูดเจาะลึกถึงสองม้าเต็ง เราอยากจะขยายความถึงม้าเบอร์อื่นๆ ให้ชัดเจนขึ้นเสียก่อน เพื่อง่ายต่อการเทียบข้อแตกต่าง และชั่งน้ำหนักความคุ้มค่าของวัคซีนแต่ละชนิดอย่างชัดเจนที่สุด วัคซีนโควิด-19 มีกี่ชนิด นายแพทย์สมชัย ลีลาศิริวงศ์ ที่ปรึกษาผู้จัดการความเสี่ยง โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลกับเราว่า วัคซีนที่ใช้ป้องกันโรคโควิด 19 ทั้งหมดในปัจจุบัน มีอยู่ 4 ชนิดหลัก ๆ โดยแบ่งจากเทคนิคที่ใช้ในการผลิตวัคซีนโควิด 19 ได้แก่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วัคซีนโควิด-19 “ความหวัง ทางเลือก และทางรอด ของประชาชนชาวไทย”</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลังจากผ่านพ้นปฏิทินปี </span><span style="font-weight: 400;">2021 </span><span style="font-weight: 400;">มา </span><span style="font-weight: 400;">5 </span><span style="font-weight: 400;">เดือนเต็ม ในที่สุดประเทศไทยก็กำลังเดินหน้าเข้าสู่ขั้นต่อไปของการ </span><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">ฉีดวัคซีน</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ไวรัสโควิด-19 หรืออีกนัยหนึ่ง คือการเปิดให้ประชากรไทยลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์ม </span><b>“</b><a href="https://xn--v3cfbh1bnc7t.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>หมอพร้อม</b></a><b>”</b> <span style="font-weight: 400;">เพื่อเตรียมตัวรับวัคซีนอย่างทั่วถึง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ประเด็นที่ใครหลายคนอยากรู้ก่อนจรดนิ้วลงทะเบียน คงหนีไม่พ้นเรื่องสองยี่ห้อวัคซีน </span><b>“</b><b>ม้าเต็ง</b><b>”</b> <span style="font-weight: 400;">อย่าง </span><b>‘</b><b>แอสตร้าเซนเนกา (</b><b>AstraZeneca)’</b><b> และ </b><b>‘</b><b>ซิโนแวค (</b><b>Sinovac)’</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ถูกถามถึงกันไม่เว้นวัน ว่า </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">ประสิทธิภาพ</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">รวมถึง </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">ผลข้างเคียง</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">ที่เกิดขึ้น จะคุ้มค่าพอให้เราเลิกแขนเสื้อขึ้นฉีดหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ก่อนจะพูดเจาะลึกถึงสองม้าเต็ง เราอยากจะขยายความถึงม้าเบอร์อื่นๆ ให้ชัดเจนขึ้นเสียก่อน เพื่อง่ายต่อการเทียบข้อแตกต่าง และชั่งน้ำหนักความคุ้มค่าของวัคซีนแต่ละชนิดอย่างชัดเจนที่สุด</span></p>
<p><b>วัคซีนโควิด-</b><b>19 </b><b>มีกี่ชนิด</b></p>
<p><b>นายแพทย์สมชัย ลีลาศิริวงศ์ </b><b>ที่ปรึกษาผู้จัดการความเสี่ยง โรงพยาบาลพระรามเก้า</b><span style="font-weight: 400;"> ให้ข้อมูลกับเราว่า</span> <span style="font-weight: 400;">วัคซีนที่ใช้ป้องกันโรคโควิด </span><span style="font-weight: 400;">19 </span><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดในปัจจุบัน มีอยู่ </span><span style="font-weight: 400;">4 </span><span style="font-weight: 400;">ชนิดหลัก ๆ โดยแบ่งจากเทคนิคที่ใช้ในการผลิตวัคซีนโควิด </span><span style="font-weight: 400;">19 </span><span style="font-weight: 400;">ได้แก่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; </span><b>mRNA vaccines </b><b>หรือวัคซีนชนิดสารพันธุกรรม</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เคยใช้กับการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคอีโบล่า วัคซีนชนิดนี้จะใช้สารพันธุกรรมของโควิด-</span><span style="font-weight: 400;">19 </span><span style="font-weight: 400;">หรือเชื้อไวรัสซาร์ส-โควี-2 (</span><span style="font-weight: 400;">SARS-CoV-</span><span style="font-weight: 400;">2) เข้าไปกำกับการสร้างโปรตีนส่วนหนาม (</span><span style="font-weight: 400;">spike protein</span><span style="font-weight: 400;">) และทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโควิด-</span><span style="font-weight: 400;">19</span><span style="font-weight: 400;"> ออกมา โดยมี</span><span style="font-weight: 400;"> BioNTech/Pfizer </span><span style="font-weight: 400;">และ </span><span style="font-weight: 400;">Moderna</span><span style="font-weight: 400;"> เป็นสองยี่ห้อที่ใช้เทคโนโลยีนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; </span><b>Viral vector vaccines</b><b> หรือวัคซีนชนิดใช้ไวรัสเป็นพาหะ</b><span style="font-weight: 400;"> พัฒนาโดยการนำไวรัสที่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์ลงแล้ว หรือไม่สามารถแบ่งตัวได้อีก มาตัดแต่งพันธุกรรมเพื่อใช้เป็นพาหะ แล้วฝากสารพันธุกรรมของโควิด-</span><span style="font-weight: 400;">19</span><span style="font-weight: 400;"> เข้าไป ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา ซึ่งเทคนิคนี้เป็นวิธีที่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากเลียนแบบการติดเชื้อที่ใกล้เคียงธรรมชาติ โดยมีวัคซีนจาก </span><span style="font-weight: 400;">Johnson &amp; Johnson</span><span style="font-weight: 400;">, </span><span style="font-weight: 400;">Sputnik V </span><span style="font-weight: 400;">รวมถึง </span><b>‘Oxford – AstraZeneca’</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ผลิตจากเทคนิคนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; </span><b>Protein-based vaccines</b><b> หรือวัคซีนที่ทำจากโปรตีนส่วนหนึ่งของเชื้อ</b> <span style="font-weight: 400;">ไวรัสซาร์ส-โควี-</span><span style="font-weight: 400;">2 (SARS-CoV-2)</span><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;"> โดยการนำเอาโปรตีนบางส่วนของโควิด-</span><span style="font-weight: 400;">19</span><span style="font-weight: 400;"> เช่น โปรตีนส่วนหนาม มาผสมกับสารกระตุ้นภูมิ ก่อนฉีดเข้าร่างกาย </span><span style="font-weight: 400;">แล้วนำมาผสมกับสารกระตุ้นภูมิ เมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส ใช้กันมานานแล้ว เพราะเป็นเทคนิคที่ใช้ผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนตับอักเสบชนิดบี </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่ง</span><span style="font-weight: 400;"> Novavax</span><span style="font-weight: 400;"> เป็นหนึ่งยี่ห้อที่ใช้เทคนิคนี้ในการผลิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; </span><b>Inactivated vaccines</b><b> หรือวัคซีนชนิดเชื้อตาย</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นการผลิตขึ้นจากการนำเชื้อโควิด-</span><span style="font-weight: 400;">19 </span><span style="font-weight: 400;">มาทำให้ตายด้วยสารเคมีหรือความร้อน ก่อนฉีดเข้าร่างกายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส เทคนิคนี้ผลิตได้ค่อนข้างช้า และต้นทุนสูง เนื่องจากต้องผลิตในห้องปฏิบัติการนิรภัยระดับ </span><span style="font-weight: 400;">3 </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเจ้าที่ใช้เทคนิคนี้คือ</span><span style="font-weight: 400;"> Sinopharm</span><span style="font-weight: 400;"> และ </span><span style="font-weight: 400;">‘Sinovac’</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อรับรู้ถึงที่มาที่ไปของเทคนิคที่ใช้ในการผลิตวัคซีนในแต่ละชนิด ความคาดหวังต่อมาคงหนีไม่พ้นปัจจัยด้านความเสี่ยง หรือ </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">ผลข้างเคียง</span><span style="font-weight: 400;">’</span><span style="font-weight: 400;"> ที่ดูจะมีหลายอาการจนน่าสับสัน ซึ่งจริงๆ แล้วผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ผู้มีผลข้างเคียงส่วนใหญ่มักมีอาการร่วมกัน อย่าง จุดปวด บวม แดง คัน หรือช้ำ ตรงจุดฉีดวัคซีน, อาการคลื่นไส้ &#8211; มีไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ รวมถึงรู้สึกอ่อนเพลียและไม่สบายตัว ซึ่งเป็นผลข้างเคียง </span><b>“</b><b>ชนิดไม่รุนแรง</b><b>”</b> <span style="font-weight: 400;">ที่พบแทบในวัคซีนทุกชนิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">ประเด็นที่คนไทยกำลังกังวลคือ ข่าวผลข้างเคียงที่รุนแรง </span><i><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะภาวะลิ่มเลือดอุดตันจากวัคซีนแอสตร้าเซนเนกา</span></i><span style="font-weight: 400;">” </span><b>โดย </b><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">สำนักงานการแพทย์ยุโรป (</span><span style="font-weight: 400;">EMA) </span><span style="font-weight: 400;">ประกาศว่าวัคซีนชนิดนี้ อาจมีความเชื่อมโยงกันกับภาวะดังกล่าว หลังมีรายงานว่ามีผู้ป่วยภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลังได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรก</span><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หลายหน่วยงานด้านสาธารณสุขระดับโลกรายงานตรงกันว่า หากเทียบสัดส่วนประชากรที่รับการฉีดแล้ว ภาวะดังกล่าวมีสัดส่วนเกิดขึ้นต่ำมาก เมื่อพิจารณาในภาพรวมแล้ว หลายฝ่ายจึงให้ข้อสรุปว่า </span><b><i>การเดินหน้าฉีดวัคซีนเพื่อลดโอกาสเสียชีวิตจากโควิด</i></b><b><i>-19 </i></b><b><i>จะมีประโยชน์มากกว่าการระงับใช้วัคซีนไปเลย</i></b><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนอีกหนึ่งที่กำลังเข้าสู่ประเทศไทยหลักล้านโดส อย่าง </span><b>ซิโนแวค</b><span style="font-weight: 400;"> แม้ล่าสุดจะถูกเอ่ยถึงอาการข้างเคียงคล้ายอัมพฤกษ์ ซึ่งอาจเป็นความผิดปกติทางระบบประสาทชั่วคราว แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลยืนยันที่ชัดเจนในหัวข้อดังกล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยรายงานต่างๆ นานา ของทั้ง </span><b>แอสตร้าเซนเนกา และ ซิโนแวค</b><span style="font-weight: 400;"> อาจจะยากเสียหน่อยที่จะยกวัคซีนทั้งสองให้เป็นม้าตัวความหวังของประเทศไทย แต่อย่างน้อยที่สุดแล้วทั้งคู่ต่างก็เป็นวัคซีนที่ได้รับการรับรองจากองค์กรอนามัยโลกแล้ว มีการอนุมัติใช้แล้วในหลายประเทศ และยังผ่านการขึ้นทะเบียนและได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประเทศไทย อย่างถูกต้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย </span><b>รศ.พญ.รวีรัตน์ สิชฌรังษี กุมารแพทย์ด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน </b><span style="font-weight: 400;">ให้ข้อมูลวัคซีนทั้งสองชนิดว่า</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">ในประเทศไทย จะใช้ </span><b>แอสตร้าเซนเนกา</b> <span style="font-weight: 400;">ฉีดให้กับผู้ที่มีอายุ </span><span style="font-weight: 400;">60 </span><span style="font-weight: 400;">ปีขึ้นไป บริเวณต้นแขนรวม </span><span style="font-weight: 400;">2 </span><span style="font-weight: 400;">โดส ห่างกัน </span><span style="font-weight: 400;">10-12 </span><span style="font-weight: 400;">สัปดาห์ และหลีกเลี่ยงการฉีดให้กับผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องอย่างมาก ส่วน </span><b>ซิโนแวค</b> <span style="font-weight: 400;">จะฉีดให้กับผู้ที่มีอายุระหว่าง </span><span style="font-weight: 400;">18-59 </span><span style="font-weight: 400;">ปี บริเวณต้นแขนรวม </span><span style="font-weight: 400;">2 </span><span style="font-weight: 400;">โดสเช่นกัน แต่ห่างกัน </span><span style="font-weight: 400;">2-4 </span><span style="font-weight: 400;">สัปดาห์</span> <span style="font-weight: 400;">และยกเว้นผู้ที่อยู่ในพื้นที่ระบาดรุนแรง จะต้องฉีดห่างกัน </span><span style="font-weight: 400;">2</span><span style="font-weight: 400;"> สัปดาห์เท่านั้น</span><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">ประเทศไทยเริ่มดำเนินการฉีดวัคซีนให้กลุ่มเสี่ยงทั้ง </span><span style="font-weight: 400;">4 </span><span style="font-weight: 400;">ไปแล้ว ซึ่งประกอบด้วย บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า, ผู้มีโรคประจำตัวหรือโรคกลุ่มเสี่ยง, ผู้มีอายุ </span><span style="font-weight: 400;">60 </span><span style="font-weight: 400;">ปีขึ้นไป รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคโควิด-</span><span style="font-weight: 400;">19 </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งหลังจากมีการนำเข้าวัคซีนมากขึ้น กระทรวงสาธารณสุขจึงได้เริ่มดำเนินการวางแผนงานฉีดวัคซีนให้คนทั่วไป กับโรงพยาบาล </span><span style="font-weight: 400;">1,500 </span><span style="font-weight: 400;">แห่งทั่วประเทศ รวมถึงโรงพยาบาลพระรามเก้า</span> <span style="font-weight: 400;">ผ่านแพลตฟอร์ม </span><b>หมอพร้อม</b><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><b>แพลตฟอร์ม </b><b>“</b><b>หมอพร้อม</b><b>” </b><b>จะเปิดให้ลงทะเบียนผ่าน </b><b>LINE Official Account</b> <b>ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้ เป็นต้นไป</b><span style="font-weight: 400;"> อีกทั้งยังเปิดให้ประชาชนได้ศึกษาวิธีใช้งาน รวมถึงรายละเอียดที่ต้องแจ้ง ผ่านทางเว็บไซต์ </span><span style="font-weight: 400;">https://</span><span style="font-weight: 400;">หมอพร้อม.</span><span style="font-weight: 400;">com </span><span style="font-weight: 400;">อีกด้วย</span></p>
<p><b>แม้จะสรุปไม่ได้ว่าการฉีดวัคซีนทั้งสองชนิด เป็นทางรอดของคนไทย </b><b>100% </b><b>หรือไม่ แต่เราก็เชื่อว่าการเข้าถึงข้อมูลของวัคซีนโควิด-</b><b>19</b><b> ที่มากพอ จะช่วยสร้างความหวังให้คนไทยได้ ตัดสินใจเลือก </b><b>“</b><b>ทางเลือก</b><b>” </b><b>ในการก้าวผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยตัวเอง</b></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
