<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Sleeve Plus &#8211; bkkhealthcare</title>
	<atom:link href="https://bkkhealthcare.com/tag/sleeve-plus/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://bkkhealthcare.com</link>
	<description>แค่เว็บเวิร์ดเพรสเว็บหนึ่ง</description>
	<lastBuildDate>Mon, 16 Oct 2023 03:36:49 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>
	<item>
		<title>วิธีการผ่าตัดรักษาโรคอ้วนแบบสลีฟพลัส Sleeve Plus</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ad/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin BkkHealthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Oct 2023 03:36:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[Sleeve Plus]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่าตัดรักษาโรคอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคอ้วน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=952</guid>

					<description><![CDATA[โรคอ้วน คืออะไร ? โรคอ้วน คือ ภาวะที่ร่างกายมีไขมันสะสมมากผิดปกติ ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันพอกตับ โรคหยุดหายใจขณะนอนหลับ โรคเส้นเลือดหัวใจหรือสมองตีบตัน โรคกรดไหลย้อน กระดูกสันหลังหรือกระดูกเข่าเสื่อม เป็นต้น นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่อีกด้วย การรักษาด้วยการใช้ยา  การออกกำลังกายหรือการรับประทานอาหารที่มีพลังงานต่ำ สามารถลดน้ำหนักได้ แต่ไม่สามารถรักษาหรือคงน้ำหนักให้ผู้ป่วยได้ตลอด ผู้ป่วยมักจะมีน้ำหนักตัวกลับมาเพิ่มขึ้นได้ จึงได้มีการรักษาด้วยการผ่าตัดขึ้น ซึ่งสามารถลดน้ำหนักได้มากกว่าและมีผลสามารถคงน้ำหนักได้เป็นระยะเวลานานมากกว่า 7-10 ปีขึ้นไป ในผู้ป่วยที่มีดัชนีมวลกาย ไม่มาก สามารถพิจารณาลดน้ำหนักโดยการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายได้ แต่หากผู้ป่วยมีดัชนีมวลกายที่สูงมากมักมีข้อจำกัดในการออกกำลังกายเนื่องจากมีโรคประจำตัวที่เกี่ยวกับโรคอ้วนร่วมด้วย นอกจากนี้ลำพังเพียงการออกกำลังกายและควบคุมอาหารมักไม่สามารถลดน้ำหนักได้มากเพียงพอที่จะทำให้หายจากโรคประจำตัวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วนได้ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหยุดหายใจขณะนอนหลับ โรคเข่าเสื่อม โรคไขมันในเลือดสูง โรคไขมันเกาะตับ เป็นต้น การผ่าตัดรักษาโรคอ้วน คืออะไร ? การผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดขนาดกระเพาะให้เล็กลง ร่วมกับลดการดูดซึมของกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็ก นอกจากนี้ฮอร์โมนความหิวที่ถูกสร้างที่กระเพาะก็จะลดลงหลังผ่าตัดทำให้หลังการผ่าตัดความอยากอาหารก็จะลดลงด้วย จุดประสงค์ของการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคอ้วนและรักษาโรคร่วมที่มากับโรคอ้วน เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันพอกตับ โรคหยุดหายใจขณะนอนหลับ เป็นต้น  ทำให้หลังการผ่าตัดผู้ป่วยมีสุขภาพดี แข็งแรงและใช้ชีวิตได้อย่างปกติ การผ่าตัดรักษาโรคอ้วน เหมาะกับใคร? การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนักไม่ได้เหมาะสมกับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินทุกราย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b><span lang="TH">โรคอ้วน คืออะไร </span></b><b>?</b></p>
<p><span lang="TH">โรคอ้วน คือ ภาวะที่ร่างกายมีไขมันสะสมมากผิ<wbr />ดปกติ ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันพอกตับ โรคหยุดหายใจขณะนอนหลับ โรคเส้นเลือดหัวใจหรือสมองตีบตั<wbr />น โรคกรดไหลย้อน กระดูกสันหลังหรือกระดูกเข่าเสื่<wbr />อม เป็นต้น นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่<wbr />ยงในการเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่อีกด้วย</span></p>
<p><span lang="TH">การรักษาด้วยการใช้ยา  การออกกำลังกายหรือการรั<wbr />บประทานอาหารที่มีพลังงานต่ำ สามารถลดน้ำหนักได้ แต่ไม่สามารถรักษาหรือคงน้ำหนั<wbr />กให้ผู้ป่วยได้ตลอด ผู้ป่วยมักจะมีน้ำหนักตัวกลั<wbr />บมาเพิ่มขึ้นได้ จึงได้มีการรักษาด้วยการผ่าตั<wbr />ดขึ้น ซึ่งสามารถลดน้ำหนักได้มากกว่<wbr />าและมีผลสามารถคงน้ำหนักได้เป็<wbr />นระยะเวลานานมากกว่า</span> 7-10<span lang="TH"> ปีขึ้นไป ในผู้ป่วยที่มีดัชนีมวลกาย ไม่มาก สามารถพิจารณาลดน้ำหนั<wbr />กโดยการควบคุ<wbr />มอาหารและการออกกำลังกายได้ แต่หากผู้ป่วยมีดัชนีมวลกายที่<wbr />สูงมากมักมีข้อจำกั<wbr />ดในการออกกำลังกายเนื่องจากมี<wbr />โรคประจำตัวที่เกี่ยวกับโรคอ้<wbr />วนร่วมด้วย นอกจากนี้ลำพังเพียงการออกกำลั<wbr />งกายและควบคุมอาหารมักไม่<wbr />สามารถลดน้ำหนักได้มากเพียงพอที่<wbr />จะทำให้หายจากโรคประจำตัวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วนได้</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหยุดหายใจขณะนอนหลับ โรคเข่าเสื่อม โรคไขมันในเลือดสูง โรคไขมันเกาะตับ เป็นต้น</span></p>
<p><b><span lang="TH">การผ่าตัดรักษาโรคอ้วน คืออะไร </span></b><b>?</b></p>
<p><span lang="TH">การผ่าตัดกระเพาะเพื่<wbr />อลดขนาดกระเพาะให้เล็กลง ร่วมกับลดการดูดซึ<wbr />มของกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็ก นอกจากนี้ฮอร์โมนความหิวที่ถู<wbr />กสร้างที่กระเพาะก็จะลดลงหลังผ่<wbr />าตัดทำให้หลังการผ่าตั<wbr />ดความอยากอาหารก็จะลดลงด้วย จุดประสงค์ของการผ่าตัดเพื่อรั<wbr />กษาโรคอ้วนและรักษาโรคร่วมที่<wbr />มากับโรคอ้วน เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันพอกตับ โรคหยุดหายใจขณะนอนหลับ เป็นต้น  ทำให้หลังการผ่าตัดผู้ป่วยมีสุ<wbr />ขภาพดี แข็งแรงและใช้ชีวิตได้อย่างปกติ</span></p>
<p><b><span lang="TH">การผ่าตัดรักษาโรคอ้วน เหมาะกับใคร</span></b><b>?</b><b></b></p>
<p><span lang="TH">การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำ<wbr />หนักไม่ได้เหมาะสมกับผู้ที่มี<wbr />ภาวะน้ำหนักเกินทุกราย ก่อนการผ่าตัดแพทย์จะให้ข้อมู<wbr />ลกับคนไข้อย่างละเอียด ตรวจร่างกายดูความพร้อมและคั<wbr />ดกรองผู้ป่วยที่เหมาะสม ซึ่งมีข้อบ่งชี้ดังต่อไปนี้</span></p>
<p><b><span lang="TH">ผู้ที่ลดความอ้วนด้วยวิธีอื่น ๆ แล้วไม่ได้ผล</span></b><b></b></p>
<p>1.<span lang="TH">ค่าดัชนีมวลกาย (</span>BMI) &gt; <span lang="TH">27.5</span> kg/m<span lang="TH">2 ร่วมกับมีโรคประจำตัวเกี่ยวกั<wbr />บโรคอ้วนที่ไม่สามารถควบคุมได้</span></p>
<p>2.<span lang="TH">ค่าดัชนีมวลกาย (</span>BMI) &gt; <span lang="TH">32.5</span> kg/m<span lang="TH">2 ร่วมกับมีโรคประจำตัวเกี่ยวกั<wbr />บโรคอ้วน เช่น เบาหวาน</span>, <span lang="TH">ความโลหิตดันสูง</span>, <span lang="TH">ไขมันในเลือดสูง</span>,<span lang="TH"> หยุดหายใจขณะนอนหลับ</span>, <span lang="TH">ไขมันเกาะตับ เป็นต้น</span></p>
<p>3.<span lang="TH">ค่าดัชนีมวลกาย (</span>BMI) &gt; <span lang="TH">37.5</span> kg/m<span lang="TH">2</span></p>
<p><b><span lang="TH">การผ่าตัดรักษาโรคอ้วนที่นิ<wbr />ยมแบบเดิม มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร </span></b><b>?</b></p>
<table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td valign="top" width="312">
<p align="center"><b><span lang="TH">การผ่าตัดแบบสลีฟ (</span></b><b>Sleeve Gastrectomy</b><b><span lang="TH">)</span></b></p>
</td>
<td valign="top" width="312">
<p align="center"><b><span lang="TH">การผ่าตัดแบบบายพาส (</span></b><b>Roux-en-Y Gastric Bypass</b><b><span lang="TH">)</span></b></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="312">&#8211;<span lang="TH">ลดน้ำหนักส่วนเกินได้ </span>60%-70% <span lang="TH">ในระยะเวลา </span>1<span lang="TH"> ปี</span></p>
<p>&#8211;<span lang="TH">กระเพาะอาหารขนาดลดลงโดยที่หู<wbr />รูดและทางเดินอาหารยังคงเดิม</span></p>
<p><span lang="TH">ลดโอกาสการเกิด</span> Dumpling Syndrome</p>
<p>&#8211;<span lang="TH">ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มี<wbr />ภาวะกรดไหลย้อนรุนแรง เนื่องจากหลังการผ่าตั<wbr />ดขนาดกระเพาะที่ลดลงจะทำให้มี<wbr />แรงดันในกระเพาะสูงขึ้น</span></p>
<p><span lang="TH">ทำให้มีโอกาสที่จะเป็นกรดไหลย้<wbr />อนได้ </span>15%</p>
<p>&#8211;<span lang="TH">ควบคุมน้ำหนักและรั<wbr />กษาโรคเบาหวานได้น้อยกว่าการผ่<wbr />าตัดแบบบายพาสโดยเฉพาะในคนที่<wbr />เป็นเบาหวานมานานมากกว่า</span> 5<span lang="TH"> ปีขึ้นไป</span></p>
<p>&#8211;<span lang="TH">สามารถส่องกล้องทางเดิ<wbr />นอาหารเช็คหรือตรวจกระเพาะได้</span></p>
<p><span lang="TH"> </span></td>
<td valign="top" width="312">&#8211;<span lang="TH">ลดน้ำหนักส่วนเกินได้ </span>70%-80% <span lang="TH">ในระยะเวลา </span>1<span lang="TH"> ปี</span></p>
<p>&#8211;<span lang="TH">กระเพาะอาหารลดลงร่วมกับมี<wbr />การเปลี่ยนแปลงทางเดิ<wbr />นอาหารโดยมีทางเชื่อมระหว่<wbr />างกระเพาะและลำไส้เล็กส่วนกลาง ทำให้เกิดอาการ</span> Dumpling syndrome<span lang="TH"> ได้ </span>15-30%<span lang="TH"> และมีโอกาสเกิดแผลบริเวณรอยต่<wbr />อระหว่างกระเพาะและลำไส้เล็กได้</span> 15%</p>
<p>&#8211;<span lang="TH">เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มี<wbr />ภาวะกรดไหลย้อน เนื่องจากหลังผ่าตัดแรงดั<wbr />นในกระเพาะลดลงทำให้<wbr />อาการกรดไหลย้อนดีขึ้นหรื<wbr />อหายได้หลังผ่าตัด</span></p>
<p>&#8211;<span lang="TH">เหมาะสำหรับผู้ที่เป็<wbr />นเบาหวานรุนแรง ควบคุมเบาหวานไม่ได้</span></p>
<p>&#8211;<span lang="TH">ไม่สามารถส่องกล้องทางเดิ<wbr />นอาหารเช็คหรือตรวจกระเพาะได้ เนื่องจากทำทางเชื่<wbr />อมกระเพาะอาหารกับลำไส้เล็กใหม่<wbr />ไปแล้ว</span></p>
<p><span lang="TH">-มีความเสี่ยงในการเกิดไส้เลื่<wbr />อนได้ในอนาคตและมีจุดตัดต่<wbr />อลำไส้</span></p>
<p><span lang="TH">และกระเพาะเยอะมากกว่าการผ่าตั<wbr />ดแบบอื่น ๆ</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><b><img /></b></p>
<p><b><u><span lang="TH">การผ่าตัดรักษาโรคอ้วนแบบใหม่ สลีฟพลัส</span></u></b><b><u><span lang="TH"> </span></u></b><b><span lang="TH">(</span></b><b>Sleeve Gastrectomy Plus Proximal Jejunal Bypass</b><b><span lang="TH">)</span></b><b><span lang="TH"> </span></b><span lang="TH">การผ่าตัด</span><span lang="TH">แบบเดิมยังมีข้อที่ต้<wbr />องพัฒนาอีก  จึงมีการคิดค้นวิธีการผ่าตั<wbr />ดแบบใหม่ขึ้นมาเพื่อให้ได้ผลดี<wbr />ยิ่งขึ้น   <strong>การผ่าตัดกระเพาะแบบ</strong></span></p>
<p><strong><span lang="TH">สลีฟพลัส</span></strong> (Laparoscopic Sleeve Gastrectomy with Proximal Jejunostomy Bypass) <span lang="TH">เป็นเทคนิคการผ่าตัดแบบใหม่ ที่ทำมาตั้งแต่ปี</span> 2010<span lang="TH"> และได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้<wbr />นเรื่อย ๆ เนื่องจากผลลัพธ์การลดน้ำหนักที่<wbr />ดี รักษาโรคเบาหวานได้ดีและความเสี่<wbr />ยงจากการผ่าตัดต่ำ โดยเป็นการผ่าตัดแบบส่องกล้องที่<wbr />ผสมผสานระหว่างการตัดกระเพาะแบบ </span>Sleeve <span lang="TH">ร่วมกับการทำทางเชื่อมผ่<wbr />านจากลำไส้เล็กส่วนต้นไปลำไส้<wbr />เล็กส่วนกลางเพื่อลดการดูดซึ<wbr />มและกระตุ้นฮอร์โมนความอิ่ม(</span>GLP<wbr />-1,PYY<span lang="TH">)ได้เร็วขึ้น ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ร่วมกับขนาดกระเพาะที่เล็กลงก็<wbr />จะทำให้ระดับฮอร์โมนความหิว(</span>Ghr<wbr />elin<span lang="TH">)ลดลงอีกด้วย  นอกจากนี้การทำทางเชื่<wbr />อมอาหารระหว่างลำไส้เล็กส่วนต้<wbr />นและส่วนกลาง ยังทำได้ง่ายกว่าและไม่มี<wbr />ความเสี่ยงเรื่องการเกิดแผลบริ<wbr />เวณรอยต่อซึ่งต่างจากการผ่าตั<wbr />ดแบบบายพาสที่มีแผลบริเวณรอยต่<wbr />อกระเพาะกับลำไส้เล็กได้</span><b></b></p>
<p><span lang="TH">สำหรับผลด้านการลดน้ำหนั<wbr />กและการรักษาโรคเบาหวานพบว่า ไม่ต่างจากการผ่าตั<wbr />ดแบบบายพาสโดยที่มีความเสี่<wbr />ยงจากภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่<wbr />าและลดความเสี่ยงจากการขาดวิ<wbr />ตามินและสารอาหารได้ดีกว่<wbr />าแบบการผ่าตัดแบบบายพาสอีกด้<wbr />วยลดน้ำหนักได้ดีโดยน้ำหนักส่<wbr />วนเกินลดลง </span>70-80%</p>
<p><span lang="TH">นอกจากนี้ยังสามารถพิ<wbr />จารณาทำในผู้ป่วยที่ผ่าตั<wbr />ดแบบสลีฟมาแล้ว แต่อาจจะยังได้ผลไม่เป็นที่น่<wbr />าพอใจ เช่น น้ำหนักส่วนเกินลดลงน้อยกว่า </span>50%<span lang="TH"> หรือในกรณีที่พบภาวะน้ำหนักฟื้<wbr />นคืนหลังการผ่าตัดแบบสลีฟ หรือกรณีที่โรคเบาหวานยังไม่<wbr />หายสามารถพิจารณาทำการผ่าตั<wbr />ดแบบสลีฟพลัสเพิ่มเติมได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td valign="top" width="312">
<p align="center"><b><span lang="TH">ข้อดีของการผ่าตัดแบบสลีฟพลัส</span></b></p>
</td>
<td valign="top" width="312">
<p align="center"><b><span lang="TH">ข้อเสียของการผ่าตัดแบบสลีฟพลัส</span></b></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="312">&#8211;<span lang="TH">ลดน้ำหนักส่วนเกินได้ </span>70-80% <span lang="TH">ในระยะเวลา </span>1<span lang="TH"> ปี</span></p>
<p>&#8211;<span lang="TH">กระเพาะอาหารขนาดลดลงโดยที่หู<wbr />รูดและทางเดินอาหารยังคงเดิม</span></p>
<p><span lang="TH">ลดโอกาสการเกิด</span> Dumpling Syndrome</p>
<p>&#8211;<span lang="TH">ลดความเสี่ยงในการขาดวิตามิน</span> B12<span lang="TH"> เมื่อเทียบกับการผ่าตั<wbr />ดแบบบายพาส เนื่องจากทางเดินอาหารยังคล้<wbr />ายของเดิม</span></p>
<p>&#8211;<span lang="TH">มีรอยตัดต่อระหว่างลำไส้เล็กส่<wbr />วนต้นและส่วนกลางจุดเดียว</span></p>
<p><span lang="TH">(</span>Single Anastomosis<span lang="TH">)</span></p>
<p>&#8211;<span lang="TH">ควบคุมน้ำหนักและรั<wbr />กษาโรคเบาหวานได้ดี</span></p>
<p>&#8211;<span lang="TH">สามารถส่องกล้องทางเดิ<wbr />นอาหารเช็คหรือตรวจกระเพาะได้</span></p>
<p>&#8211;<span lang="TH">ไม่มีความเสี่ยงในการเกิ<wbr />ดแผลบริเวณรอยตัดต่อลำไส้</span></td>
<td valign="top" width="312">&#8211;<span lang="TH">ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มี<wbr />ภาวะกรดไหลย้อนรุนแรง เนื่องจากหลังการผ่าตั<wbr />ดขนาดกระเพาะที่ลดลงจะทำให้มี<wbr />แรงดันในกระเพาะสูงขึ้น</span></p>
<p><span lang="TH">ทำให้มีโอกาสที่จะเป็นกรดไหลย้<wbr />อนได้ </span>15%</p>
<p><span lang="TH"> </span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p><b><span lang="TH">จากข้อมูลในปัจจุบันของ นพ</span></b><b>.<span lang="TH">เสฐียรพงษ์ จันทวิบูลย์  ศัลยแพทย์ผ่าตัดผ่านกล้องขั้นสู<wbr />งและผ่าตัดรักษาโรคอ้วน พบว่า </span></b><span lang="TH">ในผู้ป่วยที่ผ่าตัดไปมากกว่า</span> 50<span lang="TH"> เคส สามารถลดน้ำหนักได้ดีมากและรั<wbr />กษาโรคเบาหวานได้ดีโดยที่ยังไม่<wbr />พบภาวะแทรกซ้อนใด ๆหลังผ่าตัด ซึ่งเมื่อเทียบกับข้อมู<wbr />ลรายงานทางการแพทย์ของต่<wbr />างประเทศตั้งแต่ปี</span> 2010<span lang="TH"> ก็พบว่า ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจเหมื<wbr />อนกันและยังไม่พบภาวะแทรกซ้อนรุ<wbr />นแรงใด ๆ กล่าวโดยสรุป คือ การรักษาโรคอ้วนด้วยการผ่าตั<wbr />ดแบบสลีฟพลัส (</span>Sleeve Gastrectomy Plus Proximal Jejunal Bypass<span lang="TH">) เป็นทางเลือกใหม่ในการรั<wbr />กษาโรคอ้วนเหมาะในผู้ป่วยที่น้ำ<wbr />หนักมากและมีโรคเบาหวานร่วมด้<wbr />วยโดยแนะนำให้ปรึกษาศัลยแพทย์ผู้<wbr />เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เนื่องจากยังเป็นเทคนิคใหม่ที่<wbr />ต้องอาศัยความชำนาญในการผ่าตั<wbr />ดและการเลือกวิธีการรักษาให้<wbr />เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย สนใจติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่<wbr />เพจเฟซบุ๊ก </span><a href="https://www.facebook.com/ObesityCenter.Fg?__cft__%5b0%5d=AZU5dY3X5-U-EGLy2c2AgULs9qn6Ri5hZsHLBS2fulqfIlFBp_E-bIazvbUCfLwT5Cg4UaVlZLdI7SwPXmyMo-yIAg3lnhXC60-eSZh0LkKNrGzINgjoQ74TiYRPjhcI-1M&amp;__tn__=-%5dK-R" target="_blank" rel="nofollow noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/ObesityCenter.Fg?__cft__%255b0%255d%3DAZU5dY3X5-U-EGLy2c2AgULs9qn6Ri5hZsHLBS2fulqfIlFBp_E-bIazvbUCfLwT5Cg4UaVlZLdI7SwPXmyMo-yIAg3lnhXC60-eSZh0LkKNrGzINgjoQ74TiYRPjhcI-1M%26__tn__%3D-%255dK-R&amp;source=gmail&amp;ust=1697511467704000&amp;usg=AOvVaw1bc9RJ9-RfZgpkMDD4nBUa"><b><span lang="TH">โรคอ้วนผ่าตัดได้ </span></b><b>By <span lang="TH">หมอฟง</span></b></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
