<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เจ็บรองช้ำ &#8211; bkkhealthcare</title>
	<atom:link href="https://bkkhealthcare.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://bkkhealthcare.com</link>
	<description>แค่เว็บเวิร์ดเพรสเว็บหนึ่ง</description>
	<lastBuildDate>Fri, 21 May 2021 09:00:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>
	<item>
		<title>ปวดส้นเท้า อาการยอดฮิตของนักวิ่ง เป็นแล้วมีโอกาสหายขาดหรือไม่</title>
		<link>https://bkkhealthcare.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[BKK Healthcare]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Mar 2021 16:47:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อุปกรณ์เพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[รองเท้าสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ปวดส้นเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[ปวดเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[อาการปวด]]></category>
		<category><![CDATA[เจ็บรองช้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เท้าแบน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bkkhealthcare.com/?p=320</guid>

					<description><![CDATA[ปวดส้นเท้า อาการยอดฮิตของนักวิ่ง เป็นแล้วมีโอกาสหายขาดหรือไม่ อาการปวดที่ส้นเท้าเป็นอาการที่พบได้ทั้งในนักวิ่งหน้าใหม่และหน้าเก่า จากการวิ่งอย่างหักโหมและไม่ถูกวิธี ซึ่งคุณจะมีอาการปวดและกดเจ็บบริเวณส้นเท้า หรือแค่ลุกเดิน 2 – 3 ก้าวก็เจ็บแล้ว โดยเฉพาะก้าวแรกหลังตื่นนอนตอนเช้า ใครจะรู้ว่าอาการดังกล่าว อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังจะเป็น “โรครองช้ำ” อยู่ก็ได้ค่ะ แน่นอนว่าอาการเจ็บส้นเท้า คงไม่มีนักวิ่งคนไหนที่อยากเป็น เพราะว่าหากเมื่อเป็นแล้วจะต้องใช้ระยะเวลารักษานานพอตัว ถึงจะหายเจ็บ หลายคนคงสงสัยว่าแล้วอาการปวดที่ส้นเท้าแบบนี้ จะมีโอกาสหายขาดหรือเปล่านะ เราจะพาไปหาคำตอบกันค่ะ รองช้ำ ถือว่าเป็นอาการยอดฮิตของนักวิ่งซึ่งพบได้บ่อยมาก โดยอาการเจ็บรองช้ำนั้นเป็นการอักเสบของแผ่นเส้นเอ็นฝ่าเท้าที่ยึดระหว่างกระดูกส้นเท้าไปยังปลายเท้า ที่ทำให้อุ้งเท้าของเรานูนขึ้นจากพื้นซึ่งมีหน้าที่รองรับน้ำหนักตัวและรองรับแรงกระแทกในขณะยืน เดิน และวิ่งนั่นเอง แต่ก็จะยังไม่แสดงอาการปวดชัดเจน แต่ถ้าเรายังฝืนใช้งานซ้ำ ๆ ไปเรื่อย ๆ ก็จะทำให้เกิดการฉีกขาดได้มากขึ้นจนเกิดอาการอักเสบในที่สุด แต่สำหรับนักวิ่งแล้ว จะปวดที่ส้นเท้าจากอาการรองช้ำมากกว่าคนปกติ เช่น การฝึกวิ่งแบบหักโหม วิ่งในระยะทางที่ไกลเกินไป การสวมรองเท้าที่พื้นบางเกินไป รูปเท้ามีส่วนทำให้เกิดปวดส้นเท้าได้จริงหรือไม่ อาการปวดที่ส้นเท้าหรือรองช้ำนั้นพบได้มากในนักวิ่งที่มีรูปเท้าผิดปกติ เช่น เท้าแบน เท้าบิดเข้าข้างใน หรือในนักวิ่งที่มีการหดเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณน่อง และเอ็นร้อยหวาย เพราะจะมีแรงดึงที่ทำให้เอ็นฝ่าเท้าตึงมากกว่ารูปเท้าทั่วไป เป็นแล้วมีโอกาสหายขาดไหม แม้ว่าอาการปวดที่ส้นเท้าหรือรองช้ำนั้นจะไม่ได้อันตรายมากนักแต่ก็สร้างความทรมานและรำคาญใจให้กับนักวิ่งไม่น้อยเลยค่ะ โดยทั่วไป อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นในระยะเวลา [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><strong>ปวดส้นเท้า อาการยอดฮิตของนักวิ่ง เป็นแล้วมีโอกาสหายขาดหรือไม่</strong></h2>
<p>อาการปวดที่ส้นเท้าเป็นอาการที่พบได้ทั้งในนักวิ่งหน้าใหม่และหน้าเก่า จากการวิ่งอย่างหักโหมและไม่ถูกวิธี ซึ่งคุณจะมีอาการปวดและกดเจ็บบริเวณส้นเท้า หรือแค่ลุกเดิน 2 – 3 ก้าวก็เจ็บแล้ว โดยเฉพาะก้าวแรกหลังตื่นนอนตอนเช้า ใครจะรู้ว่าอาการดังกล่าว อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังจะเป็น “โรครองช้ำ” อยู่ก็ได้ค่ะ แน่นอนว่าอาการเจ็บส้นเท้า คงไม่มีนักวิ่งคนไหนที่อยากเป็น เพราะว่าหากเมื่อเป็นแล้วจะต้องใช้ระยะเวลารักษานานพอตัว ถึงจะหายเจ็บ หลายคนคงสงสัยว่าแล้วอาการปวดที่ส้นเท้าแบบนี้ จะมีโอกาสหายขาดหรือเปล่านะ เราจะพาไปหาคำตอบกันค่ะ<br />
รองช้ำ ถือว่าเป็นอาการยอดฮิตของนักวิ่งซึ่งพบได้บ่อยมาก โดยอาการเจ็บรองช้ำนั้นเป็นการอักเสบของแผ่นเส้นเอ็นฝ่าเท้าที่ยึดระหว่างกระดูกส้นเท้าไปยังปลายเท้า ที่ทำให้อุ้งเท้าของเรานูนขึ้นจากพื้นซึ่งมีหน้าที่รองรับน้ำหนักตัวและรองรับแรงกระแทกในขณะยืน เดิน และวิ่งนั่นเอง แต่ก็จะยังไม่แสดงอาการปวดชัดเจน แต่ถ้าเรายังฝืนใช้งานซ้ำ ๆ ไปเรื่อย ๆ ก็จะทำให้เกิดการฉีกขาดได้มากขึ้นจนเกิดอาการอักเสบในที่สุด แต่สำหรับนักวิ่งแล้ว จะปวดที่ส้นเท้าจากอาการรองช้ำมากกว่าคนปกติ เช่น การฝึกวิ่งแบบหักโหม วิ่งในระยะทางที่ไกลเกินไป การสวมรองเท้าที่พื้นบางเกินไป</p>
<h3><strong>รูปเท้ามีส่วนทำให้เกิดปวดส้นเท้าได้จริงหรือไม่</strong></h3>
<p>อาการปวดที่ส้นเท้าหรือรองช้ำนั้นพบได้มากในนักวิ่งที่มีรูปเท้าผิดปกติ เช่น เท้าแบน เท้าบิดเข้าข้างใน หรือในนักวิ่งที่มีการหดเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณน่อง และเอ็นร้อยหวาย เพราะจะมีแรงดึงที่ทำให้เอ็นฝ่าเท้าตึงมากกว่ารูปเท้าทั่วไป</p>
<h4><strong>เป็นแล้วมีโอกาสหายขาดไหม</strong></h4>
<p>แม้ว่าอาการปวดที่ส้นเท้าหรือรองช้ำนั้นจะไม่ได้อันตรายมากนักแต่ก็สร้างความทรมานและรำคาญใจให้กับนักวิ่งไม่น้อยเลยค่ะ โดยทั่วไป อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นในระยะเวลา 12 เดือน ซึ่งการรักษาจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการ หากอาการไม่รุนแรงสามารถกลับบ้านไปเพื่อทำกายภาพด้วยตนเองได้ แต่ในทางตรงกันข้าม หากรุนแรง แพทย์จำเป็นต้องใช้ยา รวมถึงการผ่าตัดเพื่อเลาะพังผืดที่มีปัญหาหรือเอาหินปูนที่เกาะบริเวณส้นเท้าออก<br />
วิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้หายขาดจากอาการปวดที่ส้นเท้าและเจ็บจากรองช้ำ คือ การหยุดพักจากกวิ่งจนกว่าจะหายเจ็บ นี่อาจจะเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้นักวิ่งหลายคนเลือกที่จะฝืนตัวเอง วิ่งต่อ และนั่นทำให้กลายเป็นต้องพักการใช้เท้าในระยะยาวได้เลยค่ะ ทางที่ดี ถ้าอยากที่จะวิ่งจริง ๆ ควรปรึกษานักกายภาพบำบัดเพื่อฝึกออกกำลังกายร่างกายส่วนล่างในน้ำ เพื่อลดการบาดเจ็บที่จะเกิดจากการวิ่งได้ รวมถึงการดูแลตัวเองดังนี้</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-345 size-full" src="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/20200420_s_Vu9F24c6Fj.png" alt="" width="750" height="407" srcset="https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/20200420_s_Vu9F24c6Fj.png 750w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/20200420_s_Vu9F24c6Fj-300x163.png 300w, https://bkkhealthcare.com/wp-content/uploads/2021/03/20200420_s_Vu9F24c6Fj-696x378.png 696w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong>1.</strong> <strong>เลือกใช้ความเย็นหรือความร้อนให้เหมาะสมกับการบรรเทาอาการปวด</strong></p>
<p>หากอาการอักเสบแบบฉับพลัน ในช่วง 1 – 2 วันแรก ควรประคบเย็นบริเวณส้นเท้าหรือใต้ฝ่าเท้า<br />
15 – 20 นาที หลังจากนั้น ให้แช่น้ำอุ่น 20 – 30 นาที จะช่วยให้สบายขึ้นและอาการปวดน้อยลง</p>
<p><strong>2.</strong> <strong>ควรใส่รองเท้าให้เหมาะกับรูปเท้าหรือใช้อุปกรณ์พยุงอุ้งเท้าให้เหมาะสม</strong></p>
<p><strong>อย่างเช่น คนที่มีรูปเท้าที่แบนและบิดเข้าด้านใน </strong>ใส่รองเท้าวิ่งแบบ Motion control shoe ที่มีอุปกรณ์ เสริมอุ้งเท้าด้านใน (arch support) หรืออุปกรณ์รองรับส้นเท้า (heel cushion) เพื่อปรับอุ้งเท้าให้ปกติ นอกจากนี้ นอกจากนี้ควรเลือกรองเท้าวิ่งให้มีขนาดพอดีกับเท้าและมีพื้นที่หนามากพอที่จะรับแรงกระแทกได้ดี</p>
<p><strong>3.</strong> <strong>ยืดเอ็นฝ่าเท้าให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น</strong></p>
<p>เมื่อเราทำการยืดโดยตรงที่บริเวณเอ็นฝ่าเท้า ก็จะช่วยกระตุ้นกระบวนการทำงานของเซลล์  fibroblast ให้ไปสร้างคอลลาเจนเพื่อซ่อมแซมตรงบริเวณเอ็นฝ่าเท้าที่มีการบาดเจ็บได้</p>
<p>การดูแลรักษาเท้าเป็นสิ่งสำคัญที่นักวิ่งทุกคนควรเอาใจใส่นะคะ เมื่อมีอาการบาดเจ็บ ควรหยุดพักเพื่อให้หายดี แล้วจึงกลับไปวิ่ง การฝืนไม่ใช่ทางออกที่ดีสำหรับทุกคนเสมอไป</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong><a style="color: #0000ff;" href="https://bkkhealthcare.com/">BKK Healthcare</a></strong> </span>เว็บไซต์สุขภาพยอดนิยม</p>
<p>ขอบคุณรูปภาพจาก scholl thailand , <strong><span style="color: #0000ff;"><a style="color: #0000ff;" href="https://hd.co.th/6-ways-to-relieve-heel-pain-at-anyone-i-do-it-at-home" target="_blank" rel="noopener">HD</a></span></strong></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
