<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Covid-19 &#8211; bkkhealthcare</title>
	<atom:link href="https://bkkhealthcare.com/tag/covid-19/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://bkkhealthcare.com</link>
	<description>แค่เว็บเวิร์ดเพรสเว็บหนึ่ง</description>
	<lastBuildDate>Fri, 02 Dec 2022 14:21:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>
	<item>
		<title>Work from Home อย่างไร ไม่ส่งผลร้ายต่อกระดูกและข้อ</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5/work-from-home-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%95/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[koy]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 May 2021 10:17:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงพยาบาล]]></category>
		<category><![CDATA[Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[Work from Home]]></category>
		<category><![CDATA[กระดูกและข้อ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=523</guid>

					<description><![CDATA[ในห้วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับโรค Covid-19 ที่กำลังระบาดในขณะนี้ มีหลายคนต้องปรับตารางการทำงาน เพื่อรองรับกับสถานการณ์การระบาด และจำเป็นต้องทำงานจากที่บ้าน หรือที่เรียกกันว่า Work from Home ซึ่งการที่ต้องเปลี่ยนสถานที่จากที่ทำงานมาเป็นที่บ้านก็มีบางปัจจัยที่อาจทำให้เกิดความไม่สบาย หรือเกิดความเจ็บป่วยของโรคทางกระดูกและข้อได้ บทความชิ้นนี้จึงขอนำข้อแนะนำจาก นพ.ศรัณย์ ก่อวุฒิกุลรังษี แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนวเวช มาบอกเล่า ลองมาดูกันว่าความไม่สบายและความเจ็บป่วยที่กระดูกและข้อที่เกิดจากการ Work from Home มีอะไรได้บ้าง และเราจะป้องกันได้อย่างไร อาการที่เกิดจาก Work from Home ปวดหลังง่ายขึ้น เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่บ้านไม่เหมือนที่ทำงาน บางคนไม่มีโต๊ะหรือเก้าอี้ที่เหมาะสำหรับการทำงาน เช่น นั่งทำงานที่โต๊ะกินข้าว ซึ่งเก้าอี้จะปรับระดับไม่ได้ และที่รองนั่งอาจจะแข็ง พนักพิงไม่เหมาะสำหรับการนั่งนาน ๆ ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ง่ายกว่านั่งเก้าอี้ที่ทำงาน บางคนอยู่ในห้องพัก หรือคอนโดมิเนียม ไม่มีพื้นที่มากนัก ก็นั่งกับพื้นทำงาน ซึ่งเป็นท่าที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ยิ่งทำให้ปวดหลังมากขึ้น นอกจากนั้น หมอนรองกระดูกสันหลังและข้อต่อยังต้องรับภาระมากกว่าปกติ ส่งผลให้หมอนรองกระดูกเสื่อมได้เร็วขึ้น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อต้นคอ บ่า ไหล่ จากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ หลายคนปกติทำงานไม่ค่อยใช้คอมพิวเตอร์ทำงานมากนัก แต่พอWork from home ก็ต้องมีประชุมทางไกลบ่อยขึ้น บางวันก็มีหลายรอบ หรือบางคนเดิมที่ทำงานเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ พอมาทำที่บ้านก็ต้องใช้โน๊ตบุ๊คทำงานแทน ต้องก้มคอมากขึ้นเป็นเวลานาน ๆ ทำให้กล้ามเนื้อยึดตึง ปวดต้นคอ บ่า [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400">ในห้วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับโรค Covid-19 ที่กำลังระบาดในขณะนี้ มีหลายคนต้องปรับตารางการทำงาน เพื่อรองรับกับสถานการณ์การระบาด และจำเป็นต้องทำงานจากที่บ้าน หรือที่เรียกกันว่า Work from Home ซึ่งการที่ต้องเปลี่ยนสถานที่จากที่ทำงานมาเป็นที่บ้านก็มีบางปัจจัยที่อาจทำให้เกิดความไม่สบาย หรือเกิดความเจ็บป่วยของโรคทางกระดูกและข้อได้</p>
<p style="font-weight: 400">บทความชิ้นนี้จึงขอนำข้อแนะนำจาก <strong>นพ.ศรัณย์ ก่อวุฒิกุลรังษี แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนวเวช </strong>มาบอกเล่า ลองมาดูกันว่าความไม่สบายและความเจ็บป่วยที่กระดูกและข้อที่เกิดจากการ Work from Home มีอะไรได้บ้าง และเราจะป้องกันได้อย่างไร</p>
<p style="font-weight: 400"><strong>อาการที่เกิดจาก </strong><strong>W</strong><strong>ork from Home</strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400">ปวดหลังง่ายขึ้น เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่บ้านไม่เหมือนที่ทำงาน บางคนไม่มีโต๊ะหรือเก้าอี้ที่เหมาะสำหรับการทำงาน เช่น นั่งทำงานที่โต๊ะกินข้าว ซึ่งเก้าอี้จะปรับระดับไม่ได้ และที่รองนั่งอาจจะแข็ง พนักพิงไม่เหมาะสำหรับการนั่งนาน ๆ ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ง่ายกว่านั่งเก้าอี้ที่ทำงาน บางคนอยู่ในห้องพัก หรือคอนโดมิเนียม ไม่มีพื้นที่มากนัก ก็นั่งกับพื้นทำงาน ซึ่งเป็นท่าที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ยิ่งทำให้ปวดหลังมากขึ้น นอกจากนั้น หมอนรองกระดูกสันหลังและข้อต่อยังต้องรับภาระมากกว่าปกติ ส่งผลให้หมอนรองกระดูกเสื่อมได้เร็วขึ้น</li>
<li style="font-weight: 400">ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อต้นคอ บ่า ไหล่ จากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ หลายคนปกติทำงานไม่ค่อยใช้คอมพิวเตอร์ทำงานมากนัก แต่พอWork from home ก็ต้องมีประชุมทางไกลบ่อยขึ้น บางวันก็มีหลายรอบ หรือบางคนเดิมที่ทำงานเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ พอมาทำที่บ้านก็ต้องใช้โน๊ตบุ๊คทำงานแทน ต้องก้มคอมากขึ้นเป็นเวลานาน ๆ ทำให้กล้ามเนื้อยึดตึง ปวดต้นคอ บ่า ไหล่ได้</li>
<li style="font-weight: 400">ปวดข้อมือ เอ็นอักเสบ นิ๊วล๊อค จากการใช้คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ๆ</li>
<li style="font-weight: 400">ไม่ได้ออกกำลังกาย เนื่องจากไม่ต้องออกจากบ้าน ไม่ต้องเดินทาง ทำให้ร่างกายมีการขยับตัวน้อยลง กล้ามเนื้อไม่ได้รับการฝึกให้เกิดความแข็งแรง ส่งผลให้ปวดเมื่อยได้ง่ายขึ้น</li>
<li style="font-weight: 400">อยู่แต่ในบ้าน ไม่เจอแสงสว่าง ไม่เจอแดด ทำให้ร่างกายได้รับวิตามินดีจากแสงแดดลดลง ซึ่งมีผลทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อลดลงและการสะสมแคลเซียมในร่างกายลดลง</li>
<li style="font-weight: 400">ดื่มชากาแฟบ่อยขึ้น บางคนไม่ดื่มอยู่แล้วก็คงไม่มีปัญหา แต่คนที่ดื่มกาแฟอยู่แล้ว พอทำงานคนเดียวมีความเครียด ก็ดื่มชากาแฟมากขึ้น ซึ่งคาเฟอีนที่มากเกินไปก็มีผลเสียกับร่างกาย ทั้งนอนไม่หลับ ใจสั่น กระตุ้นหัวใจมากเกินไป ถ้าใส่น้ำตาลครีม ก็ต้องระวังการได้รับน้ำตาลและไขมันมากเกินไป นอกจากนี้ คาเฟอีนยังทำให้เกิดการสูญเสียแคลเซียมออกจากร่างกาย ทำให้ความแข็งแรงของกระดูกลดลง</li>
<li style="font-weight: 400">ความเครียดเพิ่มขึ้น ทั้งจากการทำงานเป็นเวลานาน หรือบางคนอยู่คนเดียวที่บ้าน พอไม่ได้ไปทำงานเจอเพื่อนร่วมงาน บวกกับวิตกกังวลเรื่องสถานการณ์การระบาดของโรค ก็เกิดความเครียดสะสมขึ้นได้ ความเครียดนี้ก็ทำให้นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ กล้ามเนื้อเกร็งปวดเมื่อยตามร่างกายได้</li>
<li style="font-weight: 400">น้ำหนักขึ้น แน่นอนว่าการที่เราทำงานอยู่ที่บ้าน ตู้เย็นและชั้นวางขนม ก็อยู่เพียงแค่เอื้อมเท่านั้น แถมยังวางล่อตาล่อใจขณะที่เราทำงานอยู่ตลอด เราก็มักจะเผลอหยิบมากินเล่นระหว่างทำงาน รู้ตัวอีกทีก็หมดถุงซะแล้ว แล้วช่วงนี้ก็เป็นยุคทองของการสั่งอาหารมากินที่บ้าน ไม่อยากจะออกไปไหน โทรสั่งแล้วก็นั่งชิลล์ ทำงานไป สักพักของกินก็มาส่ง เป็นแบบนี้นาน ๆ น้ำหนักต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งจะส่งผลกับระบบร่างกายส่วนอื่นๆ โดยรวม เช่น ความดัน ระดับน้ำตาล ระดับไขมัน กระดูกและข้อต่อก็ต้องรับน้ำหนักมากขึ้น เกิดการปวดหลังปวดเข่า เป็นต้น</li>
</ul>
<p style="font-weight: 400"><strong>การแก้ปัญหาจากการ </strong><strong>W</strong><strong>ork from Home</strong></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400">ทำงานให้เป็นเวลา กำหนดเวลาการทำงาน และการพักผ่อนที่ชัดเจน พยายามจบงานให้ได้ตามกำหนด ไม่ทำงานล่วงเวลา เพื่อมีเวลาไปทำกิจกรรมอื่นๆที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น</li>
<li style="font-weight: 400">ปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการทำงาน เช่น จัดที่นั่งบริเวณที่มีแสงสว่างเพียงพอ หาเก้าอี้นุ่ม ๆ มีพนักพิง ใครมีทุนหน่อยจะจัดหาเก้าอี้ทำงานดีๆก็ไม่ว่ากัน</li>
<li style="font-weight: 400">ปรับความสูงของจุดวางคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับร่างกายและท่านั่ง ความสูงของจอที่เหมาะสมนั้น ขอบบนของจออยู่ใกล้ระดับสายตา กลางจอควรอยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ10-20 องศา เพื่อลดการก้มหรือเงยคอที่มากเกินไป หากใครใช้โน๊ตบุ๊คอาจใช้แท่นวาง เพื่อปรับความเอียงของแป้นพิมพ์และความสูงของจอก็ได้</li>
<li style="font-weight: 400">กำหนดระยะเวลาการทำงานต่อเนื่อง จัดเวลาให้มีการพักปรับอิริยาบทและยืดกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธี ทั้งกล้ามเนื้อบริเวณ ศีรษะ คอ บ่า ไหล่ และหลัง</li>
<li style="font-weight: 400">หาเวลาออกกำลังกาย เพื่อให้กระดูกและกล้ามเนื้อได้ขยับทำงาน ฝึกกล้ามเนื้อคอ หลัง และไหล่ ที่ต้องใช้งานขณะนั่งทำงานให้เกิดความแข็งแรง ยืดเส้นยืดสาย การออกกำลังเป็นประจำยังทำให้ความเครียดลดลงด้วย ถ้าจะให้ดี การออกกำลังกายกลางแจ้งทำให้ได้รับแสงแดด ก็จะได้รับวิตามินดีเพิ่มด้วยอีกด้วย</li>
<li style="font-weight: 400">ตั้งเกณฑ์ควบคุมการทานขนม ของว่าง ชา กาแฟ ไม่ให้เยอะจนเกินไป กาแฟร้อนไม่ควรเกิน2แก้ว กาแฟเย็น ไม่ควรเกิน 1 แก้ว</li>
</ul>
<p style="font-weight: 400">Covid-19 ยังไม่จบง่าย ๆ พวกเรายังจำเป็นต้องทำงานจากที่บ้านกันไปอีกสักพัก ดังนั้น เรามาทำให้การ Work from Home เป็นการทำงานที่ดีต่อสุขภาพกันดีกว่า เพียงปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง ปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม ก็จะทำให้ลดความเครียดจากการทำงาน และมีความสุขมากขึ้น</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คลายข้อสงสัย ทำไมต้อง “เหยียบพรมก่อนเข้าอาคาร”  กับขั้นตอนการฆ่าเชื้อ COVID-19 ของเส้นใยชนิดพิเศษ</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5/%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[koy]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Mar 2021 09:04:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงพยาบาล]]></category>
		<category><![CDATA[Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[ขั้นตอนการฆ่าเชื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นใย]]></category>
		<category><![CDATA[เหยียบพรมก่อนเข้าอาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=515</guid>

					<description><![CDATA[ในวันแรกที่บรรดาห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ออฟฟิศ หรือโรงพยาบาลต่างๆ เปิดทำการช่วง COVID-19 พร้อมกับการวัดอุณหภูมิและการถูมือด้วยแอลกอฮอล์ ถือเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่เราต้องเจอ ซึ่งนอกจากด่านบังคับทั้ง 2 แล้ว อีกหนึ่งสิ่งแปลกปลอมที่ผ่านตา (รวมถึงผ่านเท้า) ก็คงเป็นเจ้า ‘พรมผืนหนา’ ที่กางแผ่ราบขวางกั้นอาคารและโลกภายนอก มาพร้อมกับคำแนะนำจากพนักงานว่า “ช่วยเดินผ่านพรม เพื่อฆ่าเชื้อด้วยครับ/ค่ะ” ซึ่งหลายๆ คนก็เกิดคำถามว่า พรมที่เราเดินเหยียบนั้น มีความสามารถในการฆ่าเชื้ออยู่ตรงไหน? แล้วทำไมถึงจัดการกับ COVID-19 ที่เพิ่งค้นพบได้กันแน่? จนได้มีโอกาสไปร่วมฟังเสนา “การเลือกผลิตภัณฑ์และสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวันเพื่อการป้องกันโควิด”  ในงานเปิด “ห้องผู้ป่วยพิเศษละมุนใจ ไกลโควิด” ที่ SMC หรือศูนย์บริการทางการแพทย์ชั้นเลิศ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  และพบว่าไม่ใช่ทุกพรมสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ แต่ปัจจุบันมีพรมที่พัฒนามาจากนวัตกรรมสิ่งทออัจฉริยะ“AVATM Anti Viral Allergy Free” ที่สามารถจัดการกับเจ้าโควิด-19 ได้             AVA™ หรือนวัตกรรมสิ่งทออัจฉริยะที่มีชื่อเต็มๆ ว่า “AVA™ Anti Viral Allergy Free” คือเส้นใยที่ถูกวิจัยและพัฒนาขึ้นโดย “The Carpet Maker Thailand” ซึ่งช่วงก่อนที่ COVID-19 จะก่อเกิดและแพร่ระบาดไปทั่วโลก พรม AVA™ ก็ได้ทำหน้าที่ของมันอยู่ก่อนแล้ว นั่นคือเป็นหน้าด่านในการจัดการกับเชื้อโรค ไรฝุ่น รวมถึงมลภาวะต่างๆ ที่เท้าของเราเหยียบย่ำมาตลอดการเดินทางโดยที่ไม่มีใครสังเกต แต่เมื่อ COVID-19 แพร่ระบาดหนักขึ้น พรม AVA™ จึงมีบทบาทเต็มตัวในการ ‘กำจัด’ ไวรัสชนิดนี้ด้วยนั่นเอง            การ ‘กำจัด’ ของ AVA™ ไม่ใช่แค่ดักจับหรือกักไวรัสไว้ที่พรม แต่หมายถึงการจัดการทิ้งจริงๆ ชนิดที่ว่าทันทีที่ฝ่าเท้าสัมผัสกับพรม เชื้อ COVID-19 จะถูกกะเทาะเปลือกโปรตีนและไขมันตรงนั้น ในแบบที่แพร่กระจายต่อไม่ได้อีกเลย             ซึ่งหากต้องลงลึกกว่านั้น ก็คงต้องมานั่งทำความเข้าใจกันก่อนว่า COVID-19 ที่ใครๆ ก็เบือนหน้าหนี มันมีวิธีการเพิ่มตัวเองอย่างไร จนสามารถแพร่ระบาดในตัวมนุษย์ได้อย่างรวดเร็วนัก             COVID-19 เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ของไวรัสโคโรนา หรือ CoV ซึ่งเป็นไวรัสชนิด RNA สายเดี่ยวเชิงบวก ที่มีมากมายหลายสายพันธุ์ โดยแต่ละสายพันธุ์ก็มีหน้าตาคล้ายๆ กันคือ รูปทรงกลมและมีหนามรอบตัวเหมือนแสงอาทิตย์ ซึ่งเจ้าหนามตัวนี้แหละ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400">ในวันแรกที่บรรดาห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ออฟฟิศ หรือโรงพยาบาลต่างๆ เปิดทำการช่วง COVID-19 พร้อมกับการวัดอุณหภูมิและการถูมือด้วยแอลกอฮอล์ ถือเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่เราต้องเจอ ซึ่งนอกจากด่านบังคับทั้ง 2 แล้ว อีกหนึ่งสิ่งแปลกปลอมที่ผ่านตา (รวมถึงผ่านเท้า) ก็คงเป็นเจ้า ‘พรมผืนหนา’ ที่กางแผ่ราบขวางกั้นอาคารและโลกภายนอก มาพร้อมกับคำแนะนำจากพนักงานว่า “ช่วยเดินผ่านพรม เพื่อฆ่าเชื้อด้วยครับ/ค่ะ” ซึ่งหลายๆ คนก็เกิดคำถามว่า พรมที่เราเดินเหยียบนั้น มีความสามารถในการฆ่าเชื้ออยู่ตรงไหน? แล้วทำไมถึงจัดการกับ COVID-19 ที่เพิ่งค้นพบได้กันแน่?</p>
<p style="font-weight: 400">จนได้มีโอกาสไปร่วมฟังเสนา “การเลือกผลิตภัณฑ์และสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวันเพื่อการป้องกันโควิด”  ในงานเปิด “ห้องผู้ป่วยพิเศษละมุนใจ ไกลโควิด” ที่ SMC หรือศูนย์บริการทางการแพทย์ชั้นเลิศ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  และพบว่าไม่ใช่ทุกพรมสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ แต่ปัจจุบันมีพรมที่พัฒนามาจากนวัตกรรมสิ่งทออัจฉริยะ“<strong>AVA<sup>TM</sup> Anti Viral Allergy Free”</strong> ที่สามารถจัดการกับเจ้าโควิด-19 ได้</p>
<p style="font-weight: 400">            <strong>AVA™</strong> หรือนวัตกรรมสิ่งทออัจฉริยะที่มีชื่อเต็มๆ ว่า <strong>“AVA™ Anti Viral Allergy Free”</strong> คือเส้นใยที่ถูกวิจัยและพัฒนาขึ้นโดย <strong>“The Carpet Maker Thailand”</strong> ซึ่งช่วงก่อนที่ COVID-19 จะก่อเกิดและแพร่ระบาดไปทั่วโลก พรม AVA™ ก็ได้ทำหน้าที่ของมันอยู่ก่อนแล้ว นั่นคือเป็นหน้าด่านในการจัดการกับเชื้อโรค ไรฝุ่น รวมถึงมลภาวะต่างๆ ที่เท้าของเราเหยียบย่ำมาตลอดการเดินทางโดยที่ไม่มีใครสังเกต แต่เมื่อ COVID-19 แพร่ระบาดหนักขึ้น พรม AVA™ จึงมีบทบาทเต็มตัวในการ ‘กำจัด’ ไวรัสชนิดนี้ด้วยนั่นเอง</p>
<p style="font-weight: 400">           การ ‘กำจัด’ ของ AVA™ ไม่ใช่แค่ดักจับหรือกักไวรัสไว้ที่พรม แต่หมายถึงการจัดการทิ้งจริงๆ ชนิดที่ว่าทันทีที่ฝ่าเท้าสัมผัสกับพรม เชื้อ COVID-19 จะถูกกะเทาะเปลือกโปรตีนและไขมันตรงนั้น ในแบบที่แพร่กระจายต่อไม่ได้อีกเลย</p>
<p style="font-weight: 400">            ซึ่งหากต้องลงลึกกว่านั้น ก็คงต้องมานั่งทำความเข้าใจกันก่อนว่า COVID-19 ที่ใครๆ ก็เบือนหน้าหนี มันมีวิธีการเพิ่มตัวเองอย่างไร จนสามารถแพร่ระบาดในตัวมนุษย์ได้อย่างรวดเร็วนัก</p>
<p style="font-weight: 400">            COVID-19 เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ของไวรัสโคโรนา หรือ CoV ซึ่งเป็นไวรัสชนิด RNA สายเดี่ยวเชิงบวก ที่มีมากมายหลายสายพันธุ์ โดยแต่ละสายพันธุ์ก็มีหน้าตาคล้ายๆ กันคือ รูปทรงกลมและมีหนามรอบตัวเหมือนแสงอาทิตย์ ซึ่งเจ้าหนามตัวนี้แหละ คือที่อยู่ของโปรตีนที่เรียกว่า Spike Protein อันเป็นอาวุธหลักในการเข้ายึดกับ ‘โปรตีนตัวรับ’ ที่อยู่บนเซลล์ของมนุษย์ แล้วจึงทำการส่งหน่วยพันธุกรรมสู่กระบวนการ ‘คัดลอก’ ตัวเองซ้ำๆ แล้วแพร่กระจายไปยังเซลล์ข้างเคียงอีกหลายรอบ จนเข้าไปทำลายหลอดลมและปอดในท้ายที่สุด</p>
<p style="font-weight: 400">            ซึ่งเจ้าไวรัสโคโรนาที่แพร่กระจายในลักษณะนี้ และเป็นที่รู้จักกันดี ก็ได้แก่ MERS-CoV หรือโรคเมอร์ส และ SARS-CoV หรือโรคซาร์ส ที่แพร่ระบาดเมื่อหลายปีก่อน แต่ที่ COVID-19 หรือ *SARS-CoV-2 ระบาดหนักกว่าสายพันธุ์อื่นๆ นั่นก็เพราะโปรตีนที่ใช้ยึดจับของมัน เข้าจับกับโปรตีนตัวรับได้ง่ายกว่า และยึดจับได้เหนียวแน่นกว่าญาติๆ ของมันนั่นเอง (*ชื่อคล้ายโรคซาร์สเพราะมีรหัสพันธุกรรมคล้ายกันเกือบ 80%)</p>
<p style="font-weight: 400">            จุดนี้เองที่เป็นพื้นที่ทำงานของ AVA™ โดยคุณสมบัติพิเศษของนวัตกรรมที่ฝังอยู่ในทุกอณูเส้นใย จะทำหน้าที่เป็นอาวุธหนักในการกะเทาะเปลือกโปรตีน Spike Protein จนแตก และ<strong>ทำให้ตัวไวรัส ไม่สามารถเข้ายึดจับกับโปรตีนตัวรับได้ ไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้ และสลายหรือตายลงในที่สุด</strong> ไม่ว่าจะเป็น COVID-19 โรคเมอร์ส โรคซาร์ส รวมถึงไวรัสชนิด RNA สายพันธุ์อื่นๆ</p>
<p style="font-weight: 400">            นอกจากนี้ AVA™ ยังมีคุณสมบัติที่น่าสนใจอีกข้อ นั่นคือการยับยั้งเชื้อราและแบคทีเรีย ซึ่งมลภาวะทั้ง 2 อย่างนี้ คือห่วงโซ่อาหารหลักของไรฝุ่น ซึ่งเมื่อวงจรห่วงโซ่อาหารถูกขัดขวาง ก็ทำให้ไรฝุ่นค่อยๆ ตายลง และช่วยลดสาเหตุของการเกิดภูมิแพ้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p style="font-weight: 400">            ด้วยความสามารถที่หลากหลาย ในการจัดการกับเชื้อไวรัส เชื้อรา แบคทีเรีย และไรฝุ่น ทำให้หลายคนมองว่า AVA™ เป็นนวัตกรรมที่ดีเกินกว่าจะอยู่แต่ในพรมเท่านั้น เช่นเดียวกันกับ <strong>“SMC” หรือ “ศูนย์บริการทางการแพทย์ชั้นเลิศ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น”</strong> ที่ได้จับมือกับผู้ผลิตนวัตกรรม AVA™ รายใหญ่อย่าง <strong>“ไอเคคร๊าฟท์” (IKKraft™)</strong> ในการนำเส้นใน AVA™ มาไว้ในผลิตภัณฑ์เคหะสิ่งทอ (Home Textile) ทุกชิ้นในห้องผู้ป่วย จัดตั้งเป็น <strong>“ห้องผู้ป่วยพิเศษละมุนใจ ไกลโควิด”</strong> เปิดตัวใช้ในศูนย์ SMC โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ที่ผ่านมา</p>
<p style="font-weight: 400">            และบรรดาสิ่งทอจากนวัตกรรม AVA™ ยังได้ผ่านการทดสอบอีกขั้น เพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพในการจัดการกับเชื้อไวรัสได้มากกว่า 90% รับรองด้วยสถาบันทดสอบระดับนานาชาติ ภายใต้มาตรฐาน ISO 18184 ได้แก่ ยับยั้งเชื้อไวรัสได้ 91.7% โดยสถาบัน MSL ประเทศอังกฤษ, 99.17% โดยสถาบัน SGS ประเทศฮ่องกง และ 99.37% โดยสถาบัน Nelson Lab ประเทศสหรัฐอเมริกา</p>
<p style="font-weight: 400">           <strong>เมื่อก่อนเราเคยเห็นเส้นใยผ้ากันน้ำได้ เปลี่ยนสีได้ แต่ตอนนี้เรามีผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสิ่งทอที่สามารถฆ่าเชื้อ </strong><strong>COVID-19 ได้ และหาซื้อเองได้ตามร้านค้าออนไลน์ของ IKKraft</strong> <strong> ไม่ว่าจะเป็น หน้ากากอนามัย ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน  และสารพัดสิ่งทอ อีกมากมาย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ เราต่างเดินเหยียบมันอยู่ทุกวัน แบบที่ไม่เคยรู้ตัวเลย&#8230;.</strong></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุณหมอขอตอบ! อยาก จัดฟันในช่วง Covid-19 จริงๆ แล้ว&#8230;ทำได้หรือไม่?</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87-covid-19/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[BKK Healthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Mar 2021 12:30:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[การรักษาทางทันตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[จัดฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[จัดฟันในช่วง Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[ดัดฟัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=449</guid>

					<description><![CDATA[คุณหมอขอตอบ! จัดฟันในช่วง Covid-19 อยาก จริงๆ แล้ว&#8230;ทำได้หรือไม่? ในช่วงที่มีไวรัส Covid-19 ระบาดนั้น การให้การรักษาทางทันตกรรมรวมไปถึงการจัดฟันนั้นเป็นไปอย่างจำกัด หลาย ๆ โรงพยาบาล หรือคลินิกทันตกรรมให้การรักษาเฉพาะเคสที่ฉุกเฉินเท่านั้น หรือบางคลินิกถึงกับปิดรับการรักษาเลยทีเดียว เมื่อเรากำลังผ่านพ้นช่วงของโรคระบาดไป และจำเป็นต้องกลับมาดำรงชีวิตตามปกติ จึงเป็นช่วงเวลาของการทบทวนในการให้การรักษาแก่ผู้ป่วยอย่างปลอดภัยไร้ Covid-19 และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ป่วยที่กังวลในการมารับการรักษาที่โรงพยาบาล คำถามยอดฮิต! จัดฟันในช่วง Covid-19 จัดฟันได้หรือไม่ กรมการแพทย์ ได้ให้แนวทางปฏิบัติการรักษาทางทันตกรรมจัดฟันในกรณีเร่งด่วน Emergency Urgency และ Elective case โดยพิจารณาความสามารถในการป้องกันที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ป่วย โดยมีสาระสำคัญดังนี้ ผู้ป่วยที่ต้องมีการปรับเครื่องมือต่อเนื่องตามดุลยพินิจของทันตแพทย์ผู้ดูแล เช่น อยู่ระหว่างการให้แรงต่อเนื่อง, ผู้ป่วย Corticotomy เป็นต้น ทั้งในงานจัดฟันแบบติดแน่นและแบบถอดได้ ผู้ป่วยที่ต้องติดเครื่องมือ ในกรณีที่มีการเตรียมช่องปากไว้แล้ว เช่น ถอนฟันเพื่อการจัดฟันและยังไม่มีการเริ่มให้แรง ผู้ป่วยที่ต้องถอดเครื่องมือ ในกรณีพิมพ์ปากเพื่อส่งทำเครื่องมือคงสภาพฟันแล้ว หรือวางแผนพิมพ์ปากทำเครื่องมือคงสภาพฟันในครั้งถัดไปแต่มีเครื่องมือหลุดระหว่างรอนัดหมาย คัดกรองความเสี่ยง&#8230;ตรวจเช็กก่อนจัดฟัน! การคัดกรองความเสี่ยงในการติดเชื้อของผู้ป่วยก่อนเข้ามารับการจัดฟัน จัดเป็นหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญก่อนการทำหัตถการ โดยการคัดกรองสามารถทำได้โดยการสอบถามก่อนที่จะถึงวันนัดอย่างน้อย 1 วัน เพื่อลดความเสี่ยงจากการเดินทางของผู้ป่วยมายังสถานพยาบาล โดยดูจากทั้งประวัติ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>คุณหมอขอตอบ! จัดฟันในช่วง Covid-19 อยาก จริงๆ แล้ว&#8230;ทำได้หรือไม่?</h2>
<p>ในช่วงที่มีไวรัส Covid-19 ระบาดนั้น การให้การรักษาทางทันตกรรมรวมไปถึงการจัดฟันนั้นเป็นไปอย่างจำกัด หลาย ๆ โรงพยาบาล หรือคลินิกทันตกรรมให้การรักษาเฉพาะเคสที่ฉุกเฉินเท่านั้น หรือบางคลินิกถึงกับปิดรับการรักษาเลยทีเดียว เมื่อเรากำลังผ่านพ้นช่วงของโรคระบาดไป และจำเป็นต้องกลับมาดำรงชีวิตตามปกติ จึงเป็นช่วงเวลาของการทบทวนในการให้การรักษาแก่ผู้ป่วยอย่างปลอดภัยไร้ Covid-19 และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ป่วยที่กังวลในการมารับการรักษาที่โรงพยาบาล</p>
<h3>คำถามยอดฮิต! <a href="https://bpdcdental.com/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A/" target="_blank" rel="noopener">จัดฟัน</a>ในช่วง Covid-19 จัดฟันได้หรือไม่</h3>
<p>กรมการแพทย์ ได้ให้แนวทางปฏิบัติการรักษาทางทันตกรรมจัดฟันในกรณีเร่งด่วน Emergency Urgency และ Elective case โดยพิจารณาความสามารถในการป้องกันที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ป่วย โดยมีสาระสำคัญดังนี้</p>
<p>ผู้ป่วยที่ต้องมีการปรับเครื่องมือต่อเนื่องตามดุลยพินิจของทันตแพทย์ผู้ดูแล เช่น อยู่ระหว่างการให้แรงต่อเนื่อง, ผู้ป่วย Corticotomy เป็นต้น ทั้งในงานจัดฟันแบบติดแน่นและแบบถอดได้<br />
ผู้ป่วยที่ต้องติดเครื่องมือ ในกรณีที่มีการเตรียมช่องปากไว้แล้ว เช่น ถอนฟันเพื่อการจัดฟันและยังไม่มีการเริ่มให้แรง<br />
ผู้ป่วยที่ต้องถอดเครื่องมือ ในกรณีพิมพ์ปากเพื่อส่งทำเครื่องมือคงสภาพฟันแล้ว หรือวางแผนพิมพ์ปากทำเครื่องมือคงสภาพฟันในครั้งถัดไปแต่มีเครื่องมือหลุดระหว่างรอนัดหมาย<br />
คัดกรองความเสี่ยง&#8230;ตรวจเช็กก่อนจัดฟัน!</p>
<p>การคัดกรองความเสี่ยงในการติดเชื้อของผู้ป่วยก่อนเข้ามารับการจัดฟัน จัดเป็นหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญก่อนการทำหัตถการ โดยการคัดกรองสามารถทำได้โดยการสอบถามก่อนที่จะถึงวันนัดอย่างน้อย 1 วัน เพื่อลดความเสี่ยงจากการเดินทางของผู้ป่วยมายังสถานพยาบาล โดยดูจากทั้งประวัติ และอาการแสดงของผู้ป่วย</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone wp-image-458 size-full" src="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/newscms_thaihealth_c_abknprtu1458.jpg" alt="จัดฟันในช่วง Covid-19" width="1000" height="667" srcset="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/newscms_thaihealth_c_abknprtu1458.jpg 1000w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/newscms_thaihealth_c_abknprtu1458-300x200.jpg 300w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/newscms_thaihealth_c_abknprtu1458-768x512.jpg 768w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/newscms_thaihealth_c_abknprtu1458-696x464.jpg 696w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/newscms_thaihealth_c_abknprtu1458-630x420.jpg 630w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<h3>ประวัติ</h3>
<p>มีประวัติเดินทางไปยัง หรือมาจากพื้นที่ที่เกิดโรคระบาดหรือไม่<br />
มีประวัติของคนในครอบครัวป่วยเป็น COVID-19 สัมผัสกับผู้ป่วย COVID-19 หรือสารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วยโดยไม่ได้ป้องกันอย่างเหมาะสมหรือไม่<br />
ประกอบอาชีพที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว สถานที่แออัด หรือติดต่อกับคนจำนวนมากหรือไม่<br />
มีประวัติไปในสถานที่ชุมชน หรือสถานที่ที่มีการรวมกลุ่มคน เช่น ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า สถานพยาบาล ขนส่งสาธารณะเป็นบุคคลากรทางการแพทย์ที่ใกล้ชิด/สัมผัสผู้ป่วย COVID-19 หรือไม่<br />
อาการแสดงไอเจ็บคอน้ำมูกไหล มีไข้ อุณหภูมิสูงตั้งแต่ 37.5 C<br />
การสูญเสียการได้กลิ่น และการรับรส<br />
ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ<br />
หายใจเหนื่อย/หายใจเร็ว<br />
ในกรณีที่สอบถามประวัติและอาการผู้ป่วย แล้วพบว่ามีความเสี่ยง สามารถเลื่อนนัดจัดฟันและดูอาการประมาณ 1 เดือนก่อนได้ ผู้ป่วยสามารถชะลอการรักษา 1-2 เดือนได้โดยไม่กระทบการรักษา</p>
<h3>เสี่ยงต่อ COVID-19 หรืออยู่ช่วงเฝ้าระวังแล้วมีอาการฉุกเฉิน ควรทำยังไงดี?</h3>
<p>การพยากรณ์โรคและการดำเนินโรคจะดีถ้าผู้ป่วยไม่เกิดโรคแทรกซ้อนที่หัวใจ และเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจ ก่อนและหลังการรักษา โดยหลังจากไข้ลดลงแล้ว ต้องทานยากันเลือดแข็งตัว (Aspirin) ต่ออีกนานประมาน 60 วัน ของโรค หรือจนกว่าเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจโป่งพอง (aneurysm) กลับเป็นปกติ</p>
<p>กรณีลวดทิ่มแก้ม หากทิ่มเนื้อเยื่ออ่อนหรือทำให้เกิดบาดแผลเรื้องรัง ควรมารับการบำบัดฉุกเฉิน โดยแจ้งความเสี่ยง ต่อ COVID-19 ทางโรงพยาบาลจำเป็นต้องจัดเตรียมมาตราการในการดูแลผู้ป่วยอย่างเหมาะสม หากปลายลวดยื่น ออกมาไม่มาก แนะนำให้ใช้ขี้ผึ้งที่ได้รับจากทันตแพทย์จัดฟัน ปั้นเป็นก้อนเล็กๆและแปะบนลวดที่คมเพื่อบรรเทา อาการได้</p>
<p>ดูแลอุปกรณ์ให้ดี ไม่เคี้ยวอาหารแข็งเหนียว เพื่อไม่ให้อุปกรณ์จัดฟันหลุด เมื่อมารับการรักษาได้แล้วจะได้รักษาได้ ต่อเนื่อง</p>
<p>แปรงฟันทั้งเช้า และก่อนนอน รวมทั้งหลังรับประทานอาหารทุกมื้อ ด้วยแปรงจัดฟัน แปรงซอกฟัน และไหมขัดฟัน<br />
เราควรตระหนักถึงโรคระบาด COVID-19 แต่ไม่ตระหนก เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ในยุค New Normal นี้</p>
<p>หากเราร่วมมือกันดูแลสุขภาพของตนเองให้แข็งแรง และปฏิบัติตามแนวทางในการป้องกันโรค COVID-19 จึงสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ได้อย่างแน่นอนที่สุด</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong><a style="color: #0000ff;" href="https://bkkhealthcare.com/">BKK Healthcare</a></strong> </span>เว็บไซต์สุขภาพยอดนิยม</p>
<p>ขอบคุณรูปภาพจาก <span style="color: #0000ff;"><strong>สสส</strong></span> , Herworldthai.com | บทความดีๆสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่ใส่ใจสุขภาพ</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
