<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>BKK Healthcare &#8211; bkkhealthcare</title>
	<atom:link href="https://bkkhealthcare.com/author/joey/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://bkkhealthcare.com</link>
	<description>แค่เว็บเวิร์ดเพรสเว็บหนึ่ง</description>
	<lastBuildDate>Fri, 02 Dec 2022 14:21:52 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>
	<item>
		<title>พลิกโฉมวงการสุขภาพด้วยบล็อกเชน  “เอเวอร์ เมดิคอล เทคโนโลยี” เปิดตัวอย่างเป็นทางการ   พร้อมมุ่งหวังพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพด้วยเทคโนโลยี</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%99-ever-healthcare/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[BKK Healthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 03 Jul 2022 03:21:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[EVER Healthcare]]></category>
		<category><![CDATA[evernetwork]]></category>
		<category><![CDATA[Medical Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[บล็อกเชน]]></category>
		<category><![CDATA[เอเวอร์ เมดิคอล เทคโนโลยี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=757</guid>

					<description><![CDATA[EVER Healthcare : บริษัท เอเวอร์ เมดิคอล เทคโนโลยี จํากัด สตาร์ทอัพระดับโลก ที่ได้รับกล่าวถึงจากนิตยสาร Forbes Global และได้รับรางวัล 1 ใน 5 บริษัทเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่น่าจับตามองที่สุดในโลก จาก CIO Review Europe เดินหน้ารุกพลิกโฉมวงการสุขภาพด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน พร้อมเปิดตัว EVER Healthcare แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) และ EVER Health Wallet ระบบกระเป๋าสุขภาพที่จัดเก็บข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยผ่านบล็อกเชน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยี คาดการณ์ตลาดสุขภาพพลิกฟื้นเติบโตหลังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 และปลดล็อกมาตรการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว นายภาณุสิชฌ์ ชมะนันทน์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Founder and Chief Executive Officer) บริษัท เอเวอร์ เมดิคอล เทคโนโลยี จํากัด กล่าวว่า บริษัทฯ เป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 โดยมุ่งเน้นการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องการส่งต่อ-แลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพระหว่างโรงพยาบาล และการที่ผู้ป่วยไม่ได้เป็นเจ้าของข้อมูลสุขภาพของตนเองอย่างแท้จริงตามสิทธิ์ที่ควรจะได้รับ เอเวอร์จึงมีเป้าหมายในการทำลายกำแพงที่กั้นระหว่างผู้ป่วยและการรักษาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้การส่งต่อข้อมูลเหล่านั้นเกิดประสิทธิผลสูงสุด พร้อมอำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างตรงจุดมากที่สุดด้วยค่าใช้จ่ายที่ถูกลง ผ่านการใช้งานบล็อกเชน (Blockchain) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เอเวอร์เชี่ยวชาญ ผสานไปกับวงการแพทย์ เพื่อใช้เทคโนโลยีเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;">EVER Healthcare : <strong>บริษัท เอเวอร์ เมดิคอล เทคโนโลยี จํากัด</strong> สตาร์ทอัพระดับโลก ที่ได้รับกล่าวถึงจากนิตยสาร Forbes Global และได้รับรางวัล 1 ใน 5 บริษัทเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่น่าจับตามองที่สุดในโลก จาก CIO Review Europe</p>
<h2 style="font-weight: 400;">เดินหน้ารุกพลิกโฉม<a href="https://bkkhealthcare.com/category/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/">วงการสุขภาพ</a>ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน</h2>
<p style="font-weight: 400;">พร้อมเปิดตัว EVER Healthcare แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) และ EVER Health Wallet ระบบกระเป๋าสุขภาพที่จัดเก็บข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยผ่านบล็อกเชน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยี คาดการณ์ตลาดสุขภาพพลิกฟื้นเติบโตหลังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 และปลดล็อกมาตรการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-759 size-large" src="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907871-1024x683.jpg" alt="เอเวอร์ เมดิคอล เทคโนโลยี" width="1024" height="683" srcset="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907871-1024x683.jpg 1024w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907871-300x200.jpg 300w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907871-768x512.jpg 768w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907871-1536x1024.jpg 1536w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907871-696x464.jpg 696w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907871-1068x712.jpg 1068w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907871-630x420.jpg 630w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907871.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>นาย</strong><strong>ภาณุสิชฌ์ ชมะนันทน์</strong> ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Founder and Chief Executive Officer) บริษัท เอเวอร์ เมดิคอล เทคโนโลยี จํากัด กล่าวว่า บริษัทฯ เป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 โดยมุ่งเน้นการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องการส่งต่อ-แลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพระหว่างโรงพยาบาล และการที่ผู้ป่วยไม่ได้เป็นเจ้าของข้อมูลสุขภาพของตนเองอย่างแท้จริงตามสิทธิ์ที่ควรจะได้รับ เอเวอร์จึงมีเป้าหมายในการทำลายกำแพงที่กั้นระหว่างผู้ป่วยและการรักษาที่มีประสิทธิภาพ</p>
<p style="font-weight: 400;">เพื่อช่วยให้การส่งต่อข้อมูลเหล่านั้นเกิดประสิทธิผลสูงสุด พร้อมอำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างตรงจุดมากที่สุดด้วยค่าใช้จ่ายที่ถูกลง ผ่านการใช้งานบล็อกเชน (Blockchain) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เอเวอร์เชี่ยวชาญ ผสานไปกับวงการแพทย์ เพื่อใช้เทคโนโลยีเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-761 size-large" src="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907864-1024x683.jpg" alt="เอเวอร์ เมดิคอล เทคโนโลยี EVER Healthcare" width="1024" height="683" srcset="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907864-1024x683.jpg 1024w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907864-300x200.jpg 300w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907864-768x512.jpg 768w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907864-1536x1024.jpg 1536w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907864-696x464.jpg 696w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907864-1068x712.jpg 1068w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907864-630x420.jpg 630w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907864.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>นาย</strong><strong>ภาณุสิชฌ์ </strong>กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า เอเวอร์ ได้วางโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาการเข้าถึงการรักษาสุขภาพ ผ่านการพัฒนาพัฒนาเทคโนโลยีบนพื้นฐานของบล็อกเชน ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงข้อมูลการรักษาตนเองผ่านโทรศัพท์มือถือได้ พร้อมเชื่อมโยงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และโรงพยาบาลจากทั่วทุกมุมโลกไว้ด้วยกัน เพื่อทลายข้อจำกัดขอบเขตด้านภูมิศาสตร์</p>
<p style="font-weight: 400;">อาทิ การเดินทางไปรักษาที่ต่างประเทศจะกลายเป็นเรื่องง่าย เพราะมีแพลตฟอร์มกลางของเอเวอร์เข้ามาอำนวยความสะดวก ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงข้อมูลสุขภาพตนเองได้ทุกที่ทุกเวลา อีกทั้งยังสามารถรับคำปรึกษาด้านสุขภาพกับแพทย์ในไทย ไปจนถึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในประเทศนั้น ๆ ผ่านแพลตฟอร์มที่เอเวอร์พัฒนาขึ้นได้ทันที</p>
<h3 style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ <strong>เอเวอร์ </strong>ยังเป็นผู้พัฒนา EVER Healthcare แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism)</h3>
<p style="font-weight: 400;">สำหรับค้นหา ปรึกษา และจองบริการทางการแพทย์และความงาม ที่รวบรวมบริการต่าง ๆ จากคลินิกและโรงพยาบาลชั้นนำกว่า 14,000 แห่งทั่วโลก เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงและเลือกสรรบริการด้านสุขภาพที่ตรงกับความต้องการของตนเองมากที่สุด โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเข้ารับบริการทางการแพทย์ในต่างประเทศ อีกทั้งยังมีบริการให้คำปรึกษาโดยทีม Care Concierge ที่พร้อมเป็นผู้ให้ข้อมูลและคำแนะนำในการเตรียมพร้อมก่อนเข้ารับบริการ รวมถึงช่วยวางแผนการเดินทาง เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับประสบการณ์การรักษาที่ดีที่สุด <strong>นายภาณุสิชฌ์ </strong>กล่าว</p>
<p style="font-weight: 400;">ด้าน <strong>นายแพทย์โฮเซ่ มอเรย์</strong> กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ (Chief Medical Officer) บริษัท เอเวอร์ เมดิคอล เทคโนโลยี จํากัด กล่าวว่า โจทย์ของเอเวอร์คือ การช่วยเหลือให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างครอบคลุม โดยภารกิจได้เริ่มต้นขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเอเวอร์ได้เป็น 1 ใน 10 จาก 235 บริษัททั่วโลก ที่ได้เข้าร่วมโครงการ UC Berkeley Blockchain Xcelerator ในปี 2019 ที่ร่วมมือกับ UN-IDAIR ในเรื่องการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ ในการเชื่อมโยงข้อมูลและพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ จากนั้นในปี 2022 เอเวอร์ได้ร่วมมือกับบริษัทโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในไอวอรี่โคสต์ เพื่อพัฒนา<a href="https://health-medicine.info/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87/" target="_blank" rel="noopener">นวัตกรรม</a>ทางการแพทย์ในประเทศ และขยายสู่ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-760 size-large" src="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907873-1024x683.jpg" alt="เอเวอร์ เมดิคอล เทคโนโลยี EVER Healthcare" width="1024" height="683" srcset="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907873-1024x683.jpg 1024w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907873-300x200.jpg 300w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907873-768x512.jpg 768w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907873-1536x1024.jpg 1536w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907873-696x464.jpg 696w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907873-1068x712.jpg 1068w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907873-630x420.jpg 630w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2022/07/S__17907873.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>EVER</strong> (เอเวอร์) มุ่งมั่นที่จะใช้นวัตกรรมพลิกโฉม<a href="https://health-medicine.info/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a1/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%af-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4-2/" target="_blank" rel="noopener">วงการแพทย์</a>ด้วย Web3 และบล็อกเชน ผ่านการเปลี่ยนมุมมองการรักษา โดยเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง (Decentralized) เพื่อทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสถานพยาบาลด้วยมาตรฐานความปลอดภัยในระบบสูงสุด โดยผู้ป่วยสามารถอนุญาต (Consent) ให้สถานพยาบาลใช้ข้อมูลเพื่อรักษา และร้องขอการเข้าถึงข้อมูลของตนเองได้ผ่านแอปพลิเคชัน EVER ที่ผ่านมาตรฐานการรักษาข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ซึ่งมีการประกาศใช้ในประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา</p>
<p style="font-weight: 400;">สำหรับการจัดงานในวันนี้เป็นการเปิดตัว EVER Health Wallet กระเป๋าสุขภาพเฉพาะบุคคล ซึ่งจะเชื่อมโยงระบบทั้งหมดจากโรงพยาบาลมาสู่มือผู้ป่วย เพื่อให้การเก็บข้อมูลการรักษา (Personal Health Record) การสั่งยา การพบแพทย์ การบันทึกข้อมูลสุขภาพและการเพิ่มความรู้ทางด้านสุขภาพและรักษารวมอยู่ในแอปพลิเคชัน EVER ที่เดียว</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน </strong><strong>EVER ตัวช่วยดูแลสุขภาพครบวงจร ที่ผสานแพลตฟอร์ม Medical Tourism และกระเป๋าสุขภาพไว้ในแอปเดียว พร้อมให้ผู้ใช้งานเปิดประสบการณ์การรักษาด้วยแพลตฟอร์ม Ever Healthcare ที่รวบรวมโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำทั่วโลกไว้ในมือถือคุณได้แล้ววันนี้ </strong></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชันโดยค้นหาคำว่า “Ever” ทั้งใน Apple Store และ Google Play ศึกษาข้อมูล และรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัท เอเวอร์ เมดิคอล เทคโนโลยี จำกัด ได้ที่เว็บไซต์ </strong><a href="http://www.evernetwork.io/" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=http://www.evernetwork.io/&amp;source=gmail&amp;ust=1656954669100000&amp;usg=AOvVaw0JXZJpo-1JkH0xcxsfLc7G" target="_blank" rel="noopener"><strong>www.evernetwork.io</strong></a><strong> และ </strong><a href="https://ever.healthcare/" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://ever.healthcare/&amp;source=gmail&amp;ust=1656954669100000&amp;usg=AOvVaw2_YMv71kIweqoWH8LikGBV" target="_blank" rel="noopener"><strong>https://ever.healthcare</strong></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หนอนในช่องปาก กับ 4 วิธีดูแล และป้องกันอย่างไรบ้าง</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[BKK Healthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Mar 2021 13:14:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรคต่างๆ]]></category>
		<category><![CDATA[ตรวจสุขภาพฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[ทำความสะอาดช่องปาก]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ป่วยติดเตียง]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[หนอนในช่องปาก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=441</guid>

					<description><![CDATA[หนอนในช่องปาก ทันตแพทยสภา แนะนำแนวทางในการดูแลผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ทันตแพทย์ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช พบผู้ป่วยที่มีหนอนอยู่ในช่องปากจำนวนมากนั้น ทพ เผด็จ ตั้งงามสกุล อุปนายกทันตแพทยสภาคนที่ 1 ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า โรคนี้มีชื่อว่า Oral myiasis มักพบได้ในผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เช่นผู้ป่วยที่นอนติดเตียงหรือผู้พิการทางสมองที่ไม่สามารถปัดป้องแมลงที่มาตอมไต่ได้ โดยเกิดจากการที่มีแมลงในกลุ่มแมลงวัน บินไปกินเศษอาหารที่ตกค้างอยู่ในช่องปาก และไข่ทิ้งไว้ จากนั้นไข่ก็ฟักตัวเป็นตัวหนอนแล้วไชลึกลงไปอาศัยในเนื้อเยื่อที่ตายแล้ว ใช้บริเวณนั้นเป็นอาหารต่อไป แมลงชนิดนี้พบมากตามภูมิภาคที่มีอากาศร้อนชื้น สามารถออกไข่ไว้ตามผิวหนังที่เป็นแผล รูหู หรือช่องปาก ของมนุษย์ได้ และอาศัยอาหารบริเวณเหล่านั้นเจริญเติบโตต่อไป ทพ.เผด็จ ตั้งงามสกุล อุปนายกทันตแพทยสภาคนที่ 1 แนะนำให้ประชาชนที่ต้องดูแลผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้พิการที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ดังนี้ 1. แปรงฟันทำความสะอาดช่องปากผู้ป่วยทุกวัน รวมทั้งหลังรับประทานอาหาร 2. ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำทุก 6 เดือน 3. ถ้าผู้ป่วยนอนอ้าปาก ควรใส่ mask ปิดปากจมูกให้ผู้ป่วยอยู่เสมอ หรือให้นอนในมุ้งเพื่อป้องกันแมลง 4. หมั่นตรวจในช่องปาก ในจมูก และรูหูของผู้ป่วย ให้สะอาดอยู่เสมอ BKK Healthcare เว็บไซต์สุขภาพยอดนิยม ขอบคุณรูปภาพจาก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>หนอนในช่องปาก</h2>
<p>ทันตแพทยสภา แนะนำแนวทางในการดูแลผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้</p>
<p>ทันตแพทย์ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช พบผู้ป่วยที่มีหนอนอยู่ในช่องปากจำนวนมากนั้น ทพ เผด็จ ตั้งงามสกุล อุปนายกทันตแพทยสภาคนที่ 1 ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า โรคนี้มีชื่อว่า Oral myiasis มักพบได้ในผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เช่นผู้ป่วยที่นอนติดเตียงหรือผู้พิการทางสมองที่ไม่สามารถปัดป้องแมลงที่มาตอมไต่ได้ โดยเกิดจากการที่มีแมลงในกลุ่มแมลงวัน บินไปกินเศษอาหารที่ตกค้างอยู่ในช่องปาก และไข่ทิ้งไว้ จากนั้นไข่ก็ฟักตัวเป็นตัวหนอนแล้วไชลึกลงไปอาศัยในเนื้อเยื่อที่ตายแล้ว ใช้บริเวณนั้นเป็นอาหารต่อไป แมลงชนิดนี้พบมากตามภูมิภาคที่มีอากาศร้อนชื้น สามารถออกไข่ไว้ตามผิวหนังที่เป็นแผล รูหู หรือช่องปาก ของมนุษย์ได้ และอาศัยอาหารบริเวณเหล่านั้นเจริญเติบโตต่อไป</p>
<h3>ทพ.เผด็จ ตั้งงามสกุล อุปนายกทันตแพทยสภาคนที่ 1 แนะนำให้ประชาชนที่ต้องดูแลผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้พิการที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ดังนี้</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-479 size-full" src="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/a2_11.jpg" alt="หนอนในช่องปาก" width="800" height="534" srcset="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/a2_11.jpg 800w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/a2_11-300x200.jpg 300w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/a2_11-768x513.jpg 768w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/a2_11-696x465.jpg 696w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/a2_11-629x420.jpg 629w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>1. แปรงฟันทำความสะอาดช่องปากผู้ป่วยทุกวัน รวมทั้งหลังรับประทานอาหาร<br />
2. ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำทุก 6 เดือน<br />
3. ถ้าผู้ป่วยนอนอ้าปาก ควรใส่ mask ปิดปากจมูกให้ผู้ป่วยอยู่เสมอ หรือให้นอนในมุ้งเพื่อป้องกันแมลง<br />
4. หมั่นตรวจในช่องปาก ในจมูก และรูหูของผู้ป่วย ให้สะอาดอยู่เสมอ</p>
<p><strong><a href="https://bkkhealthcare.com/"><span style="color: #0000ff">BKK Healthcare</span></a></strong> เว็บไซต์สุขภาพยอดนิยม</p>
<p>ขอบคุณรูปภาพจาก Hilight Kapook <span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://www.technologychaoban.com/bullet-news-today/article_38725" target="_blank" rel="noopener">เทคโนโลยีชาวบ้าน</a></strong></span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หน้าเท้ากับการเลือกรองเท้าสำคัญอย่างไร</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[BKK Healthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Mar 2021 13:02:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รองเท้าสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกรองเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[รองเท้าผู้ชาย]]></category>
		<category><![CDATA[รองเท้าผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[หน้าเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[เจ็บที่หน้าเท้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=443</guid>

					<description><![CDATA[หน้าเท้ากับการเลือกรองเท้าสำคัญอย่างไร เคยเป็นไหมคะเวลาไปซื้อรองเท้า ตอนลองก็ใส่สบายดี แต่ทำไมพอกลับบ้านมาใช้งานจริง กลับรู้สึกเจ็บระบมที่เท้าบ้าง ใส่ไม่สบายบ้าง โดยเฉพาะพวกรองเท้ากีฬาอย่างร้องเท้าวิ่ง เรียกว่าเจ้าปัญหาก็ว่าได้ ใส่แล้วรู้สึกแน่นไป เจ็บนิ้วเท้า หรือแม้แต่การเริ่มวิ่งสัก 20 – 30 นาทีก็ได้เรื่องแล้ว นั่นเป็นเพราะเราเลือกรองเท้าที่ไม่เหมาะกับรูปเท้าของเรานั่นเองค่ะ โดยเฉพาะในส่วนของหน้าเท้า ที่หลาย ๆ คนนึกไม่ถึง เราจะมาดูกันว่าหน้าเท้ากับการเลือกใส่รองเท้านั้นสำคัญอย่างไรบ้าง โดยทั่วไปในการเลือกใส่รองเท้าเราจะดูที่ไซซ์ความยาวของเท้าเป็นหลักใช่ไหมคะ แต่จริง ๆ แล้วนั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่งในการเลือก ซึ่งหลายครั้งเราก็มักมีปัญหาว่าซื้อไซซ์เดียวกันแต่ทำไมขนาดถึงมีความต่างกัน นั่นทำให้ผลที่ตามมาคือการใส่ไม่สบายเท้าและมีอาการเจ็บ ดังนั้นปัจจัยในการเลือกใส่รองเท้ารองลงมาจากไซซ์ของเท้านั้นก็คือ “หน้าเท้า” เราจะต้องรู้ขนาดหน้าเท้าของเราด้วยค่ะ ขนาดหน้าเท้า คือ ความกว้างของเท้าเรานั่นเอง โดยเราสามารถวัดได้เอง ด้วยการวัดจากด้านข้างของเท้าในส่วนที่ยื่นออกมามากที่สุดไปจนถึงด้านข้างของอีกด้านหนึ่งตรงส่วนที่ยื่นออกมามากที่สุดเช่นกัน โดยการวัดนี้จะวัดตรงเท้าครึ่งบนในด้านหน้า วัดจากทางซ้ายไปทางขวา พูดง่าย ๆ คือ เราจะอ้างอิงจากจุดที่กว้างที่สุดของเท้าทั้งสองด้าน รู้หรือไม่ว่า หน้าเท้าหรือความกว้างของเท้านั้นมีหลายขนาด โดยทั่วไปเราจะแบ่งขนาดความกว้างของเท้าออกเป็น 6 ขนาด ดังนี้ &#8211; A : หน้าเท้าแคบมาก (Extra Narrow) เราจะเจอได้ในบางยี่ห้อ &#8211; [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><strong>หน้าเท้ากับการเลือกรองเท้าสำคัญอย่างไร</strong></h2>
<p>เคยเป็นไหมคะเวลาไปซื้อรองเท้า ตอนลองก็ใส่สบายดี แต่ทำไมพอกลับบ้านมาใช้งานจริง กลับรู้สึกเจ็บระบมที่เท้าบ้าง ใส่ไม่สบายบ้าง โดยเฉพาะพวกรองเท้ากีฬาอย่างร้องเท้าวิ่ง เรียกว่าเจ้าปัญหาก็ว่าได้ ใส่แล้วรู้สึกแน่นไป เจ็บนิ้วเท้า หรือแม้แต่การเริ่มวิ่งสัก 20 – 30 นาทีก็ได้เรื่องแล้ว นั่นเป็นเพราะเราเลือกรองเท้าที่ไม่เหมาะกับรูปเท้าของเรานั่นเองค่ะ โดยเฉพาะในส่วนของหน้าเท้า ที่หลาย ๆ คนนึกไม่ถึง เราจะมาดูกันว่าหน้าเท้ากับการเลือกใส่รองเท้านั้นสำคัญอย่างไรบ้าง</p>
<p>โดยทั่วไปในการเลือกใส่รองเท้าเราจะดูที่ไซซ์ความยาวของเท้าเป็นหลักใช่ไหมคะ แต่จริง ๆ แล้วนั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่งในการเลือก ซึ่งหลายครั้งเราก็มักมีปัญหาว่าซื้อไซซ์เดียวกันแต่ทำไมขนาดถึงมีความต่างกัน นั่นทำให้ผลที่ตามมาคือการใส่ไม่สบายเท้าและมีอาการเจ็บ ดังนั้นปัจจัยในการเลือกใส่รองเท้ารองลงมาจากไซซ์ของเท้านั้นก็คือ “หน้าเท้า” เราจะต้องรู้ขนาดหน้าเท้าของเราด้วยค่ะ ขนาดหน้าเท้า คือ ความกว้างของเท้าเรานั่นเอง โดยเราสามารถวัดได้เอง ด้วยการวัดจากด้านข้างของเท้าในส่วนที่ยื่นออกมามากที่สุดไปจนถึงด้านข้างของอีกด้านหนึ่งตรงส่วนที่ยื่นออกมามากที่สุดเช่นกัน โดยการวัดนี้จะวัดตรงเท้าครึ่งบนในด้านหน้า วัดจากทางซ้ายไปทางขวา พูดง่าย ๆ คือ เราจะอ้างอิงจากจุดที่กว้างที่สุดของเท้าทั้งสองด้าน</p>
<h3><strong>รู้หรือไม่ว่า หน้าเท้าหรือความกว้างของเท้านั้นมีหลายขนาด</strong></h3>
<p>โดยทั่วไปเราจะแบ่งขนาดความกว้างของเท้าออกเป็น 6 ขนาด ดังนี้<br />
&#8211; A : หน้าเท้าแคบมาก (Extra Narrow) เราจะเจอได้ในบางยี่ห้อ<br />
&#8211; B : หน้าเท้าแคบ (Narrow)<br />
&#8211; D : หน้าเท้าปกติ (Normal)<br />
&#8211; 2E : หน้าเท้ากว้าง (Wide)<br />
&#8211; 4E : หน้าเท้ากว้างมาก (Extra Wide)<br />
&#8211; 6E : หน้าเท้ากว๊างกว้าง (พิเศษมาก ๆ สามารถพบได้ในรองเท้าบางยี่ห้อเท่านั้น)</p>
<p>โดยส่วนมากแล้วในผู้หญิงและผู้ชายจะพบขนาด B, D และ 2E ซึ่งพบได้มากในประเทศไทยเรา ในแต่ละยี่ห้อนั้นก็จะมีมาตรฐานของขนาดที่แตกต่างกันออกไป หลัก ๆ จะใช้เพียง B, D และ E แต่ถ้ามีหน้าเท้าที่ใหญ่มาก ๆ ก็มักจะใช้ตัว E หลาย ๆ ตัว ในการกำหนดขนาด เช่น EE, 2E, EEE ฟังดูคล้าย ๆ ความเข้มของดินสอเลยนะคะ โดยความกว้างมาตรฐานของผู้หญิงจะอยู่ที่ B ส่วนของผู้ชายจะอยู่ที่ D หากเราสังเกตที่กล่องรองเท้าหรือป้ายกำกับ จะมีการระบุความกว้างที่นอกเหนือจากความยาวของเท้าเอาไว้ด้วยค่ะ และภายในรองเท้า ตรงส่วนของลิ้นรองเท้า จะระบุความกว้างและความแคบเอาไว้ การยืดหรือโป่งออกมาตรงด้านข้างของเท้าเรานั้น จะเป็นตัวบ่งชี้ว่าเราอาจจะต้องเพิ่มความกว้างของรองเท้าขึ้นมาบ้าง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-474 size-full" src="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL3dvLzAvdWQvMjMvMTE4MTUzL2lzdG9jay01MzIzODk0MDQuanBn.jpg" alt="หน้าเท้ากับการเลือกรองเท้า" width="724" height="483" srcset="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL3dvLzAvdWQvMjMvMTE4MTUzL2lzdG9jay01MzIzODk0MDQuanBn.jpg 724w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL3dvLzAvdWQvMjMvMTE4MTUzL2lzdG9jay01MzIzODk0MDQuanBn-300x200.jpg 300w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL3dvLzAvdWQvMjMvMTE4MTUzL2lzdG9jay01MzIzODk0MDQuanBn-696x464.jpg 696w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL3dvLzAvdWQvMjMvMTE4MTUzL2lzdG9jay01MzIzODk0MDQuanBn-630x420.jpg 630w" sizes="auto, (max-width: 724px) 100vw, 724px" /></p>
<h3><strong>ผู้หญิงใส่รองเท้าผู้ชาย หรือ ผู้ชายใส่รองเท้าผู้หญิงได้หรือไม่</strong></h3>
<p>สำหรับรองเท้ากีฬาอย่างรองเท้าวิ่งนั้น หากคุณเป็นผู้ชายที่ต้องการรองเท้าหน้าแทบก็สามารถใส่ของผู้หญิงได้ค่ะ ส่วนผู้หญิงก็สามารถใส่รองเท้าผู้ชายได้ในกรณีที่ต้องรองเท้าหน้ากว้าง</p>
<h3><strong>ทำอย่างไรเมื่อรู้สึกเจ็บที่หน้าเท้า</strong></h3>
<p>ทางออกที่ดีที่สุดก็คือการเปลี่ยนรองเท้าใหม่ค่ะ เป็นวิธีที่สามารถแก้ปัญหาได้ผลแบบชะงัด แต่หากใครมีความจำเป็นที่ไม่สามารถซื้อรองเท้าใหม่ได้ เรามีวิธีดูแลหน้าเท้ามาฝากกันค่ะ<br />
1. ประคบเย็นที่หน้าเท้า เพื่อลดอาการอักเสบของเท้า<br />
2. พักเท้าให้ได้มากที่สุด หากไม่สามารถทำได้ ให้เลี่ยงการใส่รองเท้าส้นสูง หรือรองเท้าชนิดที่บีบบริเวณหน้าเท้ามาก ๆ<br />
3. ทำแผ่นรองชั่วคราวเพื่อลดแรงและกระจายน้ำหนักของเท้า<br />
4. ถ้ามีอาการที่ปวดมากขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี</p>
<p>เห็นไหมล่ะคะว่าการเลือกรองเท้าสักคู่ ดูแค่เพียงความยาวของเท้าไม่ได้เสมอไป แต่การดูจากขนาดของหน้าเท้าก็เป็นสิ่งสำคัญด้วยเช่นกัน หากใครกำลังตัดสินใจจะซื้อรองเท้า อย่าลืมนำคำแนะนำข้างต้นนี้ไปปรับใช้กันดูค่ะ</p>
<p><span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://bkkhealthcare.com/">BKK Healthcare</a></strong> </span>เว็บไซต์สุขภาพยอดนิยม</p>
<p>ขอบคุณรูปภาพจาก <span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://www.sanook.com/health/17325/" target="_blank" rel="noopener">Sanook</a></strong></span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หมดปัญหา Office Syndrome แก้ไขง่าย ๆ ด้วยเก้าอี้สุขภาพ</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/office-syndrome-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[BKK Healthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Mar 2021 12:49:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เก้าอี้สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[Office Syndrome]]></category>
		<category><![CDATA[เก้าอี้นั่งทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เก้าอี้สำนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เก้าอี้เพื่อสุขภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=445</guid>

					<description><![CDATA[หมดปัญหา Office Syndrome แก้ไขง่าย ๆ ด้วยเก้าอี้สุขภาพ มนุษย์เรากว่าครึ่งชีวิตหมดเวลาไปกับการนั่งทำงานที่เก้าอี้ในออฟฟิศ และปัญหาสุขภาพที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนกำลังทรมานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือ โรค OfficeSyndrome ที่แต่ละวันคุณต้องจดจ่ออยู่หน้าคอมวันละมากกว่า 8 ชั่วโมง ทั้งความเครียดและการนั่งด้วยท่าทางที่ไม่ถูกต้อง ท้ายที่สุดอาการปวดหลัง ปวดคอก็ตามมาจนกลายเป็นอาการเรื้อรัง แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ ด้วยเก้าอี้สุขภาพ OfficeSyndrome อาการของคนออฟฟิศ เกิดมาจากรูปแบบของการทำงานที่ต้องใช้มัดกล้ามเนื้อเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ทำให้มีอาการปวดตามกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ เช่น คอ บ่า ไหล่ และความรุนแรงมีการไต่ระดับตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงสร้างความไม่ปกติสุขให้กับเรา ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการนั่งไม่ถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็น นั่งหลังค่อม ห่อไหล่ หรือการเหลือที่ว่างระหว่างเก้าอี้กับสะโพก ทำให้นั่งได้ไม่เต็มก้น ซึ่งทางแก้เบื้องต้น เราอาจจะต้องปรับท่านั่งของตัวเอง ซึ่งก็อาจจะยากเพราะความเคยชินของเราเอง หรือจะหมั่นลุกขึ้นมาขยับเส้นขยับสาย แต่หากระยะยาวนั้น เราสามารถแก้ไขได้ด้วยนวัตกรรมที่เรียกว่า “เก้าอี้สุขภาพ” ซึ่งเก้าอี้เหล่านี้ได้ถูกออกแบบมาให้ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์ คือหลักที่ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคนกับสิ่งแวดล้อมในสภาวะการทำงานต่าง ๆ เก้าอี้ตามหลักการยศาสตร์ เป็นเก้าอี้ที่มีการออกแบบมาเพื่อเสริมบริบทการนั่งทำงานของเราให้ถูกต้อง และจะช่วยลดอาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อได้ในระยะยาว ซึ่งเก้าแบบนี้จะมีการดีไซน์ที่เรียกว่า [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><strong>หมดปัญหา </strong><strong>Office Syndrome แก้ไขง่าย ๆ ด้วยเก้าอี้สุขภาพ</strong></h2>
<p>มนุษย์เรากว่าครึ่งชีวิตหมดเวลาไปกับการนั่งทำงานที่เก้าอี้ในออฟฟิศ และปัญหาสุขภาพที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนกำลังทรมานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือ โรค OfficeSyndrome ที่แต่ละวันคุณต้องจดจ่ออยู่หน้าคอมวันละมากกว่า 8 ชั่วโมง ทั้งความเครียดและการนั่งด้วยท่าทางที่ไม่ถูกต้อง ท้ายที่สุดอาการปวดหลัง ปวดคอก็ตามมาจนกลายเป็นอาการเรื้อรัง แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ ด้วยเก้าอี้สุขภาพ</p>
<p>OfficeSyndrome อาการของคนออฟฟิศ เกิดมาจากรูปแบบของการทำงานที่ต้องใช้มัดกล้ามเนื้อเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ทำให้มีอาการปวดตามกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ เช่น คอ บ่า ไหล่ และความรุนแรงมีการไต่ระดับตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงสร้างความไม่ปกติสุขให้กับเรา ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการนั่งไม่ถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็น นั่งหลังค่อม ห่อไหล่ หรือการเหลือที่ว่างระหว่างเก้าอี้กับสะโพก ทำให้นั่งได้ไม่เต็มก้น ซึ่งทางแก้เบื้องต้น เราอาจจะต้องปรับท่านั่งของตัวเอง ซึ่งก็อาจจะยากเพราะความเคยชินของเราเอง หรือจะหมั่นลุกขึ้นมาขยับเส้นขยับสาย แต่หากระยะยาวนั้น เราสามารถแก้ไขได้ด้วยนวัตกรรมที่เรียกว่า “เก้าอี้สุขภาพ” ซึ่งเก้าอี้เหล่านี้ได้ถูกออกแบบมาให้ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์ คือหลักที่ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคนกับสิ่งแวดล้อมในสภาวะการทำงานต่าง ๆ<br />
เก้าอี้ตามหลักการยศาสตร์ เป็นเก้าอี้ที่มีการออกแบบมาเพื่อเสริมบริบทการนั่งทำงานของเราให้ถูกต้อง และจะช่วยลดอาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อได้ในระยะยาว ซึ่งเก้าแบบนี้จะมีการดีไซน์ที่เรียกว่า Ergogenic Design ที่จะทำให้เก้าอี้มีลักษณะเบาะที่เป็นหลุมและโค้งเว้าเล็กน้อย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อโอบกระชับช่วงก้นและด้านข้างของเราเวลานั่งนั่นเอง ให้เราลองนึกภาพตามง่าย ๆ กันดู ระหว่างเก้าอี้ทั่วไปอย่างโซฟากับเก้าอี้สุขภาพ หลายคนอาจจะขยาดที่จะต้องนั่งทำงานบนโซฟาเป็นเวลานาน ๆ เพราะอาการปวดเมื่อยอาจจะถามหาเอา เนื่องจากโซฟาถูกออกแบบมาให้นั่งเล่น นอนเล่น ไม่ได้มีไว้ทำงาน ดังนั้นความสูงของโซฟาจึงมีความเตี้ยกว่า นั่งแล้วเข่าจะชันเล็กน้อย แต่ในโซฟาที่มีราคาแพงก็ได้ทำออกมาแก้จุดอ่อนตรงนี้ลงไปได้เหมือนกัน โดยการทำเบาะให้แน่นขึ้น มีระดับความสูงที่พอดีเท่ากับความสูงของข้อพับด้านหลังเข่าของเรา ทำให้เวลานั่งต้นขาของเราจะขนานไปกับพื้น ก็จะทำให้นั่งได้นานขึ้น แต่ว่าอย่างไรเสีย โซฟาก็ยังไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้นั่งทำงานนาน ๆ อยู่ดี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-471 size-full" src="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/8fd3c8d8e927efca12704689fd03db2a.jpg" alt="Office Syndrome" width="690" height="460" srcset="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/8fd3c8d8e927efca12704689fd03db2a.jpg 690w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/8fd3c8d8e927efca12704689fd03db2a-300x200.jpg 300w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/8fd3c8d8e927efca12704689fd03db2a-630x420.jpg 630w" sizes="auto, (max-width: 690px) 100vw, 690px" /></p>
<p><strong>จุดเด่นของเก้าอี้เพื่อสุขภาพ</strong></p>
<p>หลายคนคงกำลังคิดตามและสงสัยว่าแล้วเจ้าเก้าอี้สุขภาพนี้มันดีกว่าเก้าอี้ทั่ว ๆ ไปอย่างไร ถ้ายังคิดไม่ออก ตามมาอ่านกันเลย</p>
<ul>
<li>มีการออกแบบมาเพื่อรับกับแผ่นหลังและคอให้อยู่ในท่าที่ถูกสุขลักษณะ</li>
<li>สามารถปรับได้ทุกสัดส่วนตามความต้องการและรองรับสรีระของคน ๆ นั้นได้อย่างลงตัว</li>
<li>สามารถนั่งเอนหลังได้กว่า 135 องศา โดยที่จะไม่รู้สึกปวดหลังหากต้องนั่งเป็นเวลานาน ๆ</li>
<li>ใช้วัสดุช่วงแผ่นหลังที่มีการระบายอากาศได้ดี นั่งแล้วไม่ร้อน ไม่ทำให้หลังเกิดการหมักหมมของเหงื่อไคล</li>
<li>มีพนักวางแขนอยู่ในระดับความสูงที่พอเหมาะ สามารถวางได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ช่วยลดอาการปวดเมื่อยช่วงไหล่และแขนได้เป็นอย่างดี</li>
<li>มีฟังก์ชั่นการปรับเอนได้มากกว่าเก้าอี้ทั่วไป</li>
</ul>
<p>หากใครเคยมีอาการ Office Syndrome คุณจะไม่ลังเลเลยที่จะเปลี่ยนมาใช้เก้าอี้สุขภาพกัน เพราะอย่างน้อยที่สุด เสียเงินให้กับเก้าอี้สุขภาพเพื่อเซฟเงินในกระเป๋าที่อาจจะหมดไปกับค่ารักษาตัวเองระยะยาวในอนาคต เป็นคุณจะเลือกจะเลือกแบบไหนกันคะ</p>
<p><span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://bkkhealthcare.com/">BKK Healthcare</a></strong> </span>เว็บไซต์สุขภาพยอดนิยม</p>
<p>ขอบคุณรูปภาพจาก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี &#8211; Mahidol University , <span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://www.samitivejhospitals.com/article/detail/office-syndrome-%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81" target="_blank" rel="noopener">Samitivej</a></strong></span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หลักสรีรศาสตร์ สำคัญอย่างไรกับเก้าอี้สำนักงาน</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%89/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[BKK Healthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Mar 2021 12:42:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เก้าอี้สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[Ergonomics]]></category>
		<category><![CDATA[Office Syndrome]]></category>
		<category><![CDATA[สรีรศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[หลักการยศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[เก้าอี้สำนักงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=447</guid>

					<description><![CDATA[หลักสรีรศาสตร์สำคัญอย่างไรกับเก้าอี้สำนักงาน เชื่อแน่ว่าหลายคนอยากจะตะโกนบอกเจ้านายว่า “เจ้านายขา หนูขอเก้าอี้ดี ๆ สักตัว หลังหนูจะพังอยู่แล้ว” หากออฟฟิศไหนเจ้านายใจดีก็อาจจะจัดเก้าอี้ดี ๆ ให้ แต่ถ้าไม่ ก็ทำได้เพียงแค่อดทนกันต่อไป แต่หากใครเป็นเจ้านายและได้อ่านบทความนี้ เราจะมาเล่าให้ฟังค่ะว่าการมีเก้าอี้สำนักงานดี ๆ ที่ถูกสรีรศาสตร์มันสำคัญอย่างไร สรีรศาสตร์ กับ การยศาสตร์เหมือนกันไหม เราจะได้เห็นสองคำนี้แพ็คคู่มาด้วยกันเสมอ ทั้งสองคำต่างกันแต่มีความสัมพันธ์ในด้านบริบทเดียวกันค่ะ สรีรศาสตร์คือศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับหน้าที่และการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ส่วนการยศาสตร์เป็นหลักที่ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคนกับสิ่งแวดล้อมในสภาวะการทำงานต่าง ๆ เพื่อให้การทำงานนั้นออกมาได้อย่างมประสิทธิภาพ สะดวกสบายในระยะยาว เมื่อจับทั้งสองศาสตร์มาเจอกันในการสร้างเก้าอี้สำนักงานดี ๆ สักตัว จะไปเอื้อในการเรื่องของการออกแบบที่เหมาะสมกับร่างกายของมนุษย์ ที่การโอบรับแผ่นหลัง สะโพกและก้น ซึ่งจะไปลดภาระการทำงานของอวัยวะที่แบกรับน้ำหนักอย่างกระดูกสันหลังหรือหมอนรองกระดูกนั่นเอง Ergonomics สำคัญอย่างไร เราขอเรียกทั้งสองคำรวม ๆ ว่า Ergonomics เก้าอี้สำนักงานทั่ว ๆ ไปที่ไม่ได้ออกแบบตามหลัก Ergonomics จะส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ และอาจจะส่งผลเสียไปยังคุณภาพของงานที่ทำได้ด้วย เช่น เก้าอี้ไม่สมดุลกับผู้ใช้ ไม่มีการรองรับและซัพพอร์ตที่ดี อาจจะเกิดภาวะทางร่างกาย เช่น ป่วยเมื่อยตามร่างกาย Office Syndrome [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><strong>หลักสรีรศาสตร์สำคัญอย่างไรกับเก้าอี้สำนักงาน</strong></h2>
<p>เชื่อแน่ว่าหลายคนอยากจะตะโกนบอกเจ้านายว่า “เจ้านายขา หนูขอเก้าอี้ดี ๆ สักตัว หลังหนูจะพังอยู่แล้ว” หากออฟฟิศไหนเจ้านายใจดีก็อาจจะจัดเก้าอี้ดี ๆ ให้ แต่ถ้าไม่ ก็ทำได้เพียงแค่อดทนกันต่อไป แต่หากใครเป็นเจ้านายและได้อ่านบทความนี้ เราจะมาเล่าให้ฟังค่ะว่าการมีเก้าอี้สำนักงานดี ๆ ที่ถูกสรีรศาสตร์มันสำคัญอย่างไร</p>
<h3><strong>สรีรศาสตร์ กับ การยศาสตร์เหมือนกันไหม</strong></h3>
<p>เราจะได้เห็นสองคำนี้แพ็คคู่มาด้วยกันเสมอ ทั้งสองคำต่างกันแต่มีความสัมพันธ์ในด้านบริบทเดียวกันค่ะ สรีรศาสตร์คือศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับหน้าที่และการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ส่วนการยศาสตร์เป็นหลักที่ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคนกับสิ่งแวดล้อมในสภาวะการทำงานต่าง ๆ เพื่อให้การทำงานนั้นออกมาได้อย่างมประสิทธิภาพ สะดวกสบายในระยะยาว เมื่อจับทั้งสองศาสตร์มาเจอกันในการสร้างเก้าอี้สำนักงานดี ๆ สักตัว จะไปเอื้อในการเรื่องของการออกแบบที่เหมาะสมกับร่างกายของมนุษย์ ที่การโอบรับแผ่นหลัง สะโพกและก้น ซึ่งจะไปลดภาระการทำงานของอวัยวะที่แบกรับน้ำหนักอย่างกระดูกสันหลังหรือหมอนรองกระดูกนั่นเอง</p>
<h3><strong>Ergonomics สำคัญอย่างไร</strong></h3>
<p>เราขอเรียกทั้งสองคำรวม ๆ ว่า Ergonomics เก้าอี้สำนักงานทั่ว ๆ ไปที่ไม่ได้ออกแบบตามหลัก Ergonomics จะส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ และอาจจะส่งผลเสียไปยังคุณภาพของงานที่ทำได้ด้วย เช่น เก้าอี้ไม่สมดุลกับผู้ใช้ ไม่มีการรองรับและซัพพอร์ตที่ดี อาจจะเกิดภาวะทางร่างกาย เช่น ป่วยเมื่อยตามร่างกาย Office Syndrome หรือลามไปจนถึงโรคเรื้อรัง ในส่วนของการส่งผลต่อจิตใจ จะทำให้เกิดความเครียดสะสม Ergonomics จึงเป็นการประยุกต์ศาสตร์ด้านต่าง ๆ ทั้งชีววิทยา จิตวิทยา สรีรศาสตร์ กายภาคศาสตร์ เพื่อขจัดสิ่งที่อาจเป็นสาเหตุทำให้พนักงานเกิดความไม่สะดวกสบาย ปวดเมื่อย มีสุขอนามัยทั้งทางร่างกายและจิตใจที่ไม่ดี อันเนื่องมาจากการทำงานในสภาพแวดล้อมี่ไม่เหมาะสม</p>
<h3><strong>ข้อกำหนดและลักษณะเก้าอี้ตามหลัก </strong><strong>Ergonomics</strong></h3>
<p>เก้าที่ถูกต้องทั้งตามหลักสรีรศาสตร์และการยศาสตร์นั้นจริง ๆ ควรเป็นอย่างไร</p>
<ul>
<li>ปรับระดับความสูงของที่รองคอได้ ช่วยลดภาระของคอ และลดอาการเกร็ง</li>
<li>พนักพิงด้านหลังมีส่วนเว้าเพื่อรองรับเอวช่วงล่างหรือหลังส่วนล่างให้แนบไปกับเก้าอี้และสามารถปรับการล็อคเอนได้</li>
<li>ปรับระดับขององศาที่รองคอได้</li>
<li>ที่รองคอเป็นตาข่ายโปร่ง ไม่เก็บฝุ่น ทำความสะอาดง่าย</li>
<li>ที่วางแขนสามารถปรับเข้า-ออกได้ และสามารถปรับระดับความสูงได้</li>
<li>ปรับความหยืดหนุ่นของพนักพิงได้</li>
<li>สามารถปรับเบาะรองนั่งเข้า-ออกได้</li>
<li>ปรับรองนั่งสามารถปรับเบาะเข้า-ออกได้</li>
</ul>
<h3><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-465 size-full" src="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/1_oShuq4fJtLAvbUivoVZxUg.jpeg" alt="หลักสรีรศาสตร์" width="724" height="497" srcset="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/1_oShuq4fJtLAvbUivoVZxUg.jpeg 724w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/1_oShuq4fJtLAvbUivoVZxUg-300x206.jpeg 300w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/1_oShuq4fJtLAvbUivoVZxUg-218x150.jpeg 218w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/1_oShuq4fJtLAvbUivoVZxUg-696x478.jpeg 696w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/1_oShuq4fJtLAvbUivoVZxUg-612x420.jpeg 612w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/1_oShuq4fJtLAvbUivoVZxUg-100x70.jpeg 100w" sizes="auto, (max-width: 724px) 100vw, 724px" /></h3>
<h3><strong>สรีรศาสตร์กับลักษณะท่านั่งที่เหมาะสมตามหลักการยศาสตร์</strong></h3>
<ul>
<li><strong>ศีรษะ </strong>จะต้องตั้งตรงหรือก้มเล็กน้อย โดยต้องทำมุม 10 – 15 องศา เพื่อให้สายตาขนานไปกับพื้นได้อย่างพอดี ไม่ก้มต่ำจนเกินไป</li>
<li><strong>คอ </strong>ควรอยู่ในระดับสายตา ไม่เอียงหรือยื่นไปข้างหน้า</li>
<li><strong>หลัง </strong>จะต้องชิดแนบไปกับพนักพิง โดยสามารถเอนได้เล็กที่ 120 องศา ลำตัวตั้งตรง ไม่แอ่นหรือหลังค่อม</li>
<li><strong>ก้น </strong>จะต้องแนบชิดไปกับพนักพิง หรือพูดง่าย ๆ คือ นั่งให้เต็มก้น โดยแนบเป็นมุมฉากกับพนักพิงและควรลงน้ำหนักในการนั่งบนกล้ามเนื้อสองข้างให้สมดุลกัน</li>
<li>ข้อศอก วางแนบชิดไปกับลำตัว หรืออาจจะวางบนที่พักแขนโดยทำมุม 90 องศา ซึ่งข้อมือและศอกควรอยู่ในแนวเส้นตรง</li>
<li>ต้นขา ควรวางราบกับเก้าอี้ และแนบชิดไปกับเบาะของที่นั่งในองศาที่พอดี</li>
<li>เข่า ข้อพับด้านหลังเข่าแนบชิดกับเบาะรองนั่ง โดยทำมุมตั้งฉากที่ 90 องศา</li>
<li>เท้า วางราบกับพื้นแบบเต็มฝ่าเท้า ไม่ควรนั่งให้เท้าลอยจากพื้น เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อช่วงขาเกร็ง และเกิดอาการปวดเมื่อยตามมาได้</li>
</ul>
<p>ทั้งหมดนี้เป็นคือความสำคัญของหลักสรีรศาสตร์และการยศาสตร์ที่เกี่ยวกับข้อกับเก้าอี้สำนักงาน</p>
<p>โดยคำแนะนำข้างต้น สามารถลองนำไปใช้กันได้ เพื่อปรับเปลี่ยนท่านั่งที่ถูกต้องไปพร้อมกับเปลี่ยนเก้าอี้ที่มีการซัพพอร์ตอวัยวะของเรา<strong><br />
</strong></p>
<p><span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://bkkhealthcare.com/">BKK Healthcare</a></strong> </span>เว็บไซต์สุขภาพยอดนิยม</p>
<p>ขอบคุณรูปภาพจาก <span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://ichi.pro/th/withi-rakha-prahyad-ni-kar-tang-kha-phunthi-thangan-tam-hlak-srirsastr-thi-ban-222551904379776" target="_blank" rel="noopener">ichi.pro</a></strong></span> , sanook</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุณหมอขอตอบ! อยาก จัดฟันในช่วง Covid-19 จริงๆ แล้ว&#8230;ทำได้หรือไม่?</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87-covid-19/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[BKK Healthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Mar 2021 12:30:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[การรักษาทางทันตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[จัดฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[จัดฟันในช่วง Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[ดัดฟัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=449</guid>

					<description><![CDATA[คุณหมอขอตอบ! จัดฟันในช่วง Covid-19 อยาก จริงๆ แล้ว&#8230;ทำได้หรือไม่? ในช่วงที่มีไวรัส Covid-19 ระบาดนั้น การให้การรักษาทางทันตกรรมรวมไปถึงการจัดฟันนั้นเป็นไปอย่างจำกัด หลาย ๆ โรงพยาบาล หรือคลินิกทันตกรรมให้การรักษาเฉพาะเคสที่ฉุกเฉินเท่านั้น หรือบางคลินิกถึงกับปิดรับการรักษาเลยทีเดียว เมื่อเรากำลังผ่านพ้นช่วงของโรคระบาดไป และจำเป็นต้องกลับมาดำรงชีวิตตามปกติ จึงเป็นช่วงเวลาของการทบทวนในการให้การรักษาแก่ผู้ป่วยอย่างปลอดภัยไร้ Covid-19 และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ป่วยที่กังวลในการมารับการรักษาที่โรงพยาบาล คำถามยอดฮิต! จัดฟันในช่วง Covid-19 จัดฟันได้หรือไม่ กรมการแพทย์ ได้ให้แนวทางปฏิบัติการรักษาทางทันตกรรมจัดฟันในกรณีเร่งด่วน Emergency Urgency และ Elective case โดยพิจารณาความสามารถในการป้องกันที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ป่วย โดยมีสาระสำคัญดังนี้ ผู้ป่วยที่ต้องมีการปรับเครื่องมือต่อเนื่องตามดุลยพินิจของทันตแพทย์ผู้ดูแล เช่น อยู่ระหว่างการให้แรงต่อเนื่อง, ผู้ป่วย Corticotomy เป็นต้น ทั้งในงานจัดฟันแบบติดแน่นและแบบถอดได้ ผู้ป่วยที่ต้องติดเครื่องมือ ในกรณีที่มีการเตรียมช่องปากไว้แล้ว เช่น ถอนฟันเพื่อการจัดฟันและยังไม่มีการเริ่มให้แรง ผู้ป่วยที่ต้องถอดเครื่องมือ ในกรณีพิมพ์ปากเพื่อส่งทำเครื่องมือคงสภาพฟันแล้ว หรือวางแผนพิมพ์ปากทำเครื่องมือคงสภาพฟันในครั้งถัดไปแต่มีเครื่องมือหลุดระหว่างรอนัดหมาย คัดกรองความเสี่ยง&#8230;ตรวจเช็กก่อนจัดฟัน! การคัดกรองความเสี่ยงในการติดเชื้อของผู้ป่วยก่อนเข้ามารับการจัดฟัน จัดเป็นหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญก่อนการทำหัตถการ โดยการคัดกรองสามารถทำได้โดยการสอบถามก่อนที่จะถึงวันนัดอย่างน้อย 1 วัน เพื่อลดความเสี่ยงจากการเดินทางของผู้ป่วยมายังสถานพยาบาล โดยดูจากทั้งประวัติ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>คุณหมอขอตอบ! จัดฟันในช่วง Covid-19 อยาก จริงๆ แล้ว&#8230;ทำได้หรือไม่?</h2>
<p>ในช่วงที่มีไวรัส Covid-19 ระบาดนั้น การให้การรักษาทางทันตกรรมรวมไปถึงการจัดฟันนั้นเป็นไปอย่างจำกัด หลาย ๆ โรงพยาบาล หรือคลินิกทันตกรรมให้การรักษาเฉพาะเคสที่ฉุกเฉินเท่านั้น หรือบางคลินิกถึงกับปิดรับการรักษาเลยทีเดียว เมื่อเรากำลังผ่านพ้นช่วงของโรคระบาดไป และจำเป็นต้องกลับมาดำรงชีวิตตามปกติ จึงเป็นช่วงเวลาของการทบทวนในการให้การรักษาแก่ผู้ป่วยอย่างปลอดภัยไร้ Covid-19 และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ป่วยที่กังวลในการมารับการรักษาที่โรงพยาบาล</p>
<h3>คำถามยอดฮิต! <a href="https://bpdcdental.com/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A/" target="_blank" rel="noopener">จัดฟัน</a>ในช่วง Covid-19 จัดฟันได้หรือไม่</h3>
<p>กรมการแพทย์ ได้ให้แนวทางปฏิบัติการรักษาทางทันตกรรมจัดฟันในกรณีเร่งด่วน Emergency Urgency และ Elective case โดยพิจารณาความสามารถในการป้องกันที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ป่วย โดยมีสาระสำคัญดังนี้</p>
<p>ผู้ป่วยที่ต้องมีการปรับเครื่องมือต่อเนื่องตามดุลยพินิจของทันตแพทย์ผู้ดูแล เช่น อยู่ระหว่างการให้แรงต่อเนื่อง, ผู้ป่วย Corticotomy เป็นต้น ทั้งในงานจัดฟันแบบติดแน่นและแบบถอดได้<br />
ผู้ป่วยที่ต้องติดเครื่องมือ ในกรณีที่มีการเตรียมช่องปากไว้แล้ว เช่น ถอนฟันเพื่อการจัดฟันและยังไม่มีการเริ่มให้แรง<br />
ผู้ป่วยที่ต้องถอดเครื่องมือ ในกรณีพิมพ์ปากเพื่อส่งทำเครื่องมือคงสภาพฟันแล้ว หรือวางแผนพิมพ์ปากทำเครื่องมือคงสภาพฟันในครั้งถัดไปแต่มีเครื่องมือหลุดระหว่างรอนัดหมาย<br />
คัดกรองความเสี่ยง&#8230;ตรวจเช็กก่อนจัดฟัน!</p>
<p>การคัดกรองความเสี่ยงในการติดเชื้อของผู้ป่วยก่อนเข้ามารับการจัดฟัน จัดเป็นหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญก่อนการทำหัตถการ โดยการคัดกรองสามารถทำได้โดยการสอบถามก่อนที่จะถึงวันนัดอย่างน้อย 1 วัน เพื่อลดความเสี่ยงจากการเดินทางของผู้ป่วยมายังสถานพยาบาล โดยดูจากทั้งประวัติ และอาการแสดงของผู้ป่วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-458 size-full" src="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/newscms_thaihealth_c_abknprtu1458.jpg" alt="จัดฟันในช่วง Covid-19" width="1000" height="667" srcset="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/newscms_thaihealth_c_abknprtu1458.jpg 1000w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/newscms_thaihealth_c_abknprtu1458-300x200.jpg 300w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/newscms_thaihealth_c_abknprtu1458-768x512.jpg 768w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/newscms_thaihealth_c_abknprtu1458-696x464.jpg 696w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/newscms_thaihealth_c_abknprtu1458-630x420.jpg 630w" sizes="auto, (max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<h3>ประวัติ</h3>
<p>มีประวัติเดินทางไปยัง หรือมาจากพื้นที่ที่เกิดโรคระบาดหรือไม่<br />
มีประวัติของคนในครอบครัวป่วยเป็น COVID-19 สัมผัสกับผู้ป่วย COVID-19 หรือสารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วยโดยไม่ได้ป้องกันอย่างเหมาะสมหรือไม่<br />
ประกอบอาชีพที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว สถานที่แออัด หรือติดต่อกับคนจำนวนมากหรือไม่<br />
มีประวัติไปในสถานที่ชุมชน หรือสถานที่ที่มีการรวมกลุ่มคน เช่น ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า สถานพยาบาล ขนส่งสาธารณะเป็นบุคคลากรทางการแพทย์ที่ใกล้ชิด/สัมผัสผู้ป่วย COVID-19 หรือไม่<br />
อาการแสดงไอเจ็บคอน้ำมูกไหล มีไข้ อุณหภูมิสูงตั้งแต่ 37.5 C<br />
การสูญเสียการได้กลิ่น และการรับรส<br />
ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ<br />
หายใจเหนื่อย/หายใจเร็ว<br />
ในกรณีที่สอบถามประวัติและอาการผู้ป่วย แล้วพบว่ามีความเสี่ยง สามารถเลื่อนนัดจัดฟันและดูอาการประมาณ 1 เดือนก่อนได้ ผู้ป่วยสามารถชะลอการรักษา 1-2 เดือนได้โดยไม่กระทบการรักษา</p>
<h3>เสี่ยงต่อ COVID-19 หรืออยู่ช่วงเฝ้าระวังแล้วมีอาการฉุกเฉิน ควรทำยังไงดี?</h3>
<p>การพยากรณ์โรคและการดำเนินโรคจะดีถ้าผู้ป่วยไม่เกิดโรคแทรกซ้อนที่หัวใจ และเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจ ก่อนและหลังการรักษา โดยหลังจากไข้ลดลงแล้ว ต้องทานยากันเลือดแข็งตัว (Aspirin) ต่ออีกนานประมาน 60 วัน ของโรค หรือจนกว่าเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจโป่งพอง (aneurysm) กลับเป็นปกติ</p>
<p>กรณีลวดทิ่มแก้ม หากทิ่มเนื้อเยื่ออ่อนหรือทำให้เกิดบาดแผลเรื้องรัง ควรมารับการบำบัดฉุกเฉิน โดยแจ้งความเสี่ยง ต่อ COVID-19 ทางโรงพยาบาลจำเป็นต้องจัดเตรียมมาตราการในการดูแลผู้ป่วยอย่างเหมาะสม หากปลายลวดยื่น ออกมาไม่มาก แนะนำให้ใช้ขี้ผึ้งที่ได้รับจากทันตแพทย์จัดฟัน ปั้นเป็นก้อนเล็กๆและแปะบนลวดที่คมเพื่อบรรเทา อาการได้</p>
<p>ดูแลอุปกรณ์ให้ดี ไม่เคี้ยวอาหารแข็งเหนียว เพื่อไม่ให้อุปกรณ์จัดฟันหลุด เมื่อมารับการรักษาได้แล้วจะได้รักษาได้ ต่อเนื่อง</p>
<p>แปรงฟันทั้งเช้า และก่อนนอน รวมทั้งหลังรับประทานอาหารทุกมื้อ ด้วยแปรงจัดฟัน แปรงซอกฟัน และไหมขัดฟัน<br />
เราควรตระหนักถึงโรคระบาด COVID-19 แต่ไม่ตระหนก เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ในยุค New Normal นี้</p>
<p>หากเราร่วมมือกันดูแลสุขภาพของตนเองให้แข็งแรง และปฏิบัติตามแนวทางในการป้องกันโรค COVID-19 จึงสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ได้อย่างแน่นอนที่สุด</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong><a style="color: #0000ff;" href="https://bkkhealthcare.com/">BKK Healthcare</a></strong> </span>เว็บไซต์สุขภาพยอดนิยม</p>
<p>ขอบคุณรูปภาพจาก <span style="color: #0000ff;"><strong>สสส</strong></span> , Herworldthai.com | บทความดีๆสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่ใส่ใจสุขภาพ</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อาการปวดหน้าเท้า อาจเป็นโรคประสาทอักเสบ</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[BKK Healthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Mar 2021 12:17:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รองเท้าสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ปวดหน้าเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[ปวดเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[อาการปลายประสาทอักเสบ]]></category>
		<category><![CDATA[อาการปวดหน้าเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรคประสาทอักเสบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=451</guid>

					<description><![CDATA[อาการปวดหน้าเท้าอาจเป็นโรคประสาทอักเสบ การปวดหน้าเท้าอาจเกิดได้หลายสาเหตุ ซึ่งอาการปวดเท้านี้ เราต้องระมัดระวังและต้องหมั่นตรวจอาการของการปวดด้วย เพราะว่าอาจทำให้เป็นโรคประสาทอักเสบก็ได้ อาการปวดเท้า แบ่งออกได้เป็น 3 ส่วนดังนี้ 1. ปวดเท้าส่วนหน้า (forefoot pain) ได้แก่ บริเวณตั้งแต่นิ้วเท้าขึ้นไปจนถึงกระดูกเท้า (metatarsal bone) ซึ่งสามารถแบ่งออกตามตำแหน่งต่างๆ ได้เป็น ปวดนิ้วเท้า ปวดข้อนิ้วเท้า ปวดหลังเท้าหรือปวดฝ่าเท้า 2. ปวดเท้าส่วนกลาง (midfoot pain) ได้แก่บริเวณเท้าส่วนกลาง ซึ่งโครงสร้างที่เกิดพยาธิสภาพจะอยู่บริเวณกระดูกข้อเท้าส่วนปลาย คือ navicula, cuniforms และ cuboid 3. ปวดเท้าส่วนหลัง (hindfoot pain) ได้แก่บริเวณเท้าส่วนหลัง ซึ่งพยาธิสภาพจะเกิดที่บริเวณกระดูกข้อเท้าส่วนต้น ได้แก่ talus และ calcaneus โรคประสาทเท้าอักเสบที่อาจเกิดจากการปวดหน้าเท้าจะสังเกตุอาการได้ดังนี้ อาการปลายประสาทอักเสบ มีอาการที่พบบ่อย ได้แก่ &#8211; มีอาการเหน็บและชาตามมือและเท้า &#8211; มีอาการแสบ หรือเจ็บแปลบบริเวณที่ได้รับผลกระทบ &#8211; กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยเฉพาะที่เท้า [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>อาการปวดหน้าเท้าอาจเป็นโรคประสาทอักเสบ</h2>
<p>การปวดหน้าเท้าอาจเกิดได้หลายสาเหตุ ซึ่งอาการปวดเท้านี้ เราต้องระมัดระวังและต้องหมั่นตรวจอาการของการปวดด้วย เพราะว่าอาจทำให้เป็นโรคประสาทอักเสบก็ได้</p>
<h3>อาการปวดเท้า แบ่งออกได้เป็น 3 ส่วนดังนี้</h3>
<p>1. ปวดเท้าส่วนหน้า (forefoot pain) ได้แก่ บริเวณตั้งแต่นิ้วเท้าขึ้นไปจนถึงกระดูกเท้า (metatarsal bone) ซึ่งสามารถแบ่งออกตามตำแหน่งต่างๆ ได้เป็น ปวดนิ้วเท้า ปวดข้อนิ้วเท้า ปวดหลังเท้าหรือปวดฝ่าเท้า</p>
<p>2. ปวดเท้าส่วนกลาง (midfoot pain) ได้แก่บริเวณเท้าส่วนกลาง ซึ่งโครงสร้างที่เกิดพยาธิสภาพจะอยู่บริเวณกระดูกข้อเท้าส่วนปลาย คือ navicula, cuniforms และ cuboid</p>
<p>3. ปวดเท้าส่วนหลัง (hindfoot pain) ได้แก่บริเวณเท้าส่วนหลัง ซึ่งพยาธิสภาพจะเกิดที่บริเวณกระดูกข้อเท้าส่วนต้น ได้แก่ talus และ calcaneus</p>
<h3>โรคประสาทเท้าอักเสบที่อาจเกิดจากการปวดหน้าเท้าจะสังเกตุอาการได้ดังนี้</h3>
<p>อาการปลายประสาทอักเสบ มีอาการที่พบบ่อย ได้แก่<br />
&#8211; มีอาการเหน็บและชาตามมือและเท้า<br />
&#8211; มีอาการแสบ หรือเจ็บแปลบบริเวณที่ได้รับผลกระทบ<br />
&#8211; กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยเฉพาะที่เท้า<br />
&#8211; เสียการทรงตัวและการประสานงานของอวัยวะในร่างกาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-453 size-full" src="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/ปวดฝ่าเท้า-pobpad.jpg" alt="อาการปวดหน้าเท้า" width="650" height="433" srcset="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/ปวดฝ่าเท้า-pobpad.jpg 650w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/ปวดฝ่าเท้า-pobpad-300x200.jpg 300w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/ปวดฝ่าเท้า-pobpad-630x420.jpg 630w" sizes="auto, (max-width: 650px) 100vw, 650px" /></p>
<h3>วิธีแก้ไขปัญหาปวดหน้าเท้า</h3>
<p>วิธีที่สำคัญที่สุดในการหลีกเลี่ยงเส้นประสาทที่ถูกกดทับคือการสวมรองเท้าสุขภาพที่มีความยาวและความกว้างที่ถูกต้อง คุณต้องแน่ใจว่าโครงสร้างของรองเท้าเข้ากับรูปเท้าของ ด้วยการสั่งตัดรองเท้าสุขภาพเพื่อให้รองเท้าของเราพอดีกับเท้าจริงๆ ไม่คับไปหรือหลวมไป</p>
<p>หากยังคงมีอาการปวดเท้าอยู่ให้ไปที่ Foot Clinic by Talon ที่มีบริการตรวจสุขภาพเท้าฟรี ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะมีการให้บริการดังนี้</p>
<p>● ทดสอบการเดินและการลงน้ำหนักของเท้าด้วยเครื่อง Foot plantar pressure<br />
● วัดเท้าด้วย 3D Scanner ตรวจสอบความกว้างยาวสูงของเท้า<br />
● ให้คำแนะนำเพื่อในการแก้ปัญหาของเท้า หรือสามารถสั่งตัดเพื่อแก้ไขปัญหาด้านรองเท้าที่ใส่ไม่สะดวก</p>
<p><span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://bkkhealthcare.com/">BKK Healthcare</a></strong> <span style="color: #000000">เ</span></span>ว็บไซต์สุขภาพยอดนิยม</p>
<p>ขอบคุณรูปภาพจาก Paolo Hospital , <span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://www.pobpad.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%9D%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2" target="_blank" rel="noopener">Pobpad</a></strong></span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีการวัดเท้าง่าย ๆ ทำได้ด้วยตัวคุณเอง</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[BKK Healthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Mar 2021 11:57:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รองเท้าสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ขนาดรองเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[วัดขนาดเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเท้าด้วยตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการวัดเท้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=413</guid>

					<description><![CDATA[วิธีการวัดเท้าง่าย ๆ ทำได้ด้วยตัวคุณเอง เคยเจอปัญหานี้กันไหมคะ จะสั่งรองเท้าแต่ละที ก็ไม่มั่นใจว่าเท้าของเราควรใส่ไซซ์อะไรดี ซึ่งในท้องตลาดก็มีมาตรฐานการผลิตที่แตกต่างกัน ทำให้ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วเราควรจะใส่ไซซ์ไหนกันแน่ เราจึงจะมาแนะนำการวัดเท้าง่าย ๆ ที่ทำได้ด้วยตัวคุณเองมาฝากกัน เท่านี้ปัญหาโลกแตกในการสั่งรองเท้าก็จะหมดไปแล้วล่ะค่ะ วิธีการวัดเท้า ขนาดของเท้า ขนาดของเท้าที่พอดีนั้น โดยทั่วไปเราจะตัดสินจากความรอบและเส้นรอบวงของเท้าค่ะ ซึ่งเราสามารถทำได้หลากหลายวิธีด้วยกัน ดังต่อไปนี้ การวัดความยาวเท้าและเส้นรอบวงเท้า อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม : กระดาษ A4, ไม้บรรทัดยาว (30 ซม.), ปากกาหรือดินสอ Step 1 วัดความยาวของเท้า โดยอ้างอิงจากจุดที่ยาวที่สุดของเท้าทั้งสองด้าน 1.1 ให้ใช้ไม้บรรทัดขีดเส้นตรงตามแนวตั้งและแนวนอนตามภาพลงบนกระดาษ A4 โดยให้ในเส้นแนวตั้งยาวประมาณ 30 ซม. โดยทำมุมตั้งฉากกับเส้นนอน และให้จุดตัดกันสองเส้นเป็นจุด A หรือวางกระดาษชิดกำแพง จากนั้นยืนให้หลังส้นเท้าแตะกำแพงเบา ๆ 1.2 ยืนกางขาให้ห่างกันเท่ากับช่วงไหล่ และทิ้งน้ำหนักลงบนเท้าทั้งสองข้างให้เท่า ๆ กัน 1.3 วางส้นเท้าให้จุดที่ยื่นออกมามากที่สุดของส้นเท้าให้ตั้งฉากและอยู่ตรงกับจุด A และให้นิ้วเท้านิ้วชี้วางอยู่บนเส้นตั้ง 1.4 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><strong>วิธีการวัดเท้าง่าย ๆ ทำได้ด้วยตัวคุณเอง</strong></h2>
<p>เคยเจอปัญหานี้กันไหมคะ จะสั่งรองเท้าแต่ละที ก็ไม่มั่นใจว่าเท้าของเราควรใส่ไซซ์อะไรดี ซึ่งในท้องตลาดก็มีมาตรฐานการผลิตที่แตกต่างกัน ทำให้ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วเราควรจะใส่ไซซ์ไหนกันแน่ เราจึงจะมาแนะนำการวัดเท้าง่าย ๆ ที่ทำได้ด้วยตัวคุณเองมาฝากกัน เท่านี้ปัญหาโลกแตกในการสั่งรองเท้าก็จะหมดไปแล้วล่ะค่ะ</p>
<h3><strong>วิธีการวัดเท้า ขนาดของเท้า</strong></h3>
<p>ขนาดของเท้าที่พอดีนั้น โดยทั่วไปเราจะตัดสินจากความรอบและเส้นรอบวงของเท้าค่ะ ซึ่งเราสามารถทำได้หลากหลายวิธีด้วยกัน ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>การวัดความยาวเท้าและเส้นรอบวงเท้า<br />
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม : </strong>กระดาษ A4, ไม้บรรทัดยาว (30 ซม.), ปากกาหรือดินสอ</p>
<h3><strong>Step 1 วัดความยาวของเท้า โดยอ้างอิงจากจุดที่ยาวที่สุดของเท้าทั้งสองด้าน</strong></h3>
<p><strong>1.1 </strong>ให้ใช้ไม้บรรทัดขีดเส้นตรงตามแนวตั้งและแนวนอนตามภาพลงบนกระดาษ A4 โดยให้ในเส้นแนวตั้งยาวประมาณ 30 ซม. โดยทำมุมตั้งฉากกับเส้นนอน และให้จุดตัดกันสองเส้นเป็นจุด A หรือวางกระดาษชิดกำแพง จากนั้นยืนให้หลังส้นเท้าแตะกำแพงเบา ๆ<br />
1.2 ยืนกางขาให้ห่างกันเท่ากับช่วงไหล่ และทิ้งน้ำหนักลงบนเท้าทั้งสองข้างให้เท่า ๆ กัน<br />
1.3 วางส้นเท้าให้จุดที่ยื่นออกมามากที่สุดของส้นเท้าให้ตั้งฉากและอยู่ตรงกับจุด A และให้นิ้วเท้านิ้วชี้วางอยู่บนเส้นตั้ง<br />
1.4 ใช้ไม้บรรทัดสามเหลี่ยมหรือไม้บรรทัดธรรมดา วางทาบลงบนแนวของนิ้วเท้าที่ยาวที่สุด (อาจจะเป็นนิ้วชี้หรือนิ้วโป้งขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล) จากนั้นลากเส้นตรงในแนวนอนอีกเส้นให้ตัดกับเส้นในแนวตั้งที่มีอยู่กำหนดให้จุดที่ตัดกันป็นจุด B</p>
<p>*<strong>ข้อควรจำ</strong> <strong>การวัดความยาวระหว่างจุด </strong><strong>A และ จุด B  เราใช้เป็นหน่วยเซนติเมตรค่ะ</strong></p>
<h3><strong>Step 2</strong> <strong>วัดความกว้างและเส้นรอบวงรอบเท้า</strong></h3>
<p><strong>เราจะ</strong>วัดความกว้างและความกว้างเส้นรอบวงเท้า เพื่อหาระดับความกว้างของเท้าที่ถูกต้อง ซึ่งทำได้ด้วยการใช้สายวัดพันรอบเท้าจากจุดที่กระดูกยื่นออกมามากที่สุดของนิ้วโป้ง ไปถึงจุดที่กระดูกยื่นออกมามากที่สุดของนิ้วก้อย</p>
<p>2.1 ใช่้นิ้วจับเพื่อหาจุดที่กระดูกยื่นออกมามากที่สุดของนิ้วโป้งและนิ้วก้อย (เราจะแทนนิ้วโป้งเป็นจุด C และนิ้วก้อยเป็นจุด D)<br />
2.2 ใช้สายวัดพันจากหลังฝ่าเท้าขึ้นมาอย่าให้แน่นเกินไป และระวังให้สายวัดอยู่ตรงกับจุด C และ D<br />
2.3 ยืนตัวตรง ลงน้ำหนักเท้าทั้งสองให้สมดุล และอ่านขนาดความกว้างจากจุด C ถึงจุด D<br />
2.4 ใช้สายวัดพันรอบหน้าเท้าณ.ตำแหน่ง C-D แล้วอ่านค่าเส้นรอบวงของเท้าที่รอบจุด C และ D</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-437 size-full" src="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/mk2iwj.jpg" alt="วิธีการวัดเท้า" width="750" height="750" srcset="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/mk2iwj.jpg 750w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/mk2iwj-300x300.jpg 300w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/mk2iwj-150x150.jpg 150w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/mk2iwj-696x696.jpg 696w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/mk2iwj-420x420.jpg 420w" sizes="auto, (max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<h3><strong>Step 3</strong> <strong>เปรียบเทียบขนาดรองเท้าจากผลที่วัดได้</strong></h3>
<p>เราสามารถหา Chart ในการเปรียบเทียบขนาดของเท้าได้จากอินเทอร์เน็ต โดยดูได้จากการเทียบขนาดเท้าในจุด A และ B แล้วจึงนำขนาดของเส้นรอบวงเท้ามาเทียบเพื่อหาขนาดเท้าที่แท้จริง</p>
<p><strong>3. การวัดความกว้างหน้าเท้าและส้นเท้า<br />
</strong>3.1 ให้วางกระดาษ A4 สีขาวบนพื้นราบ แล้ววางเท้าของเราลงไปโดยให้ส้นเท้าและปลายกระดาษชิดกำพง<br />
3.2 เอาปากกาหรือดินสอปลายแหลมมาร์คจุดหรือตำแหน่งเอาไว้ โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนแรกจะอยู่บริเวณด้านบนถัดจากโคนนิ้วในจุดที่กว้างที่สุดของทั้งสองด้านของเท้า ส่วนที่สอง อยู่บริเวณตรงกลางด้านข้างของเท้า (ส่วนที่เว้า) และส่วนที่สาม อยู่บริเวณกึ่งกลางด้านข้างของเท้า<br />
3.3 ลากเส้นจากซ้ายมาขวาจากที่เราได้มาร์คเอาไว้ตามข้อ 2</p>
<p><strong>*ข้อควรจำ</strong> ปากกาจะต้องเป็นปลายแหลม เราจะต้องวางปากกาให้แนบกับผิวเท้าโดยไม่เหลือช่องว่าง</p>
<p>หากเราวัดเท้าตามที่แนะนำไปในข้างต้น จะช่วยให้เราได้ขนาดเท้าที่ชัดเจน ถูกต้องและพอดีกับเท้าของเรา โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาในระยะยาวตามมาด้วยค่ะ</p>
<p><span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://bkkhealthcare.com/">BKK Healthcare</a></strong> </span>เว็บไซต์สุขภาพยอดนิยม</p>
<p>ขอบคุณรูปภาพจาก Nike , <span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://www.sjgadget.com/product/1908/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81-%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2-6-20-%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%A3" target="_blank" rel="noopener">SJgadget</a></strong></span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีเลือก เก้าอี้ทำงานแบบ New Normal แบบไหนไม่ทำให้ปวดหลัง</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-new-normal/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[BKK Healthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Mar 2021 11:45:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เก้าอี้สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[New Normal]]></category>
		<category><![CDATA[เก้าอี้ทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เก้าอี้ทำงานแบบ New Normal]]></category>
		<category><![CDATA[เก้าอี้แก้ปวดหลัง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=411</guid>

					<description><![CDATA[วิธีเลือก เก้าอี้ทำงานแบบ New Normal แบบไหนไม่ทำให้ปวดหลัง ด้วยกระแสโควิดทำให้ใครหลายคนต้องเปลี่ยนวิถีชีวิต จากการนั่งทำงานในออฟฟิศมาเป็น Work from home แทน เอาล่ะสิ ทำงานไปแล้วทำไมปวดหลังขนาดนี้ นั่นเพราะคุณยังขาดเก้าอี้ดี ๆ สักตัวเอาไว้ทำงานยังไงล่ะคะ ถ้าใครกำลังมองหาเก้าอี้ทำงาน New Normal กันอยู่ เร่เข้ามาเลยค่ะ เราจะมาแนะวิธีเลือก เก้าอี้ทำงานแบบ New Normal แบบไหนที่นั่งไปแล้วจะไม่ทำให้ปวดหลัง รู้หรือไม่ว่า เก้าอี้ที่นั่งแล้วไม่ปวดหลัง มีอยู่จริง สำหรับเก้าอี้ทำงาน New Normal ก็คือเก้าอี้ที่เราใช้สำหรับนั่งทำงานแบบ Work from home นั่นแหละค่ะ ที่บอกว่าเก้าอี้ที่แล้วไม่ปวดก็คือเก้าอี้เพื่อสุขภาพนั่นเอง ปัจจุบันมีออกมาให้เลือกมากมาย โดยเฉพาะในรุ่นที่มีฟังก์ชั่นครบถ้วน ทำให้เก้าอี้หนึ่งตัวเป็นทั้งเก้าอี้ทำงานและเก้าอี้เพื่อสุขภาพ  แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเก้าอี้ตัวไหน คือ &#8220;เก้าอี้เพื่อสุขภาพ” ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าเก้าอี้สุขภาพคือ เก้าอี้ที่ถูกออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ของมนุษย์ มีการออกแบบที่เอื้ออำนวยและคำนึงถึงการรักษาสภาพของท่านั่งให้เหมาะสมกับลักษณะของร่างกายที่แตกต่างกัน เพื่อลดปัญหาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อจากการนั่งเป็นระยะเวลานาน ๆ ซึ่งเหมาะมากที่จะนำมาเป็นเก้าอี้แบบ New Normal จริง ๆ แล้วเก้าอี้แบบนี้เป็นเก้าอี้ที่ทุกคนควรเลือกมาใช้เพื่อเป็นการดูแลสุขภาพจากการนั่งของตัวเอง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><strong>วิธีเลือก เก้าอี้ทำงานแบบ </strong><strong>New Normal แบบไหนไม่ทำให้ปวดหลัง</strong></h2>
<p>ด้วยกระแสโควิดทำให้ใครหลายคนต้องเปลี่ยนวิถีชีวิต จากการนั่งทำงานในออฟฟิศมาเป็น Work from home แทน เอาล่ะสิ ทำงานไปแล้วทำไมปวดหลังขนาดนี้ นั่นเพราะคุณยังขาดเก้าอี้ดี ๆ สักตัวเอาไว้ทำงานยังไงล่ะคะ ถ้าใครกำลังมองหาเก้าอี้ทำงาน New Normal กันอยู่ เร่เข้ามาเลยค่ะ เราจะมาแนะวิธีเลือก เก้าอี้ทำงานแบบ New Normal แบบไหนที่นั่งไปแล้วจะไม่ทำให้ปวดหลัง</p>
<h3><strong>รู้หรือไม่ว่า เก้าอี้ที่นั่งแล้วไม่ปวดหลัง มีอยู่จริง</strong></h3>
<p>สำหรับเก้าอี้ทำงาน New Normal ก็คือเก้าอี้ที่เราใช้สำหรับนั่งทำงานแบบ Work from home นั่นแหละค่ะ ที่บอกว่าเก้าอี้ที่แล้วไม่ปวดก็คือเก้าอี้เพื่อสุขภาพนั่นเอง ปัจจุบันมีออกมาให้เลือกมากมาย โดยเฉพาะในรุ่นที่มีฟังก์ชั่นครบถ้วน ทำให้เก้าอี้หนึ่งตัวเป็นทั้งเก้าอี้ทำงานและเก้าอี้เพื่อสุขภาพ  แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเก้าอี้ตัวไหน คือ &#8220;เก้าอี้เพื่อสุขภาพ” ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าเก้าอี้สุขภาพคือ เก้าอี้ที่ถูกออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ของมนุษย์ มีการออกแบบที่เอื้ออำนวยและคำนึงถึงการรักษาสภาพของท่านั่งให้เหมาะสมกับลักษณะของร่างกายที่แตกต่างกัน เพื่อลดปัญหาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อจากการนั่งเป็นระยะเวลานาน ๆ ซึ่งเหมาะมากที่จะนำมาเป็นเก้าอี้แบบ New Normal จริง ๆ แล้วเก้าอี้แบบนี้เป็นเก้าอี้ที่ทุกคนควรเลือกมาใช้เพื่อเป็นการดูแลสุขภาพจากการนั่งของตัวเอง<br />
วิธีการสังเกตว่าเก้าอี้แบบไหนเป็นเก้าอี้ทำงาน New Normal ที่พกความเป็นเก้าอี้เพื่อสุขภาพมาด้วย นั่นคือ หากเป็นของแท้จริงๆ มักจะมีราคาค่อนข้างสูง เพราะเป็นเก้าอี้ที่ตอบโจทย์การนั่งในทุก ๆ มิติ รวมไปถึงความแข็งแรงของวัสดุ ที่ต้องมั่นใจทำให้ผู้นั่งกล้าทิ้งน้ำหนักของร่างกายลงไปอย่างเต็มที่ ในขณะนั่ง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุอันไม่คาดคิดที่เกิดจากการนั่ง เช่น การนั่ง เอนหลัง การบิดตัวต่าง ๆ  อีกทั้งระยะยาวการนั่งเก้าอี้ที่ไม่รองรับกับสรีระ และ รองรับอิริยาบทต่า งๆ ในขณะนั่ง อาจส่งผลให้โรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการนั่ง อาทิ เช่น โรคออฟฟิตซินโดรม และโรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูกสันหลัง กระดูกคอ เป็นต้น ถ้าหากเรายังไม่ตระหนักถึงความสำคัญตรงนี้ สุขภาพของเราก็จะเสียไปพร้อมกับเก้าอี้นั่นแหละค่ะ ซึ่งอาจจะส่งผลเสียกับงาน เพราะคุณจะต้องนั่งไปและทนปวดไป ประสิทธิภาพการทำงานก็อาจจะลดลง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-431 size-full" src="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/am-chair.jpg" alt="เก้าอี้ทำงานแบบ New Norma" width="770" height="433" srcset="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/am-chair.jpg 770w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/am-chair-300x169.jpg 300w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/am-chair-768x432.jpg 768w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/am-chair-696x391.jpg 696w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/am-chair-747x420.jpg 747w" sizes="auto, (max-width: 770px) 100vw, 770px" /></p>
<h3><strong>วิธีเลือก เก้าอี้ทำงาน </strong><strong>New Normal</strong></h3>
<ul>
<li>เก้าอี้ควรมีเบาะนั่งแยก 2 ชิ้น เพื่อกระจายแรงกดทับจากการนั่ง ซึ่งเป็นอะไรที่ทำได้ดีกว่าเก้าอี้ทั่วไป เพราะมันเป็นอะไรที่คนเราหลีกเลี่ยงได้ยากจาการนั่งทำงานเป็นเวลานาน ๆ</li>
<li>จะต้องมีฟังก์ชั่นที่หลากหลายและครอบคลุม ได้แก่ ปรับพนักพิงศีรษะได้ ปรับที่รองแขนได้ตามความเหมาะสม ปรับขนาดความกว้างของพนักพิง รวมถึงความสูงที่พอเหมาะกับแผ่นหลังของเรา ปรับองศาในการเอนหลังได้ มีโช๊คในการปรับระดับสูงต่ำของเก้าอี้ ในกรณีที่โต๊ะทำงานของคุณอาจเตี้ยหรือสูงเกินไป และปรับความหนืดของพนักพิงตามต้องการได้</li>
<li>ความแข็งแรงของวัสดุ ควรเลือกขาเก้าอี้ที่ทำมาจากอลูมิเนียม ซึ่งจะได้ความแข็งแรงและทนทานในการแบกรับน้ำหนักในปริมาณที่มากได้ โดยที่เก้าอี้จะยังไม่เสียรูปทรงไปเสียก่อน</li>
<li>ต้องเป็นเก้าอี้ที่ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์ หมายถึง เก้าอี้ที่สามารถจะปรับให้เข้ากับสรีระการนั่งของเราได้ โดยประโยชน์ของมัน คือช่วยลดการปวดเมื่อยของหลังในขณะนั่ง มีความสามารถในการปรับระดับซึ่งสามารถตอบสนองให้ผู้ใช้เกิดความสะดวกสบายในขณะนั่งทำงาน  ช่วยในการเคลื่อนไหวของร่างกายในขณะนั่งได้ดี ป้องกันความไม่สบายจากการนั่งและการกดทับที่เกิดขึ้นในร่างกาย ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้เกิดโรคเรื้อรังตามมาได้</li>
</ul>
<p>เราก็ได้รู้วิธีเลือกเก้าอี้ทำงาน New Normal แล้ว ต่อไปก็แค่ไปซื้อมาลองใช้กัน ถึงแม้ว่าที่ดี ๆ จะแพงสักหน่อย แต่การลงทุนเพื่อสุขภาพเป็นอะไรที่คุ้มค่าที่สุดแล้วค่ะ</p>
<p><span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://bkkhealthcare.com/">BKK Healthcare</a></strong> </span>เว็บไซต์สุขภาพยอดนิยม</p>
<p>ขอบคุณรูปภาพจาก <span style="color: #0000ff"><strong><a style="color: #0000ff" href="https://atkitchenmag.com/vitra-work-from-home-furniture-design/" target="_blank" rel="noopener">atkitchenmag</a></strong></span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รากฟันเทียมคืออะไร</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[BKK Healthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Mar 2021 11:22:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การทำรากฟันเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อดีรากฟันเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[รากฟันของเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[รากฟันเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[หมอฟัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=409</guid>

					<description><![CDATA[รากฟันเทียมคืออะไร รากฟันของเทียม คือวัสดุที่ฝังลงในขากรรไกร เพื่อทดแทนฟันธรรมชาติที่สูญเสียไป ซึ่งทันตแพทย์จะยึดติดที่ครอบฟันหรือสะพานฟันเข้ากับ “ราก” นี้ เพื่อทดแทนฟันที่สูญเสียไป รากเทียมมีรูปร่างคล้ายสกรู ทําจากโลหะไทเทเนียม มีความ หนา 3-5 มิลลิเมตร และยาว 8-16 มิลลิเมตร โดยปกติแล้วจะใช้เวลา 3-6 เดือน เพื่อให้รากเทียมติดได้อย่างแนบแน่นกับกระดูกขากรรไกร ก่อนที่จะใส่ฟันปลอมเข้าไป แต่ในบางกรณี อาจใช้เวลาเร็วกว่านั้น ส่วนที่ทดแทนรากฟันมักประกอบด้วย 3 ส่วนได้แก่ รากเทียม ที่รูปร่างคล้ายสกรูในกระดูกขากรรไกร เดือยรองรับครอบฟันที่ติดกับเหงือก และครอบฟันซึ่ง อยู่ด้านบนของเหงือก ขั้นตอนทั้งหมดจะใช้เวลานัดเพื่อทําการรักษา 4-8 ครั้ง รวมการตรวจรักษาทางทันตกรรมครั้งแรกด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะต้องทํารากเทียมเพื่อทดแทนฟันจํานวนเท่าใด ทําไมจึงต้องมีรากฟันของเทียม รากฟันของเทียมใช้เพื่อทดแทนฟันที่หายไปอันเนื่องจากการ บาดเจ็บ โรคฟันผุ โรคเหงือก หรือการสูญเสียฟันที่ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ (ฟันหายไป) หากคุณสูญเสียฟันจํานวนหลายซี่ ทันตแพทย์สามารถฝังรากฟันของเทียมจํานวนหลายชิ้นเพื่อเป็นฐานรองรับสะพานฟันหรือฟันปลอมแบบถอดได้ ขั้นตอนต่างๆ ระหว่างการรักษากับทันตแพทย์จะกินเวลาไม่มากนัก แต่มักจะมีระยะเวลาการรอที่ค่อนข้างนานเพื่อให้รากเทียมและกระดูกผสานกัน โดยระยะเวลาการรอจะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน ใครบ้างที่สามารถใส่รากฟันเทียมได้ การฝังรากเทียมเป็นวิธีการที่ได้รับการยอมรับและเหมาะสม กับคนจํานวนมาก คนส่วนใหญ่สามารถใส่รากเทียมได้ แต่ในบางกรณีอาจมีกระดูกในขากรรไกรไม่เพียงพอ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><a href="https://bpdcdental.com/tag/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1/" target="_blank" rel="noopener">รากฟันเทียม</a>คืออะไร</h2>
<p>รากฟันของเทียม คือวัสดุที่ฝังลงในขากรรไกร เพื่อทดแทนฟันธรรมชาติที่สูญเสียไป ซึ่งทันตแพทย์จะยึดติดที่ครอบฟันหรือสะพานฟันเข้ากับ “ราก” นี้ เพื่อทดแทนฟันที่สูญเสียไป รากเทียมมีรูปร่างคล้ายสกรู ทําจากโลหะไทเทเนียม มีความ หนา 3-5 มิลลิเมตร และยาว 8-16 มิลลิเมตร โดยปกติแล้วจะใช้เวลา 3-6 เดือน เพื่อให้รากเทียมติดได้อย่างแนบแน่นกับกระดูกขากรรไกร ก่อนที่จะใส่ฟันปลอมเข้าไป แต่ในบางกรณี อาจใช้เวลาเร็วกว่านั้น ส่วนที่ทดแทนรากฟันมักประกอบด้วย 3 ส่วนได้แก่ รากเทียม ที่รูปร่างคล้ายสกรูในกระดูกขากรรไกร เดือยรองรับครอบฟันที่ติดกับเหงือก และครอบฟันซึ่ง อยู่ด้านบนของเหงือก ขั้นตอนทั้งหมดจะใช้เวลานัดเพื่อทําการรักษา 4-8 ครั้ง รวมการตรวจรักษาทางทันตกรรมครั้งแรกด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะต้องทํารากเทียมเพื่อทดแทนฟันจํานวนเท่าใด</p>
<h3>ทําไมจึงต้องมีรากฟันของเทียม</h3>
<p>รากฟันของเทียมใช้เพื่อทดแทนฟันที่หายไปอันเนื่องจากการ บาดเจ็บ โรคฟันผุ โรคเหงือก หรือการสูญเสียฟันที่ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ (ฟันหายไป) หากคุณสูญเสียฟันจํานวนหลายซี่ ทันตแพทย์สามารถฝังรากฟันของเทียมจํานวนหลายชิ้นเพื่อเป็นฐานรองรับสะพานฟันหรือฟันปลอมแบบถอดได้ ขั้นตอนต่างๆ ระหว่างการรักษากับทันตแพทย์จะกินเวลาไม่มากนัก แต่มักจะมีระยะเวลาการรอที่ค่อนข้างนานเพื่อให้รากเทียมและกระดูกผสานกัน โดยระยะเวลาการรอจะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน</p>
<h3>ใครบ้างที่สามารถใส่รากฟันเทียมได้</h3>
<p>การฝังรากเทียมเป็นวิธีการที่ได้รับการยอมรับและเหมาะสม กับคนจํานวนมาก คนส่วนใหญ่สามารถใส่รากเทียมได้ แต่ในบางกรณีอาจมีกระดูกในขากรรไกรไม่เพียงพอ หรืออาจมีสาเหตุทางด้านสุขภาพ หรือรับประทานยาที่จํากัดทางเลือก ผู้ที่สูบบุหรี่จะมีความเสี่ยงมากขึ้นที่รากเทียมจะหลวมและต้องถูกถอดออก ทันตแพทย์ของคุณจะดําเนินการตรวจทางทันตกรรมอย่างละเอียดถี่ถ้วน และแจ้งให้คุณทราบว่าคุณสามารถทํารากฟันของเทียมได้หรือไม่ หรือมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-429 size-full" src="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/structure-of-implant.jpg" alt="รากฟันเทียม" width="700" height="548" srcset="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/structure-of-implant.jpg 700w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/structure-of-implant-300x235.jpg 300w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/structure-of-implant-696x545.jpg 696w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/structure-of-implant-536x420.jpg 536w" sizes="auto, (max-width: 700px) 100vw, 700px" /></p>
<h3>ข้อดีของการทำรากฟันของเทียม</h3>
<p>1. มีความสวยงามและใช้ได้ผลใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติ<br />
2. เพิ่มประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวอาหาร<br />
3. ไม่ต้องสูญเสียเนื้อฟันธรรมชาติ<br />
4. ช่วยคงสภาพของกระดูกขากรรไกร<br />
5. ช่วยแก้ปัญหาฟันปลอมหลวม</p>
<h3>ขั้นตอนในการทํารากฟันของเทียม</h3>
<p>1. การตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดโดยทําการเอกซเรย์ และพิมพ์ฟันและแบบขากรรไกร<br />
2. จากนั้นจะผ่าตัดเพื่อใส่รากเทียม และรอให้รากเทียมผสานติดกับกระดูกโดยธรรมชาติซึ่งใช้ระยะเวลา 3-6 เดือน<br />
3. ทันตแพทย์อาจตัดสินใจที่จะฝังรากเทียมไว้ใต้เหงือกเพื่อให้รากเทียมผสานกับกระดูกขากรรไกรได้ดี ซึ่งจะต้อง<br />
ทําการผ่าตัดเล็กๆ เพื่อต่อเดือยรองรับครอบฟันให้ยึดติดกับเหงือก<br />
4. เมื่อรากเทียมยึดติดแน่นสนิทดีแล้ว ทันตแพทย์จะพิมพ์ฟันและดําเนินขั้นตอนทางเทคนิคทันตกรรมเพื่อทําครอบ<br />
ฟัน สะพานฟัน หรือฟันปลอม<br />
5. ทันตแพทย์จะใส่ส่วนประกอบสุดท้ายภายในช่องปาก<br />
6. หลังจากใส่รากเทียมแล้วทันตแพทย์จะทำการนัดตรวจเพิ่มเติม</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong><a style="color: #0000ff;" href="https://bkkhealthcare.com/">BKK Healthcare</a></strong> </span>เว็บไซต์สุขภาพยอดนิยม</p>
<p>ขอบคุณรูปภาพจาก<strong><span style="color: #0000ff;"><a style="color: #0000ff;" href="https://www.paolohospital.com/th-TH/phahol/Article/Details/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1-%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E2%80%A6-%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%99" target="_blank" rel="noopener"> Paolo Hospital</a></span></strong></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
