<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ใบกระท่อม ดีต่อสุขภาพอย่างไร &#8211; bkkhealthcare</title>
	<atom:link href="https://bkkhealthcare.com/tag/%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1-%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%A2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://bkkhealthcare.com</link>
	<description>แค่เว็บเวิร์ดเพรสเว็บหนึ่ง</description>
	<lastBuildDate>Fri, 25 Mar 2022 07:48:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>
	<item>
		<title>ใบกระท่อม ดีต่อสุขภาพอย่างไร</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1-%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%a2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin BkkHealthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Mar 2022 07:48:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อาหารสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ใบกระท่อม]]></category>
		<category><![CDATA[ใบกระท่อม ดีต่อสุขภาพอย่างไร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=728</guid>

					<description><![CDATA[ใบกระท่อม ดีต่อสุขภาพอย่างไร ปลดล็อคมาสักพักแล้วแล้วสำหรับ “ใบกระท่อม” ซึ่งในปัจจุบันเราสามารถปลูก ซื้อ-ขายได้อย่างเสรีในลักษณะของสมุนไพร แต่อย่านำไปผสมจนกลายเป็นสารเสพติด และห้ามจำหน่ายให้แก่เยาวชน อาจมีโทษได้ โดยสาระสำคัญการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวนั้น กำหนดให้ผู้ที่ปลูกพืชกระท่อมไว้ครอบครองสามารถซื้อ ขาย หรือนำมาบดเคี้ยวได้ และปลูกต้นกระท่อมเพิ่มเติมได้ รวมไปถึงการสามารถส่งขายเชิงพาณิชยกรรม และอุตสาหกรรม โดยไม่ต้องขออนุญาต ทำความรู้จักพืชกระท่อม หรือ ใบกระท่อม กระท่อม (Kratom) หรือ Mitragyna speciosa (Korth.) HaviL. เป็นพรรณไม้ยืนต้นชนิดหนึ่งในวงศ์ Rubiaceae ถูกนำมาใช้เป็นยาสามัญประจำบ้านมานานหลายร้อยปีแล้วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นพืชที่พบมากทางใต้ของไทยไปจนถึงเขตชายแดน นิยมเคี้ยวใบสด หรือ ต้มเป็นชา เพื่อกระตุ้นให้ทำงานได้โดยไม่เมื่อยล้าในประเทศไทยมีการนำมาใช้เป็นยาแก้โรคบิด ท้องร่วง และปวดมวนท้อง พืชกระท่อมที่พบในไทยมีอยู่ 3 พันธุ์ คือ แตงกวา (ก้านเขียว) ยักษาใหญ่ (รูปใบใหญ่) และก้านแดง มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละที่ เช่น ภาคเหนือเรียกอีด่าง อีแดง กระอ่วม ภาคใต้ เรียก ท่อม หรือท่ม [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ใบกระท่อม ดีต่อ<a href="https://health-medicine.info/" target="_blank" rel="noopener">สุขภาพ</a>อย่างไร</strong></p>
<p>ปลดล็อคมาสักพักแล้วแล้วสำหรับ “ใบกระท่อม” ซึ่งในปัจจุบันเราสามารถปลูก ซื้อ-ขายได้อย่างเสรีในลักษณะของสมุนไพร แต่อย่านำไปผสมจนกลายเป็นสารเสพติด และห้ามจำหน่ายให้แก่เยาวชน อาจมีโทษได้</p>
<p>โดยสาระสำคัญการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวนั้น กำหนดให้ผู้ที่ปลูกพืชกระท่อมไว้ครอบครองสามารถซื้อ ขาย หรือนำมาบดเคี้ยวได้ และปลูกต้นกระท่อมเพิ่มเติมได้ รวมไปถึงการสามารถส่งขายเชิงพาณิชยกรรม และอุตสาหกรรม โดยไม่ต้องขออนุญาต</p>
<p><strong>ทำความรู้จักพืชกระท่อม หรือ ใบกระท่อม</strong></p>
<p>กระท่อม (Kratom) หรือ Mitragyna speciosa (Korth.) HaviL. เป็นพรรณไม้ยืนต้นชนิดหนึ่งในวงศ์ Rubiaceae ถูกนำมาใช้เป็นยาสามัญประจำบ้านมานานหลายร้อยปีแล้วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นพืชที่พบมากทางใต้ของไทยไปจนถึงเขตชายแดน นิยมเคี้ยวใบสด หรือ ต้มเป็นชา เพื่อกระตุ้นให้ทำงานได้โดยไม่เมื่อยล้าในประเทศไทยมีการนำมาใช้เป็นยาแก้โรคบิด ท้องร่วง และปวดมวนท้อง</p>
<p>พืชกระท่อมที่พบในไทยมีอยู่ 3 พันธุ์ คือ แตงกวา (ก้านเขียว) ยักษาใหญ่ (รูปใบใหญ่) และก้านแดง มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละที่ เช่น ภาคเหนือเรียกอีด่าง อีแดง กระอ่วม ภาคใต้ เรียก ท่อม หรือท่ม ในมลายูเรียกคูทุม (Kutum) หรือ คีทุมเบีย (Ketum Bia) หรือ เบียก (Biak) ลาวเรียกไนทุม (Neithum) อินโดจีน เรียกโคดาม (Kodam)</p>
<p>ในประเทศไทยบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น ปทุมธานี แต่จะพบมากในป่าธรรมชาติบริเวณภาคใต้ เช่น สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง สตูล พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส เป็นต้น</p>
<p><strong>พืชกระท่อม หรือ ใบกระท่อม มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไร ?</strong></p>
<p>อย่างที่เราทราบกัน ใบกระท่อม ได้เริ่มถูกนำมาใช้เป็นสมุนไพรเพราะมีสรรพคุณ ที่สามารถกล่าวอ้างจากงานวิจัยพบว่าในใบกระท่อมได้ทำปฏิกิริยากับร่างกายมีผลต่อเซลล์ประสาทบางชนิดในร่างกายในการรับรู้ความเจ็บปวดถูกนำมาใช้รักษาอาการเหล่านี้</p>
<ol>
<li><strong>รักษาอาการท้องเสียท้องร่วง </strong></li>
</ol>
<p>ใช้ใบกระท่อมสดหรือใบแห้ง เคี้ยว รือชงกับน้ำ ดื่มรักษาอาการติดเชื้อในลำไส้ บรรเทาอาการท้องเสีย ท้องร่วง</p>
<ol start="2">
<li><strong>บรรเทาอาการปวดเมื่อกล้ามเนื้อ</strong></li>
</ol>
<p>จะช่วยลดอาการเมื่อยล้า เพราะฤทธิ์ของกระท่อมจะช่วยกดความรู้สึกปวดเมื่อยเนื้อตัวได้ ช่วยให้มีความอึดมากขึ้น</p>
<ol start="3">
<li><strong>บำรุงกำลัง</strong></li>
</ol>
<p>สรรพคุณที่เด่นที่สุดของ ใบกระท่อม คือ การออกฤทธิ์เพิ่มพละกำลัง และกระตุ้นร่างกายให้อดทนต่องานหนัก ทนแดดได้นานขึ้น และยังช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานอึดขึ้นในขณะที่ลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อด้วย</p>
<p>โดยผลการศึกษาในขั้นพรีคลินิก ของบริษัท Smith, Kline and French Laboratories ได้ทดลองใช้ใบกระท่อมในกลุ่มชายวัยกลางคน 30 คน ที่ทำงานหนัก โดยให้เคี้ยวใบกระท่อมสด 3-10 ครั้งต่อวัน ในปริมาณ 2-3 ใบต่อครั้ง เป็นเวลานานกว่า 5 ปี และพบว่า ใบกระท่อมกระตุ้นการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้จริง และผลกระตุ้นจะเกิดภายใน 5-10 นาที ทว่าก็พบอาการไม่พึงประสงค์ในกลุ่มอาสาสมัครด้วย เช่น ปากแห้ง ท้องผูก ผิวคล้ำ เบื่ออาหาร และน้ำหนักลด เป็นต้น</p>
<ol start="4">
<li><strong>แก้ปวดได้ดีกว่ามอร์ฟิน </strong></li>
</ol>
<p>อีกพึ่งสรรพคุณที่ดีไม่แพ้กัน คือ แก้ปวด โดยใน ใบกระท่อม มีสารสำคัญที่ชื่อว่า ไมทราไจนีน (Mitragynine) ซึ่งพบในใบกระท่อมไทยสูงถึง 66% โดยสารชนิดนี้เป็นสารจำพวกอัลคาลอยด์ ออกฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง (CNS depressant) เช่นเดียวกับยาเสพติดกลุ่ม LSD และยาบ้า จึงมีฤทธิ์ระงับความเจ็บปวด กระตุ้นความรู้สึกเคลิ้มสุข และทำให้ง่วงซึม</p>
<p>ขณะเดียวกันจากการศึกษาก็พบสารเซเว่นไฮดร็อกซีไมทราไจนีน (7-hydroxymitragynine) ในใบกระท่อม โดยสารนี้มีฤทธิ์ยับยั้งการตอบสนองต่อความเจ็บปวด (Antinociceptive) ได้ดีกว่ามอร์ฟีนถึง 13 เท่า</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีการศึกษาที่พบว่า กระท่อมให้ผลข้างเคียงน้อยกว่ามอร์ฟีนหลายประการ เช่น ไม่กดระบบทางเดินหายใจ ไม่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน อาการขาดยาไม่ทรมานเท่ามอร์ฟีน และบำบัดได้ง่ายกว่ายากล่อมประสาท</p>
<ol start="5">
<li><strong>แก้ปวดฟัน</strong></li>
</ol>
<p>ด้วยฤทธิ์ระงับปวดของ ใบกระท่อม จึงมีการนำใบกระท่อมไปปรุงเป็นยาสมุนไพรแก้ปวดฟันตามตำราแพทย์แผนโบราณ</p>
<ol start="6">
<li><strong>แก้ไอ รักษาแผลในปาก และถอนพิษ</strong></li>
</ol>
<p>ใบกระท่อม ยังถูกปรุงเป็นยาสมุนไพรแก้ไอ ยาสมานแผลในปาก ห้ามเลือด และแก้พิษจากพืชหรือสัตว์ได้อีกด้วย</p>
<ol start="7">
<li><strong>ลดความอยากในสารเสพติดชนิดอื่น</strong></li>
</ol>
<p>ในหลาย ๆ ประเทศใช้ใบกระท่อมลดอาการขาดยาเสพติด เช่น ฝิ่น เฮโรอีน หรือมอร์ฟีน เมื่อใช้กระท่อมในปริมาณและในระยะเวลาที่จำกัด เนื่องจากกระท่อมให้ผลข้างเคียงที่น้อยกว่า และบำบัดการเสพติดได้ง่ายกว่านั่นเอง</p>
<p><strong>การออกฤทธิ์ของ ใบกระท่อม</strong></p>
<p>เมื่อเคี้ยวใบกระท่อมไปประมาณ 5-10 นาที ร่างกายจะดูดซึมสารสำคัญในใบกระท่อม และออกฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า ร่าเริง สดชื่น หายปวดเมื่อย หายเหนื่อย แต่ถ้าครึ้มฟ้าครึ้มฝนจะมีอาการหนาวสั่นคล้ายจะเป็นไข้ หากทุกวันต่อเนื่องไปนาน ๆ อาจเกิดการเสพติด และเกิดผลข้างเคียง ดังนี้</p>
<p>1. ผิวคล้ำลงจนดูเหมือนผิวแห้งขาดน้ำ</p>
<ol start="2">
<li>ปากแห้ง ริมฝีปากคล้ำ<br />
3. ท้องผูก<br />
4. นอนไม่หลับ กระวนกระวาย<br />
5. คลื่นไส้ อาเจียน จากการเมากระท่อม<br />
6. ไม่มีแรง อ่อนเพลีย เมื่อมีภาวะเสพติดแล้วหยุดใบกระท่อม<br />
7. ปวดเมื่อยตามตัว ปวดกระดูก<br />
8. บางรายที่เสพมากเกินไปอาจพบอาการแขนกระตุกเองได้<br />
9. ซึมเศร้า เซื่องซึม ไม่อยากพูดจากับใคร หรืออาจมีอารมณ์ก้าวร้าวไปเลย<br />
10. พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง<br />
11. บางรายอาจมีอาการโรคจิตหวาดระแวง เห็นภาพหลอน คิดว่าจะมีคนมาทำร้าย</p>
<p>อย่างไรก็ตาม อาการเมาใบกระท่อมก็ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคนด้วย บางคนอาจเคี้ยวใบกระท่อม 3 ใบไม่เมา แต่บางคนเคี้ยวแล้วอาจมีอาการเมาใบกระท่อมก็เป็นได้</li>
</ol>
<p>สุดท้ายนี้<strong>การใช้ ใบกระท่อม แม้กฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว ก็ไม่ควรนำกระท่อมไปใช้เองเพื่อหวังผลการรักษาโรค เพราะอาจได้รับผลข้างเคียงและเป็นอันตรายได้หากใช้ไม่ถูกวิธี จึงควรรอให้มีการนำสรรพคุณของกระท่อมไปศึกษาวิจัยและต่อยอดเป็นยารักษาโรคในอนาคต </strong></p>
<p>ที่มา :</p>
<p>1.ใบกระท่อม สรรพคุณทางยา ประโยชน์และโทษ ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ ภาควิชาเภสัชและเภสัชพฤษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครรินทร์</p>
<p>2.สำนักงานกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา</p>
<p>3.กองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยากระทรวงสาธารณสุข</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
