<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โควิด &#8211; bkkhealthcare</title>
	<atom:link href="https://bkkhealthcare.com/tag/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%94/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://bkkhealthcare.com</link>
	<description>แค่เว็บเวิร์ดเพรสเว็บหนึ่ง</description>
	<lastBuildDate>Thu, 20 May 2021 08:43:52 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>
	<item>
		<title>ดูแลลูกน้อยให้ปลอดภัย ห่างไกลจากโควิด-19</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%ab/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[koy]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 May 2021 14:27:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแลลูกน้อยให้ปลอดภัย]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแลเด็กช่วงโควิด]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=505</guid>

					<description><![CDATA[ดูแลลูกน้อยให้ปลอดภัย ห่างไกลจากโควิด-19 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (COVID-19) ทั่วโลก มีรายงานผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทุกวัน ทำให้หลายคนเกิดความวิตกกังวล โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ยิ่งเพิ่มความกังวลกับพ่อแม่หรือผู้ปกครองขึ้นไปอีก การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ในปัจจุบัน ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันมีการปรับเปลี่ยน หลายคนอาจเริ่มปรับตัวและเคยชินกับการดูแลตนเองแล้ว แต่ไม่ใช่กับเด็กทารก หรือเด็กแรกเกิดเสมอไป เพราะเด็กแรกเกิดนั้น ยังมีภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรง และยังไม่สามารถดูแลตนเองได้ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ   ดร.พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล นักธุรกิจสาวเจ้า ของธุรกิจศูนย์ปลูกผม ศัลยกรรม ผิวพรรณ และการชะลอวัย Vital Glow Skin &#38; Aesthetic และรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลนวมินทร์ 9 และในฐานะคุณแม่ด้วยเช่นกัน ออกมาให้คำแนะนำ ด้วยความห่วงใยว่า ในวัยเด็กที่ยังฉีดวัคซีนป้องกันโควิด19 ไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่ต้องดูแล รับมือ เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยต่อไปนี้&#8230;.. หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้คน และ สถานที่แออัด ทำงานอยู่บ้าน ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น ไม่สังสรรค์ เว้นระยะห่าง และไม่พาลูกออกนอกบ้านหรือไปในที่ชุมชนแออัด ระวังการใช้มือสัมผัสบริเวณดวงตา ปาก และจมูกของเด็ก รับประทานนมและอาหารที่ปรุงสุกใหม่เสมอ ในการให้นมลูกน้อยจากเต้า ต้องเช็ดทำความสะอาดบริเวณเต้านมและหัวนมด้วยสบู่และน้ำก่อน และคุณแม่สวมใส่หน้ากากอนามัยขณะให้นมลูก ล้างมือบ่อย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b><span lang="TH">ดูแลลูกน้อยให้ปลอดภัย ห่างไกลจากโควิด-19</span></b></p>
<p style="font-weight: 400">จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (COVID-19) ทั่วโลก มีรายงานผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทุกวัน ทำให้หลายคนเกิดความวิตกกังวล โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ยิ่งเพิ่มความกังวลกับพ่อแม่หรือผู้ปกครองขึ้นไปอีก</p>
<p style="font-weight: 400">การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ในปัจจุบัน ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันมีการปรับเปลี่ยน หลายคนอาจเริ่มปรับตัวและเคยชินกับการดูแลตนเองแล้ว แต่ไม่ใช่กับเด็กทารก หรือเด็กแรกเกิดเสมอไป เพราะเด็กแรกเกิดนั้น ยังมีภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรง และยังไม่สามารถดูแลตนเองได้ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ</p>
<p style="font-weight: 400"><strong> </strong></p>
<p style="font-weight: 400"><strong>ดร.พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล นักธุรกิจสาวเจ้า ของธุรกิจศูนย์ปลูกผม ศัลยกรรม ผิวพรรณ และการชะลอวัย </strong><strong>Vital Glow Skin &amp; Aesthetic และรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลนวมินทร์ 9 </strong>และในฐานะคุณแม่ด้วยเช่นกัน ออกมาให้คำแนะนำ ด้วยความห่วงใยว่า ในวัยเด็กที่ยังฉีดวัคซีนป้องกันโควิด19 ไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่ต้องดูแล รับมือ เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยต่อไปนี้&#8230;..</p>
<ol>
<li style="font-weight: 400">หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้คน และ สถานที่แออัด ทำงานอยู่บ้าน ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น ไม่สังสรรค์ เว้นระยะห่าง และไม่พาลูกออกนอกบ้านหรือไปในที่ชุมชนแออัด</li>
<li style="font-weight: 400">ระวังการใช้มือสัมผัสบริเวณดวงตา ปาก และจมูกของเด็ก</li>
<li style="font-weight: 400">รับประทานนมและอาหารที่ปรุงสุกใหม่เสมอ</li>
<li style="font-weight: 400">ในการให้นมลูกน้อยจากเต้า ต้องเช็ดทำความสะอาดบริเวณเต้านมและหัวนมด้วยสบู่และน้ำก่อน และคุณแม่สวมใส่หน้ากากอนามัยขณะให้นมลูก</li>
<li style="font-weight: 400">ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่ นานอย่างน้อย 20 วินาที และล้างต่อด้วยน้ำสะอาด</li>
<li style="font-weight: 400">ทำความสะอาดของเล่นเด็กหรือสิ่งของใกล้ตัวเด็ก ด้วยแอลกอฮอล์ 70% ขึ้นไป</li>
<li style="font-weight: 400">ผู้ดูแล ต้องสวมใส่หน้ากากทุกครั้ง หากจำเป็นต้องพบเจอผู้อื่น โดยแนะนำให้ใส่หน้ากาก 2 ชั้น จะสามารถป้องกันเชื้อได้มากกว่า</li>
<li style="font-weight: 400">หากผู้ดูแลเด็กรู้สึกมีไข้ ไม่สบายตัว ควรพักผ่อน อยู่ให้ห่างจากเด็กน้อย และให้ผู้อื่นช่วยดูแลแทน</li>
<li style="font-weight: 400">งดนำบุคคลภายนอกหรือญาติพี่น้องเข้าพบเด็ก ๆ ในบ้าน</li>
</ol>
<p style="font-weight: 400">อย่างไรก็ตาม ยังไม่สนับสนุนให้ทารกแรกเกิด-1เดือนมีการใส่หน้ากากอนามัย หากเป็นเด็กที่โตขึ้นมาหน่อย เช่น 1 เดือนถึง 1 ปี หากใส่หน้ากากอนามัยต้องมีผู้ใหญ่คอยดูแล เนื่องจากเด็กอาจมีปัญหาหายใจลำบากเนื่องจากกล้ามเนื้อยังไม่แข็งแรงและไม่แข็งแรงและไม่สามารถบอกผู้ใหญ่มีภาวะใจลำบากเกิดขึ้น ในขณะที่เด็กอายุ 1 ขวบขึ้นไปสามารถสวมใส่หน้ากากอนามัยได้อย่างปลอดภัย</p>
<p style="font-weight: 400">สิ่งสำคัญที่สุด ในการป้องกันเด็กจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019  ก็คือ&#8230;</p>
<p style="font-weight: 400">การสอนลูกว่า ช่วงนี้มีเชื้อไวรัสตัวใหม่ระบาด  สามารถติดต่อได้ง่ายจากการไอ  จาม  และสัมผัสสิ่งของร่วมกันกับผู้อื่น  ต้องระมัดระวังตนเองมากขึ้น  หลีกเลี่ยงไมให้เด็กสัมผัสสิ่งของต่างๆโดยไม่จำเป็น  ไม่เอามือป้ายหน้าป้ายตาเพราะอาจทำให้ติดเชื้อได้</p>
<p style="font-weight: 400">รวมถึงการสร้างสุขอนามัยที่ดีให้ลูก  เช่น ใส่หน้ากากอนามัยป้องกันอยู่เสมอ ล้างมือบ่อยๆ อย่างถูกวิธี ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น  รับประทานอาหารปรุงสุก  ใช้ช้อนกลางไม่ดื่มน้ำแก้วเดียวกับผู้อื่น คุณพ่อคุณแม่และทุกคนในบ้านต้องล้างมือและทำความสะอาดตัวเองทุกครั้งก่อนสัมผัสลูก เพื่อป้องกันลูก รวมถึงต้องเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก</p>
<p style="font-weight: 400">อย่างไรก็ตามในช่วงที่โควิด-19 ยังมีการระบาดอยู่อย่างต่อเนื่อง พ่อแม่หรือผู้ปกครองจำเป็นต้องใส่ใจดูแลเด็กน้อยอย่างใกล้ชิดและอย่าประมาท หากพบว่าบุคคลใกล้ตัวมีอาการเสี่ยง หรือลูกน้อยมีอาการที่น่าสงสัย ให้รีบพบแพทย์ทันที</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัคซีนโควิด-19 “ความหวัง ทางเลือก และทางรอด ของประชาชนชาวไทย”</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%94-19-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%97/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin BkkHealthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 09 May 2021 14:46:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โปรโมชั่นสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[วัคซีน]]></category>
		<category><![CDATA[วัคซีนโควิด]]></category>
		<category><![CDATA[หมอพร้อม]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด 19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=493</guid>

					<description><![CDATA[วัคซีนโควิด-19 “ความหวัง ทางเลือก และทางรอด ของประชาชนชาวไทย” ลังจากผ่านพ้นปฏิทินปี 2021 มา 5 เดือนเต็ม ในที่สุดประเทศไทยก็กำลังเดินหน้าเข้าสู่ขั้นต่อไปของการ “ฉีดวัคซีน” ไวรัสโควิด-19 หรืออีกนัยหนึ่ง คือการเปิดให้ประชากรไทยลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์ม “หมอพร้อม” เพื่อเตรียมตัวรับวัคซีนอย่างทั่วถึง แต่ประเด็นที่ใครหลายคนอยากรู้ก่อนจรดนิ้วลงทะเบียน คงหนีไม่พ้นเรื่องสองยี่ห้อวัคซีน “ม้าเต็ง” อย่าง ‘แอสตร้าเซนเนกา (AstraZeneca)’ และ ‘ซิโนแวค (Sinovac)’ ที่ถูกถามถึงกันไม่เว้นวัน ว่า ‘ประสิทธิภาพ’ รวมถึง ‘ผลข้างเคียง’ ที่เกิดขึ้น จะคุ้มค่าพอให้เราเลิกแขนเสื้อขึ้นฉีดหรือไม่ แต่ก่อนจะพูดเจาะลึกถึงสองม้าเต็ง เราอยากจะขยายความถึงม้าเบอร์อื่นๆ ให้ชัดเจนขึ้นเสียก่อน เพื่อง่ายต่อการเทียบข้อแตกต่าง และชั่งน้ำหนักความคุ้มค่าของวัคซีนแต่ละชนิดอย่างชัดเจนที่สุด วัคซีนโควิด-19 มีกี่ชนิด นายแพทย์สมชัย ลีลาศิริวงศ์ ที่ปรึกษาผู้จัดการความเสี่ยง โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลกับเราว่า วัคซีนที่ใช้ป้องกันโรคโควิด 19 ทั้งหมดในปัจจุบัน มีอยู่ 4 ชนิดหลัก ๆ โดยแบ่งจากเทคนิคที่ใช้ในการผลิตวัคซีนโควิด 19 ได้แก่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วัคซีนโควิด-19 “ความหวัง ทางเลือก และทางรอด ของประชาชนชาวไทย”</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลังจากผ่านพ้นปฏิทินปี </span><span style="font-weight: 400;">2021 </span><span style="font-weight: 400;">มา </span><span style="font-weight: 400;">5 </span><span style="font-weight: 400;">เดือนเต็ม ในที่สุดประเทศไทยก็กำลังเดินหน้าเข้าสู่ขั้นต่อไปของการ </span><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">ฉีดวัคซีน</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ไวรัสโควิด-19 หรืออีกนัยหนึ่ง คือการเปิดให้ประชากรไทยลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์ม </span><b>“</b><a href="https://xn--v3cfbh1bnc7t.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>หมอพร้อม</b></a><b>”</b> <span style="font-weight: 400;">เพื่อเตรียมตัวรับวัคซีนอย่างทั่วถึง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ประเด็นที่ใครหลายคนอยากรู้ก่อนจรดนิ้วลงทะเบียน คงหนีไม่พ้นเรื่องสองยี่ห้อวัคซีน </span><b>“</b><b>ม้าเต็ง</b><b>”</b> <span style="font-weight: 400;">อย่าง </span><b>‘</b><b>แอสตร้าเซนเนกา (</b><b>AstraZeneca)’</b><b> และ </b><b>‘</b><b>ซิโนแวค (</b><b>Sinovac)’</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ถูกถามถึงกันไม่เว้นวัน ว่า </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">ประสิทธิภาพ</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">รวมถึง </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">ผลข้างเคียง</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">ที่เกิดขึ้น จะคุ้มค่าพอให้เราเลิกแขนเสื้อขึ้นฉีดหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ก่อนจะพูดเจาะลึกถึงสองม้าเต็ง เราอยากจะขยายความถึงม้าเบอร์อื่นๆ ให้ชัดเจนขึ้นเสียก่อน เพื่อง่ายต่อการเทียบข้อแตกต่าง และชั่งน้ำหนักความคุ้มค่าของวัคซีนแต่ละชนิดอย่างชัดเจนที่สุด</span></p>
<p><b>วัคซีนโควิด-</b><b>19 </b><b>มีกี่ชนิด</b></p>
<p><b>นายแพทย์สมชัย ลีลาศิริวงศ์ </b><b>ที่ปรึกษาผู้จัดการความเสี่ยง โรงพยาบาลพระรามเก้า</b><span style="font-weight: 400;"> ให้ข้อมูลกับเราว่า</span> <span style="font-weight: 400;">วัคซีนที่ใช้ป้องกันโรคโควิด </span><span style="font-weight: 400;">19 </span><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดในปัจจุบัน มีอยู่ </span><span style="font-weight: 400;">4 </span><span style="font-weight: 400;">ชนิดหลัก ๆ โดยแบ่งจากเทคนิคที่ใช้ในการผลิตวัคซีนโควิด </span><span style="font-weight: 400;">19 </span><span style="font-weight: 400;">ได้แก่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; </span><b>mRNA vaccines </b><b>หรือวัคซีนชนิดสารพันธุกรรม</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เคยใช้กับการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคอีโบล่า วัคซีนชนิดนี้จะใช้สารพันธุกรรมของโควิด-</span><span style="font-weight: 400;">19 </span><span style="font-weight: 400;">หรือเชื้อไวรัสซาร์ส-โควี-2 (</span><span style="font-weight: 400;">SARS-CoV-</span><span style="font-weight: 400;">2) เข้าไปกำกับการสร้างโปรตีนส่วนหนาม (</span><span style="font-weight: 400;">spike protein</span><span style="font-weight: 400;">) และทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโควิด-</span><span style="font-weight: 400;">19</span><span style="font-weight: 400;"> ออกมา โดยมี</span><span style="font-weight: 400;"> BioNTech/Pfizer </span><span style="font-weight: 400;">และ </span><span style="font-weight: 400;">Moderna</span><span style="font-weight: 400;"> เป็นสองยี่ห้อที่ใช้เทคโนโลยีนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; </span><b>Viral vector vaccines</b><b> หรือวัคซีนชนิดใช้ไวรัสเป็นพาหะ</b><span style="font-weight: 400;"> พัฒนาโดยการนำไวรัสที่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์ลงแล้ว หรือไม่สามารถแบ่งตัวได้อีก มาตัดแต่งพันธุกรรมเพื่อใช้เป็นพาหะ แล้วฝากสารพันธุกรรมของโควิด-</span><span style="font-weight: 400;">19</span><span style="font-weight: 400;"> เข้าไป ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา ซึ่งเทคนิคนี้เป็นวิธีที่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากเลียนแบบการติดเชื้อที่ใกล้เคียงธรรมชาติ โดยมีวัคซีนจาก </span><span style="font-weight: 400;">Johnson &amp; Johnson</span><span style="font-weight: 400;">, </span><span style="font-weight: 400;">Sputnik V </span><span style="font-weight: 400;">รวมถึง </span><b>‘Oxford – AstraZeneca’</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ผลิตจากเทคนิคนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; </span><b>Protein-based vaccines</b><b> หรือวัคซีนที่ทำจากโปรตีนส่วนหนึ่งของเชื้อ</b> <span style="font-weight: 400;">ไวรัสซาร์ส-โควี-</span><span style="font-weight: 400;">2 (SARS-CoV-2)</span><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;"> โดยการนำเอาโปรตีนบางส่วนของโควิด-</span><span style="font-weight: 400;">19</span><span style="font-weight: 400;"> เช่น โปรตีนส่วนหนาม มาผสมกับสารกระตุ้นภูมิ ก่อนฉีดเข้าร่างกาย </span><span style="font-weight: 400;">แล้วนำมาผสมกับสารกระตุ้นภูมิ เมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส ใช้กันมานานแล้ว เพราะเป็นเทคนิคที่ใช้ผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนตับอักเสบชนิดบี </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่ง</span><span style="font-weight: 400;"> Novavax</span><span style="font-weight: 400;"> เป็นหนึ่งยี่ห้อที่ใช้เทคนิคนี้ในการผลิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; </span><b>Inactivated vaccines</b><b> หรือวัคซีนชนิดเชื้อตาย</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นการผลิตขึ้นจากการนำเชื้อโควิด-</span><span style="font-weight: 400;">19 </span><span style="font-weight: 400;">มาทำให้ตายด้วยสารเคมีหรือความร้อน ก่อนฉีดเข้าร่างกายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส เทคนิคนี้ผลิตได้ค่อนข้างช้า และต้นทุนสูง เนื่องจากต้องผลิตในห้องปฏิบัติการนิรภัยระดับ </span><span style="font-weight: 400;">3 </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเจ้าที่ใช้เทคนิคนี้คือ</span><span style="font-weight: 400;"> Sinopharm</span><span style="font-weight: 400;"> และ </span><span style="font-weight: 400;">‘Sinovac’</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อรับรู้ถึงที่มาที่ไปของเทคนิคที่ใช้ในการผลิตวัคซีนในแต่ละชนิด ความคาดหวังต่อมาคงหนีไม่พ้นปัจจัยด้านความเสี่ยง หรือ </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">ผลข้างเคียง</span><span style="font-weight: 400;">’</span><span style="font-weight: 400;"> ที่ดูจะมีหลายอาการจนน่าสับสัน ซึ่งจริงๆ แล้วผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ผู้มีผลข้างเคียงส่วนใหญ่มักมีอาการร่วมกัน อย่าง จุดปวด บวม แดง คัน หรือช้ำ ตรงจุดฉีดวัคซีน, อาการคลื่นไส้ &#8211; มีไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ รวมถึงรู้สึกอ่อนเพลียและไม่สบายตัว ซึ่งเป็นผลข้างเคียง </span><b>“</b><b>ชนิดไม่รุนแรง</b><b>”</b> <span style="font-weight: 400;">ที่พบแทบในวัคซีนทุกชนิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">ประเด็นที่คนไทยกำลังกังวลคือ ข่าวผลข้างเคียงที่รุนแรง </span><i><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะภาวะลิ่มเลือดอุดตันจากวัคซีนแอสตร้าเซนเนกา</span></i><span style="font-weight: 400;">” </span><b>โดย </b><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">สำนักงานการแพทย์ยุโรป (</span><span style="font-weight: 400;">EMA) </span><span style="font-weight: 400;">ประกาศว่าวัคซีนชนิดนี้ อาจมีความเชื่อมโยงกันกับภาวะดังกล่าว หลังมีรายงานว่ามีผู้ป่วยภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลังได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรก</span><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หลายหน่วยงานด้านสาธารณสุขระดับโลกรายงานตรงกันว่า หากเทียบสัดส่วนประชากรที่รับการฉีดแล้ว ภาวะดังกล่าวมีสัดส่วนเกิดขึ้นต่ำมาก เมื่อพิจารณาในภาพรวมแล้ว หลายฝ่ายจึงให้ข้อสรุปว่า </span><b><i>การเดินหน้าฉีดวัคซีนเพื่อลดโอกาสเสียชีวิตจากโควิด</i></b><b><i>-19 </i></b><b><i>จะมีประโยชน์มากกว่าการระงับใช้วัคซีนไปเลย</i></b><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนอีกหนึ่งที่กำลังเข้าสู่ประเทศไทยหลักล้านโดส อย่าง </span><b>ซิโนแวค</b><span style="font-weight: 400;"> แม้ล่าสุดจะถูกเอ่ยถึงอาการข้างเคียงคล้ายอัมพฤกษ์ ซึ่งอาจเป็นความผิดปกติทางระบบประสาทชั่วคราว แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลยืนยันที่ชัดเจนในหัวข้อดังกล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยรายงานต่างๆ นานา ของทั้ง </span><b>แอสตร้าเซนเนกา และ ซิโนแวค</b><span style="font-weight: 400;"> อาจจะยากเสียหน่อยที่จะยกวัคซีนทั้งสองให้เป็นม้าตัวความหวังของประเทศไทย แต่อย่างน้อยที่สุดแล้วทั้งคู่ต่างก็เป็นวัคซีนที่ได้รับการรับรองจากองค์กรอนามัยโลกแล้ว มีการอนุมัติใช้แล้วในหลายประเทศ และยังผ่านการขึ้นทะเบียนและได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประเทศไทย อย่างถูกต้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย </span><b>รศ.พญ.รวีรัตน์ สิชฌรังษี กุมารแพทย์ด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน </b><span style="font-weight: 400;">ให้ข้อมูลวัคซีนทั้งสองชนิดว่า</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">ในประเทศไทย จะใช้ </span><b>แอสตร้าเซนเนกา</b> <span style="font-weight: 400;">ฉีดให้กับผู้ที่มีอายุ </span><span style="font-weight: 400;">60 </span><span style="font-weight: 400;">ปีขึ้นไป บริเวณต้นแขนรวม </span><span style="font-weight: 400;">2 </span><span style="font-weight: 400;">โดส ห่างกัน </span><span style="font-weight: 400;">10-12 </span><span style="font-weight: 400;">สัปดาห์ และหลีกเลี่ยงการฉีดให้กับผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องอย่างมาก ส่วน </span><b>ซิโนแวค</b> <span style="font-weight: 400;">จะฉีดให้กับผู้ที่มีอายุระหว่าง </span><span style="font-weight: 400;">18-59 </span><span style="font-weight: 400;">ปี บริเวณต้นแขนรวม </span><span style="font-weight: 400;">2 </span><span style="font-weight: 400;">โดสเช่นกัน แต่ห่างกัน </span><span style="font-weight: 400;">2-4 </span><span style="font-weight: 400;">สัปดาห์</span> <span style="font-weight: 400;">และยกเว้นผู้ที่อยู่ในพื้นที่ระบาดรุนแรง จะต้องฉีดห่างกัน </span><span style="font-weight: 400;">2</span><span style="font-weight: 400;"> สัปดาห์เท่านั้น</span><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">ประเทศไทยเริ่มดำเนินการฉีดวัคซีนให้กลุ่มเสี่ยงทั้ง </span><span style="font-weight: 400;">4 </span><span style="font-weight: 400;">ไปแล้ว ซึ่งประกอบด้วย บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า, ผู้มีโรคประจำตัวหรือโรคกลุ่มเสี่ยง, ผู้มีอายุ </span><span style="font-weight: 400;">60 </span><span style="font-weight: 400;">ปีขึ้นไป รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคโควิด-</span><span style="font-weight: 400;">19 </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งหลังจากมีการนำเข้าวัคซีนมากขึ้น กระทรวงสาธารณสุขจึงได้เริ่มดำเนินการวางแผนงานฉีดวัคซีนให้คนทั่วไป กับโรงพยาบาล </span><span style="font-weight: 400;">1,500 </span><span style="font-weight: 400;">แห่งทั่วประเทศ รวมถึงโรงพยาบาลพระรามเก้า</span> <span style="font-weight: 400;">ผ่านแพลตฟอร์ม </span><b>หมอพร้อม</b><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><b>แพลตฟอร์ม </b><b>“</b><b>หมอพร้อม</b><b>” </b><b>จะเปิดให้ลงทะเบียนผ่าน </b><b>LINE Official Account</b> <b>ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้ เป็นต้นไป</b><span style="font-weight: 400;"> อีกทั้งยังเปิดให้ประชาชนได้ศึกษาวิธีใช้งาน รวมถึงรายละเอียดที่ต้องแจ้ง ผ่านทางเว็บไซต์ </span><span style="font-weight: 400;">https://</span><span style="font-weight: 400;">หมอพร้อม.</span><span style="font-weight: 400;">com </span><span style="font-weight: 400;">อีกด้วย</span></p>
<p><b>แม้จะสรุปไม่ได้ว่าการฉีดวัคซีนทั้งสองชนิด เป็นทางรอดของคนไทย </b><b>100% </b><b>หรือไม่ แต่เราก็เชื่อว่าการเข้าถึงข้อมูลของวัคซีนโควิด-</b><b>19</b><b> ที่มากพอ จะช่วยสร้างความหวังให้คนไทยได้ ตัดสินใจเลือก </b><b>“</b><b>ทางเลือก</b><b>” </b><b>ในการก้าวผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยตัวเอง</b></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คลายข้อสงสัย ทำไมต้อง “เหยียบพรมก่อนเข้าอาคาร”  กับขั้นตอนการฆ่าเชื้อ COVID-19 ของเส้นใยชนิดพิเศษ</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5/%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[koy]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Mar 2021 09:04:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงพยาบาล]]></category>
		<category><![CDATA[Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[ขั้นตอนการฆ่าเชื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นใย]]></category>
		<category><![CDATA[เหยียบพรมก่อนเข้าอาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=515</guid>

					<description><![CDATA[ในวันแรกที่บรรดาห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ออฟฟิศ หรือโรงพยาบาลต่างๆ เปิดทำการช่วง COVID-19 พร้อมกับการวัดอุณหภูมิและการถูมือด้วยแอลกอฮอล์ ถือเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่เราต้องเจอ ซึ่งนอกจากด่านบังคับทั้ง 2 แล้ว อีกหนึ่งสิ่งแปลกปลอมที่ผ่านตา (รวมถึงผ่านเท้า) ก็คงเป็นเจ้า ‘พรมผืนหนา’ ที่กางแผ่ราบขวางกั้นอาคารและโลกภายนอก มาพร้อมกับคำแนะนำจากพนักงานว่า “ช่วยเดินผ่านพรม เพื่อฆ่าเชื้อด้วยครับ/ค่ะ” ซึ่งหลายๆ คนก็เกิดคำถามว่า พรมที่เราเดินเหยียบนั้น มีความสามารถในการฆ่าเชื้ออยู่ตรงไหน? แล้วทำไมถึงจัดการกับ COVID-19 ที่เพิ่งค้นพบได้กันแน่? จนได้มีโอกาสไปร่วมฟังเสนา “การเลือกผลิตภัณฑ์และสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวันเพื่อการป้องกันโควิด”  ในงานเปิด “ห้องผู้ป่วยพิเศษละมุนใจ ไกลโควิด” ที่ SMC หรือศูนย์บริการทางการแพทย์ชั้นเลิศ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  และพบว่าไม่ใช่ทุกพรมสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ แต่ปัจจุบันมีพรมที่พัฒนามาจากนวัตกรรมสิ่งทออัจฉริยะ“AVATM Anti Viral Allergy Free” ที่สามารถจัดการกับเจ้าโควิด-19 ได้             AVA™ หรือนวัตกรรมสิ่งทออัจฉริยะที่มีชื่อเต็มๆ ว่า “AVA™ Anti Viral Allergy Free” คือเส้นใยที่ถูกวิจัยและพัฒนาขึ้นโดย “The Carpet Maker Thailand” ซึ่งช่วงก่อนที่ COVID-19 จะก่อเกิดและแพร่ระบาดไปทั่วโลก พรม AVA™ ก็ได้ทำหน้าที่ของมันอยู่ก่อนแล้ว นั่นคือเป็นหน้าด่านในการจัดการกับเชื้อโรค ไรฝุ่น รวมถึงมลภาวะต่างๆ ที่เท้าของเราเหยียบย่ำมาตลอดการเดินทางโดยที่ไม่มีใครสังเกต แต่เมื่อ COVID-19 แพร่ระบาดหนักขึ้น พรม AVA™ จึงมีบทบาทเต็มตัวในการ ‘กำจัด’ ไวรัสชนิดนี้ด้วยนั่นเอง            การ ‘กำจัด’ ของ AVA™ ไม่ใช่แค่ดักจับหรือกักไวรัสไว้ที่พรม แต่หมายถึงการจัดการทิ้งจริงๆ ชนิดที่ว่าทันทีที่ฝ่าเท้าสัมผัสกับพรม เชื้อ COVID-19 จะถูกกะเทาะเปลือกโปรตีนและไขมันตรงนั้น ในแบบที่แพร่กระจายต่อไม่ได้อีกเลย             ซึ่งหากต้องลงลึกกว่านั้น ก็คงต้องมานั่งทำความเข้าใจกันก่อนว่า COVID-19 ที่ใครๆ ก็เบือนหน้าหนี มันมีวิธีการเพิ่มตัวเองอย่างไร จนสามารถแพร่ระบาดในตัวมนุษย์ได้อย่างรวดเร็วนัก             COVID-19 เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ของไวรัสโคโรนา หรือ CoV ซึ่งเป็นไวรัสชนิด RNA สายเดี่ยวเชิงบวก ที่มีมากมายหลายสายพันธุ์ โดยแต่ละสายพันธุ์ก็มีหน้าตาคล้ายๆ กันคือ รูปทรงกลมและมีหนามรอบตัวเหมือนแสงอาทิตย์ ซึ่งเจ้าหนามตัวนี้แหละ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400">ในวันแรกที่บรรดาห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ออฟฟิศ หรือโรงพยาบาลต่างๆ เปิดทำการช่วง COVID-19 พร้อมกับการวัดอุณหภูมิและการถูมือด้วยแอลกอฮอล์ ถือเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่เราต้องเจอ ซึ่งนอกจากด่านบังคับทั้ง 2 แล้ว อีกหนึ่งสิ่งแปลกปลอมที่ผ่านตา (รวมถึงผ่านเท้า) ก็คงเป็นเจ้า ‘พรมผืนหนา’ ที่กางแผ่ราบขวางกั้นอาคารและโลกภายนอก มาพร้อมกับคำแนะนำจากพนักงานว่า “ช่วยเดินผ่านพรม เพื่อฆ่าเชื้อด้วยครับ/ค่ะ” ซึ่งหลายๆ คนก็เกิดคำถามว่า พรมที่เราเดินเหยียบนั้น มีความสามารถในการฆ่าเชื้ออยู่ตรงไหน? แล้วทำไมถึงจัดการกับ COVID-19 ที่เพิ่งค้นพบได้กันแน่?</p>
<p style="font-weight: 400">จนได้มีโอกาสไปร่วมฟังเสนา “การเลือกผลิตภัณฑ์และสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวันเพื่อการป้องกันโควิด”  ในงานเปิด “ห้องผู้ป่วยพิเศษละมุนใจ ไกลโควิด” ที่ SMC หรือศูนย์บริการทางการแพทย์ชั้นเลิศ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  และพบว่าไม่ใช่ทุกพรมสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ แต่ปัจจุบันมีพรมที่พัฒนามาจากนวัตกรรมสิ่งทออัจฉริยะ“<strong>AVA<sup>TM</sup> Anti Viral Allergy Free”</strong> ที่สามารถจัดการกับเจ้าโควิด-19 ได้</p>
<p style="font-weight: 400">            <strong>AVA™</strong> หรือนวัตกรรมสิ่งทออัจฉริยะที่มีชื่อเต็มๆ ว่า <strong>“AVA™ Anti Viral Allergy Free”</strong> คือเส้นใยที่ถูกวิจัยและพัฒนาขึ้นโดย <strong>“The Carpet Maker Thailand”</strong> ซึ่งช่วงก่อนที่ COVID-19 จะก่อเกิดและแพร่ระบาดไปทั่วโลก พรม AVA™ ก็ได้ทำหน้าที่ของมันอยู่ก่อนแล้ว นั่นคือเป็นหน้าด่านในการจัดการกับเชื้อโรค ไรฝุ่น รวมถึงมลภาวะต่างๆ ที่เท้าของเราเหยียบย่ำมาตลอดการเดินทางโดยที่ไม่มีใครสังเกต แต่เมื่อ COVID-19 แพร่ระบาดหนักขึ้น พรม AVA™ จึงมีบทบาทเต็มตัวในการ ‘กำจัด’ ไวรัสชนิดนี้ด้วยนั่นเอง</p>
<p style="font-weight: 400">           การ ‘กำจัด’ ของ AVA™ ไม่ใช่แค่ดักจับหรือกักไวรัสไว้ที่พรม แต่หมายถึงการจัดการทิ้งจริงๆ ชนิดที่ว่าทันทีที่ฝ่าเท้าสัมผัสกับพรม เชื้อ COVID-19 จะถูกกะเทาะเปลือกโปรตีนและไขมันตรงนั้น ในแบบที่แพร่กระจายต่อไม่ได้อีกเลย</p>
<p style="font-weight: 400">            ซึ่งหากต้องลงลึกกว่านั้น ก็คงต้องมานั่งทำความเข้าใจกันก่อนว่า COVID-19 ที่ใครๆ ก็เบือนหน้าหนี มันมีวิธีการเพิ่มตัวเองอย่างไร จนสามารถแพร่ระบาดในตัวมนุษย์ได้อย่างรวดเร็วนัก</p>
<p style="font-weight: 400">            COVID-19 เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ของไวรัสโคโรนา หรือ CoV ซึ่งเป็นไวรัสชนิด RNA สายเดี่ยวเชิงบวก ที่มีมากมายหลายสายพันธุ์ โดยแต่ละสายพันธุ์ก็มีหน้าตาคล้ายๆ กันคือ รูปทรงกลมและมีหนามรอบตัวเหมือนแสงอาทิตย์ ซึ่งเจ้าหนามตัวนี้แหละ คือที่อยู่ของโปรตีนที่เรียกว่า Spike Protein อันเป็นอาวุธหลักในการเข้ายึดกับ ‘โปรตีนตัวรับ’ ที่อยู่บนเซลล์ของมนุษย์ แล้วจึงทำการส่งหน่วยพันธุกรรมสู่กระบวนการ ‘คัดลอก’ ตัวเองซ้ำๆ แล้วแพร่กระจายไปยังเซลล์ข้างเคียงอีกหลายรอบ จนเข้าไปทำลายหลอดลมและปอดในท้ายที่สุด</p>
<p style="font-weight: 400">            ซึ่งเจ้าไวรัสโคโรนาที่แพร่กระจายในลักษณะนี้ และเป็นที่รู้จักกันดี ก็ได้แก่ MERS-CoV หรือโรคเมอร์ส และ SARS-CoV หรือโรคซาร์ส ที่แพร่ระบาดเมื่อหลายปีก่อน แต่ที่ COVID-19 หรือ *SARS-CoV-2 ระบาดหนักกว่าสายพันธุ์อื่นๆ นั่นก็เพราะโปรตีนที่ใช้ยึดจับของมัน เข้าจับกับโปรตีนตัวรับได้ง่ายกว่า และยึดจับได้เหนียวแน่นกว่าญาติๆ ของมันนั่นเอง (*ชื่อคล้ายโรคซาร์สเพราะมีรหัสพันธุกรรมคล้ายกันเกือบ 80%)</p>
<p style="font-weight: 400">            จุดนี้เองที่เป็นพื้นที่ทำงานของ AVA™ โดยคุณสมบัติพิเศษของนวัตกรรมที่ฝังอยู่ในทุกอณูเส้นใย จะทำหน้าที่เป็นอาวุธหนักในการกะเทาะเปลือกโปรตีน Spike Protein จนแตก และ<strong>ทำให้ตัวไวรัส ไม่สามารถเข้ายึดจับกับโปรตีนตัวรับได้ ไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้ และสลายหรือตายลงในที่สุด</strong> ไม่ว่าจะเป็น COVID-19 โรคเมอร์ส โรคซาร์ส รวมถึงไวรัสชนิด RNA สายพันธุ์อื่นๆ</p>
<p style="font-weight: 400">            นอกจากนี้ AVA™ ยังมีคุณสมบัติที่น่าสนใจอีกข้อ นั่นคือการยับยั้งเชื้อราและแบคทีเรีย ซึ่งมลภาวะทั้ง 2 อย่างนี้ คือห่วงโซ่อาหารหลักของไรฝุ่น ซึ่งเมื่อวงจรห่วงโซ่อาหารถูกขัดขวาง ก็ทำให้ไรฝุ่นค่อยๆ ตายลง และช่วยลดสาเหตุของการเกิดภูมิแพ้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p style="font-weight: 400">            ด้วยความสามารถที่หลากหลาย ในการจัดการกับเชื้อไวรัส เชื้อรา แบคทีเรีย และไรฝุ่น ทำให้หลายคนมองว่า AVA™ เป็นนวัตกรรมที่ดีเกินกว่าจะอยู่แต่ในพรมเท่านั้น เช่นเดียวกันกับ <strong>“SMC” หรือ “ศูนย์บริการทางการแพทย์ชั้นเลิศ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น”</strong> ที่ได้จับมือกับผู้ผลิตนวัตกรรม AVA™ รายใหญ่อย่าง <strong>“ไอเคคร๊าฟท์” (IKKraft™)</strong> ในการนำเส้นใน AVA™ มาไว้ในผลิตภัณฑ์เคหะสิ่งทอ (Home Textile) ทุกชิ้นในห้องผู้ป่วย จัดตั้งเป็น <strong>“ห้องผู้ป่วยพิเศษละมุนใจ ไกลโควิด”</strong> เปิดตัวใช้ในศูนย์ SMC โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ที่ผ่านมา</p>
<p style="font-weight: 400">            และบรรดาสิ่งทอจากนวัตกรรม AVA™ ยังได้ผ่านการทดสอบอีกขั้น เพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพในการจัดการกับเชื้อไวรัสได้มากกว่า 90% รับรองด้วยสถาบันทดสอบระดับนานาชาติ ภายใต้มาตรฐาน ISO 18184 ได้แก่ ยับยั้งเชื้อไวรัสได้ 91.7% โดยสถาบัน MSL ประเทศอังกฤษ, 99.17% โดยสถาบัน SGS ประเทศฮ่องกง และ 99.37% โดยสถาบัน Nelson Lab ประเทศสหรัฐอเมริกา</p>
<p style="font-weight: 400">           <strong>เมื่อก่อนเราเคยเห็นเส้นใยผ้ากันน้ำได้ เปลี่ยนสีได้ แต่ตอนนี้เรามีผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสิ่งทอที่สามารถฆ่าเชื้อ </strong><strong>COVID-19 ได้ และหาซื้อเองได้ตามร้านค้าออนไลน์ของ IKKraft</strong> <strong> ไม่ว่าจะเป็น หน้ากากอนามัย ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน  และสารพัดสิ่งทอ อีกมากมาย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ เราต่างเดินเหยียบมันอยู่ทุกวัน แบบที่ไม่เคยรู้ตัวเลย&#8230;.</strong></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
