แจกสูตรสบู่โยเกิร์ตไวท์สตรอว์เบอร์รี่

0
20
แจกสูตรสบู่โยเกิร์ตไวท์สตรอว์เบอร์รี่

แจกสูตรสบู่โยเกิร์ตไวท์สตรอว์เบอร์รี่ (Yogurt White Strawberry Soap)

  • สตรอเบอร์รี่
  • โยเกิร์ต
  • อาร์บูติน
  • กลูต้าไธโอน
  • นมสด
  • น้ำผึ้ง
  • น้ำมันมะพร้าว
  • AHA

สรรพคุณสารสกัด

สตรอว์เบอร์รี่

  1. ผิวดูอ่อนเยาว์ ไม่แก่ก่อนวัย

เพราะว่าสตรอว์เบอร์รี่มีกรดแอลลาจิก ที่เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันคอลลาเจนไม่ให้ถูกทำลาย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งในการเกิดริ้วรอยได้

  1. หมดปัญหาเรื่องสิว

นอกจากสตรอว์เบอร์รี่จะไม่ทำให้หน้าเราเหี่ยวแล้ว ยังช่วยลดปัญหาสิวบนใบหน้าได้อีกด้วย เพราะสาเหตุหลักของสิว มักเกิดจากรูขุมขนอุดตัน เนื่องจากต่อมไขมันผลิตความมันออกมามากเกินไปจนเกิดการอุดตันขึ้น แต่ปัญหานี้จะบรรเทาลงได้เมื่อทานสตรอว์เบอร์รี่ เพราะว่าสารอาหารในสตรอว์เบอร์รี่จะเข้าไปช่วยให้ต่อมไขมันเราผลิตความมันออกมาน้อยลง เลยทำให้ปัญหาสิวลดลงตามไปด้วย

  1. ป้องกันแสง UV

มีการวิจัยออกมาแล้วว่า สตอรว์เบอร์รี่สามารถช่วยป้องกันการถูกทำร้ายจากรังสี UVA ได้ แม้จะยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่แน่ชัด แต่ก็เชื่อว่า สิ่งที่น่าจะเชื่อมโยงกันระหว่างสตรอว์เบอร์รี่และรังสี UV ก็คือ anthocyanin สารที่ทำให้พืช ดอกไม้ และผลไม้มีสีเป็นสีแดง สารตัวนี้ไม่ได้ทำให้สตรอว์เบอร์รี่มีสีแดงเท่านั้น แต่ยังมีสรรพคุณอื่นๆ ที่ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย ต่อต้านอนุมูลอิสระ และมีฤทธิ์ต่อต้านการเกิดเนื้องอกด้วย อีกทั้งยังมีกรดแอลลาจิกก็ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ในช่วยในการป้องกันแสง UV

  1. ลดความมันบนผิวหน้า

ด้วยวิตามิน C ที่มีอยู่ในสตรอว์เบอร์รี่ เลยช่วยทำให้ลดความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้ และยังช่วยบำรุงผิว พร้อมฟื้นฟูผิวให้กลับมามีสุขภาพดี สวยใส

  1. ลดรอยคล้ำใต้ดวงตา

หากคุณกำลังประสบปัญหาใต้ตาดำเหมือนกับตาของหมีแพนด้าอยู่ล่ะก็ สตรอว์เบอร์รี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะมารับมือกับปัญหานี้ ซึ่งวิธีการลดรอยคล้ำไต้ดวงตาก็ทำคล้ายๆ กับการใช้แตงกวา ด้วยการหั่นสตรอว์เบอร์รี่เป็นแว่นๆ แล้วเอามาโปะทิ้งไว้ที่ตาประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก

  1. บำรุงริมฝีปาก

สตรอว์เบอร์รี่ยังช่วยบำรุงริมฝีปากของเราให้ดูสวย มีสุขภาพดี ด้วยการเอาสตรอว์เบอร์รี่ 2 ลูกไปบดผสมกับน้ำตาล 2 ช้อนชา แล้วเอาไปสครับที่ริมฝีปากประมาณ 1 นาทีแล้วล้างออก น้ำตาลจะช่วยขัดเซลล์ผิวที่ริมฝีปากอย่างอ่อนโยน พร้อมกับบำรุงริมฝีปากด้วยกรดในสตรอว์เบอร์รี่

  1. สครับผิว ช่วยให้ผิวกระจ่างใส มีออร่า

กรดและวิตามินซีในสตรอว์เบอร์รี่ยังช่วยในเรื่องความกระจ่างใสของผิวให้แลดูมีออร่า ในสตรอว์เบอร์รี่มีกรด salicylic ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป เราสามารถบำรุงผิวได้ทั้งกิน และเอามาทำเป็นสครับขัดผิวก็ได้ ด้วยการนำสตรอว์เบอร์รี่มาบดแล้วผสมน้ำมันมะกอกและน้ำตาลลงไป แล้วเอามาสครับผิวก่อนอาบน้ำ ก็จะช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส มีออร่ามากขึ้น และยังรู้สึกถึงความชุ่มชื้นของผิวอย่างไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนอีกด้วย

โยเกิร์ต

ชาวต่างชาตินิยมใช้โยเกิร์ตทาบำรุงผิว เพราะ โยเกิร์ตมีสารอาหารที่มีความสำคัญต่อร่างกายหลายชนิด เช่น วิตามินบี 2 วิตามินบี 5 วิตามินบี 12 แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ไอโอดีน สังกะสี และโมลิปดีนัม

โยเกิร์ตมีแร่ธาตุสังกะสี ที่ช่วยขจัดสิวให้ใบหน้าและผิวพรรณไม่มีด่างพร้อยจากร่องรอย รสเปรี้ยวและความเป็นกรดเล็กน้อยในโยเกิร์ตช่วยขจัดสิ่งสกปรก วิตามินช่วยบำรุงผิวคล้ายการอาบน้ำนม ช่วยลดอาการคันหนังศีรษะและป้องกันรังแค

ผิวเนียนใสด้วยโยเกิร์ต ผิวขาวใส กระชับรูขุมขน ป้องกันการเกิดริ้วร้อยก่อนวัย!!

อยากรู้ไหมคะว่าโยเกิร์ตอาหารว่างอันอร่อยของใครหลายๆ คน มีข้อดีต่อการบำรุงผิวอย่างไรบ้าง วันนี้เรามาพบกับประโยชน์อันดีเยี่ยมของโยเกิร์ตทีทำให้ผิวของเราขาวใสเนียน อย่างปลอดภัยและเป็นธรรมชาติกันค่ะ

โยเกิร์ตนั้นอุดมไปด้วยโปรตีน แคลเซียม วิตามินดี และโปรไบโอติก ซึง่โปรไบโอติกคือแบคทีเรียที่มีสุขภาพดีทีช่วยในการย่อยอาหาร นอกจากโยเกิร์ตจะมีคุณค่าต่อร่างกายภายในแล้วนั้น เรายังสามารถใช้โยเกิร์ตในการบำรุงผิวภายนอกได้อย่างดีมีประสิทธิภาพอีกด้วย ค่ะ

ประโยชน์ของโยเกิร์ตในการบำรุงผิว

– โยเกิร์ตช่วยในการให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนัง

ช่วยฟื้นฟูใบ หน้าที่หมองคล้ำให้กลับมาเนียนนุ่ม กระจ่างใส เพียงแค่ใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติในการพอกหน้า 2-3ครั้ง ต่อสัปดาห์ ซึ่งหลังจากที่ทำการพอกหน้านั้นคุณจะรู้สึกได้ถึงความชุ่มชื้นและความเรียบ เนียบของผิวหน้า

– การพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตอย่างสม่ำเสมอทำให้ใบหน้าขาวใส

ช่วยในการลดเลือนรอยแผลจากสิว ฝ้า กระ โดยการพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตเพื่อความขาวเนียนใสนั้น เราสามาถใช้น้ำมะนาวหรือน้ำ

– โยเกิร์ตช่วยในการกระชับรูขุมขน

ซึ่งการพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตนั้นช่วยในการกระชับรูขุมขนที่กว้างให้เล็กลงหาก พอกหน้าเป็นประจำ โดยหลังจากพอกหน้าแล้วนั้นควรล้างหน้าด้วยน้ำเย็น

– โยเกิร์ตช่วยบรรเทาอาการผิวไหม้จากแสงแดด

หากคุณรู้สึกคันและระคายเคื่องบริเวณผิวไหม้ให้ใช้โยเกิร์ตพอกเพื่อให้ความ ชุ่มชื้นแก่บริเวณนั้น โดยทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาทีแล้วล้างออก

– โยเกิร์ตช่วยในการเยียวยาสิวบนใบหน้า

ด้วยคุณสมบัติของกรดธรรมชาติในโยเกิร์ตสามารถทำลายเชื้อแบคทีเรียสาเหตุที่ ทำให้เกิดสิว กำจัดเชื้อราหรือเชื้อโรคต่างๆ โดยพอกโยเกิร์ตในบริเวณที่เป็นสิวประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก ซึ่งการพอกโยเกิร์ตนี้จะช่วยให้ผิวสะอาดและลดอาการระคายเคืองและการเกิดสิวได้

– โยเกิร์ตป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย

นับว่าเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติอันยอดเยี่ยม สารต้านอนุมูลอิสระในโยเกิร์ตทำหน้าที่ช่วยในการป้องกันการเกิดริ้วรอย จากอนุมูลอิสระที่คอยทำลายเซลล์ผิวที่ก่อให้เกิดริ้วรอย

9 สูตรมาส์กต่อไปนี้ ก็เป็นสูตรมาส์กหน้าจากโยเกิร์ตที่จะช่วยแก้สารพันปัญหาผิวหน้าได้อยู่หมัดค่ะ

อัลฟ่าอาร์บูติน Alpha Arbutin คือ สารสกัดที่ได้จากพืช ซึ่งในพืชหลายชนิดมี Alpha Arbutin ที่มีหน้าที่ไปช่วยยับยั้งการ oxidation ของเอ็มไซน์ในร่างกายเรา ซึ่งกระบวนการนี้จะไปช่วยยับนั้งเม็ดสีเมลานินโดยตรง ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าเม็ดสีผิวเมลานินนั้นทำให้ผิวคล้ำ ซึ่งเราจะเห็นภาพได้ชัดคือ เมื่อเราปลอกผลไม้ทิ้งไว้ เช่น มะม่วงจะเกิดกระบวนการ oxidation มะม่วงจะเกิดคล้ำขึ้นเพราะสารเหล่านี้นั่นเอง สารเหล่านี้มีอยู่ทั้งในตัวพืชและสัตว์ทั่วไป ลักษณะของ Alpha Arbutin นั้นเป็นสารที่สามารถละลายน้ำได้ สลายตัวไดด้ง่าย จึงไม่เสถียรเท่าไหร่นัก แต่มีข้อดีคือมันสามารถใช้ได้ทุกสภาพผิว เช่น ผิวมัน ผิวแห้ง ผิวผสมค่ะ ซึ่งกระบวนการยับยั้งเซลล์ผิวนั้น อัลฟ่าอาร์บูตินมันได้ไปช่วยยับยั้งโดยตรง คือ ไปแก้ปัญหาที่ต้นเหตุกันเลย ทำให้ผลิตภัณฑ์ความงามทั่วโลกนิยมนิสารตัวนี้ไปใช้ เพราะเห็นผลเร็ว เหมาะกับไปเป็นส่วนผสมของ whitening ต่างๆ แต่มีข้อเสียคือ ราคาค่อนข้างแพง
ข้อดีของ Alpha Arbutin อัลฟ่าอาร์บูตินคือ ไม่ทำให้ผิวบางลง เพราะมันไปยับยนั้งในเซลล์โดยตรงไม่ได้ทำการพลัดผิวใหม่ออกมา คือ บำรุงจากภายในนั้นเอง เมื่อผิวไม่บางลงเราก็สามารถบำรุงผิวไปพร้อมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น วิตามินซี ครีมกันแดด หรือ ครีมบำรุงผิวอื่นๆได้ตามสะดวก และแม้ว่าจะหยุดใช้อัลฟ่าอาร์บูตินแล้วก็ไม่ทำให้ผิวคล้ำขึ้นแต่อย่างใดอีกด้วย เราเพียงแต่หมั่นหลีกเลี่ยงแสงแดด หรือถ้าจะออกแดดก็ต้องหมั่นทาครีมกันแดดทุกครั้ง ให้ใช้วิตามินซีเข้มข้นร่วมกับอัลฟ่าอาร์บูตินจะทำให้ผิวเราขาวไว นาน ไม่กลับไปหมองคล้ำอีก

ประโยชน์ของกลูต้าไธโอนมีอะไรบ้าง

สารกลูต้าไธโอน ถือเป็นสุดยอดของสารต้านอนุมูลอิสระ ทำหน้าที่สำคัญในการทำงานของวิตามินซีและอี หากร่างกายได้รับปริมาณของสารนี้สูง คุณภาพและสุขภาพผิวจะดีขึ้น สารนี้ยังมีหน้าที่สำคัญในการขับสารพิษออกจากเซลล์ โดยขจัดโลหะหนัก สารพิษ และอนุมูลอิสระ ซึ่งทำลายคุณภาพการทำงานของเซลล์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเซลล์ผิว การเกิดเม็ดสีคล้ำ (pigmentation) บนผิวหนัง เช่น จุดด่างดำที่เกิดขึ้นตามวัย หรือแม้แต่ริ้วรอยต่างๆ สามารถลดลงและหลีกเลี่ยงได้โดยการเพิ่มสารกลูต้าไธโอนในร่างกาย สารกลูต้าไธโอนทำหน้าที่ช่วยการทำงานของตับ ไต และลำไส้ ซึ่งเป็นอวัยวะที่ช่วยขับสารพิษในร่างกาย สารกลูต้าไธโอนช่วยในการขับสารพิษได้ 2 วิธี ดังนี้คือ

  • ขจัดสารพิษ และสารเคมีที่ช่วยในการย่อยซึ่งร่างกายดูดซึม
  • ขัดขวางและทำให้สารพิษมีค่าเป็นกลางก่อนที่ลำไส้จะดูดซึม

หน้าที่ของกลูต้าไธโอนในการปกป้องผิว

รังสียูวีจากแสงแดดสามารถทะลุผ่านเข้าไปยังผิวชั้นใน และก่อให้เกิดปัญหาผิวเสื่อมก่อนวัยได้ เนื่องจากรังสียูวีเข้าไปทำลายเส้นใยคอลลาเจน สารกลูต้าไธโอนเป็นสารต้านอนุมูลอิสนะ ที่ช่วยปกป้องเส้นใยคอลลาเจนจากการถูกทำลายโดยรังสียูวี รวมถึงปกป้องการยืดหยุ่นของผิวอีกด้วย

ทำไมกลูต้าไธโอนจึงทำให้ผิวขาว

สาเหตุหลักของผิวที่เข้มขึ้นและการเกิดกระก็คือ การที่เซลล์เมลาโนไซต์สังเคราะห์เมลานินในปริมาณที่มากเกินไปในผิวชั้นใน (dermis) ไทโรซิเนสเป็นเอนไซม์หลักในกระบวนการสังเคราะห์เมลานิน เม็ดสีเมลานินมี 2 ชนิด ได้แก่

  • ยูเมลานิน (Eumelanin) เป็นเซลล์เม็ดสีเข้มที่พบในสีผิวของคนผิวสี
  • ฟิโอเมลานิน (Pheomelanin) เซลล์เม็ดสีแดงที่พบมากในผิวของคนผิวขาว

กลูต้าไธโอนลดการผลิตเม็ดสี ที่เกิดจากกระบวนการของเอนไซม์ไทโรเนส และเปลี่ยนเซลล์เม็ดสีเข้มยูเมลานิน (eumelanin) เป็นเซลล์สีเหลืองหรือแดงฟิโอเมลานิน (pheomelanin) การลดเมลานินในร่างกายทำให้ผิวขาวขึ้น กระบวนการทำให้ผิวขาวของกลูต้าไธโอน เริ่มจากบริเวณเนื้อเยื่อผิวชั้นใน (dermis) ออกสู่เนื้อเยื่อผิวชั้นนอก (epidermis)

 

นมสด

รู้หรือไม่ว่า นมที่เรานิยมดื่มกันอยู่ทุกวันนั้นก็ทำให้ผิวของคุณสวยใสได้เหมือนกันนะคะ แถมยังทำให้ผิวนุ่มเนียนเหมือนผิวเด็กอีกด้วย แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นนมจืดเท่านั้นนะ เพราะหากเป็นนมที่มีส่วนผสมของน้ำตาลล่ะก็ รับรองได้เลยว่าผิวหน้าของคุณจะได้สิวมาเป็นของแถมแน่นอน แต่เอ! แล้วนมจะมีประโยชน์อย่างไรบ้างล่ะ เราไปดูประโยชน์ของนมที่มีต่อผิวกันแบบเต็มสตรีมกันเลยดีกว่าค่ะ

คุณประโยชน์จากนม เนรมิตผิวสวยสมบูรณ์แบบ

ทำให้ผิวนุ่มน่าสัมผัส เหมือนผิวเด็ก
เนื่องจากนมมีส่วนช่วยในการบำรุงผิวให้นุ่มเนียนได้ดี จึงสามารถนำมาบำรุงผิวหน้าให้เนียนใสได้ไม่ยากเลยล่ะ แถมยังช่วยทำความสะอาดรูขุมขนให้สะอาดหมดจดอีกด้วยนะคะ เรียกได้ว่า นอกจากนมจะทำให้ผิวของคุณนุ่มน่าสัมผัสเหมือนผิวเด็กแล้ว ยังทำให้ผิวเรียบเนียนไร้สิวอีกด้วยนะเออ

คุณประโยชน์จากนม เนรมิตผิวสวยสมบูรณ์แบบ

ช่วยปรับผิวให้ขาวกระจ่างใส
เพราะน้ำนมมีกรดแลคติกที่มีส่วนช่วยในการปรับสภาพผิวให้ดูขาวกระจ่างใสได้เป็นอย่างดี จึงเหมาะที่จะนำมาปรับสภาพผิวให้ดูขาวใสมากเลยล่ะ แต่ถ้าให้ดีแนะนำให้นำมาผสมกับแป้งหรือมะขามเปียก ทำเป็นครีมพอกหน้า จะมีประสิทธิภาพในการบำรุงผิวมากขึ้นจากเดิมอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ อย่างไรก็ลองทำกันดูนะคะ

คุณประโยชน์จากนม เนรมิตผิวสวยสมบูรณ์แบบ

ลดการเกิดริ้วรอย
ไม่ว่าใครก็ไม่อยากแก่เร็วใช่ไหมล่ะ เพราะฉะนั้นลองบำรุงผิวหน้าของคุณด้วยน้ำนมบ่อยๆ ดูสิคะ เพราะในน้ำนมนั้นมีสารตัวหนึ่งที่เรียกว่าไบโอติน ซึ่งมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนให้กับผิวได้เป็นอย่างดี จึงไม่ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยและช่วยชะลอความแก่ได้นั่นเอง

คุณประโยชน์จากนม เนรมิตผิวสวยสมบูรณ์แบบ

ช่วยกระชับรูขุมขนให้ดูกระชับมากขึ้น
น้ำนมมีส่วนช่วยในการกระชับรูขุมขนได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะเหมาะกับคนที่มีรูขุมขนกว้างมากเลยล่ะ ซึ่งนอกจากจะช่วยกระชับให้รูขุมขนดูเล็กลงได้แล้วยังช่วยลดการเกิดสิวได้อีกด้วย อย่างนี้ต้องเปลี่ยนจากครีมกระชับรูขุมขนมาใช้น้ำนมแทนแล้วล่ะไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมคะว่าน้ำนมจะมีประโยชน์ต่อผิวมากขนาดนี้ เพราะฉะนั้น เรามาบำรุงผิวด้วยน้ำนมกันเถอะค่ะ ซึ่งนอกจากจะทำให้ผิวของคุณดูเนียนใสมีสุขภาพดีแล้ว ยังไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองอีกด้วย ดีอย่างนี้ไม่ลองไม่ได้แล้วนะคะ ทีนี้สาวๆ คนไหนที่กำลังต้องการจะบำรุงผิวหน้าให้เนียนใสขึ้นก็ลองหยิบน้ำนมมาใช้กันดู  รับรองได้ผลแน่นอน

นมผึ้ง” คืออะไร?

นมผึ้ง” หรือ Royal jelly เป็นผลผลิตที่หลั่งออกมาจากต่อมไฮโปฟาริงจ์ (Hypopharyngeal Gland) ของผึ้งงาน นมผึ้งมีลักษณะเป็นของเหลวสีขาวคล้ายน้ำนม รสหวาน มีกลิ่นเปรี้ยวเล็กน้อย เป็นอาหารหลักของผึ้งนางพญาและตัวอ่อนผึ้ง เพื่อช่วยกระตุ้นในการเจริญเติบโต

นมผึ้งช่วยให้ผึ้งนางพญามีรูปร่างใหญ่โตและสวยกว่าผึ้งตัวอื่นๆ และที่สำคัญยังช่วยให้ผึ้งนางพญามีอายุยืนมากกว่าผึ้งงานถึง 20 เท่า ส่งผลให้ผึ้งนางพญาสามารถวางไข่เพื่อสืบพันธุ์ได้ประมาณ 2,500 ฟองต่อวันตลอดจนสิ้นอายุขัย

ในปัจจุบัน มีหลายๆ ประเทศเริ่มศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ “นมผึ้ง” เพื่อประโยชน์ของมันมาต่อยอดผลิตยารักษาโรค อาหารเสริม หรือแม้กระทั่งเป็นส่วนผสมของครีมบำรุงและเครื่องสำอาง

นมผึ้ง” เป็นยาอายุวัฒนะ มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยในการชะลอวัยและทำให้สุขภาพแข็งแรง เป็นแหล่งของสารอาหารที่ครบถ้วนสมบูรณ์มาก ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ช่วยลดปัญหาของสิว ฝ้า กระ และช่วยสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนังได้ด้วย

น้ำมันมะพร้าว

บำรุงผิวพรรณ

น้ำมันมะพร้าวมีสรรพคุณโดดเด่นในการเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ด้วยคุณสมบัติเด่นคือ ปกป้องผิวพรรณจากแสงแดด ลม ฝุ่นละออง และอุดมด้วยสารอาหารสำคัญที่ช่วยบำรุงและซ่อมแซมเซลล์ ฟื้นฟูเซลล์ผิวหนังให้แข็งแรงกลับมามีชีวิตชีวา เช่น วิตามินอี และมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื้น ทั้งเก็บรักษาความชุ่มชื้นในชั้นผิวหนังเอาไว้ ทำให้เซลล์ผิวเต่งตึง ช่วยลดริ้วรอยที่มักเป็นปัญหาที่น่ากังวลใจของผู้ที่มีริ้วรอยก่อนวัย และผู้สูงวัยอย่างได้ผล ในสมัยโบราณนับว่าเป็นเคล็ดลับในการดูแลผิวที่ผู้หญิงส่วนใหญ่มักใช้น้ำมันมะพร้าวทาหน้าเพื่อใช้บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใสไม่แห้งกร้าน เพื่อลดรอยเหี่ยวย่น แนะนำว่าหากจะใช้ทาให้ทาเฉพาะตอนกลางคืนหรือช่วงก่อนเข้านอน

รักษาสิว

น้ำมันมะพร้าวมีกรดลอริก (lauric acid) ช่วยขจัดเชื้อแบคทีเรีย บนใบหน้าป้องกันปัญหาใหญ่อย่างสิวเรื้อรัง ลดการอักเสบของสิว นอกจากนี้ยังมีวิตามิน E และวิตามิน K ช่วยลดรอยแผลเป็นหลังเกิดสิว น้ำมันมะพร้าวยังเหมาะกับผู้ที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย สามารถใช้ได้ทุกวัน

นอกจากรักษาสิวแล้วยังมีผลการศึกษาอีกมากมายพบว่าน้ำมันมะพร้าวสามารถช่วยรักษาอาการผิดปกติทางผิวหนัง เช่น โรคเรื้อน โรคสะเก็ดเงิน และหากใช้เป็นประจำน้ำมันมะพร้าวยังช่วยสมานแผลต่างๆ ได้ด้วย

บรรเทาผิวหน้าลอกแห้ง

น้ำมันมะพร้าวใช้ทาช่วยแก้อาการผิวแห้ง ผิวแตก ผิวลอก ผิวเป็นขุยได้ สาวๆ หลายคนมีปัญหาผิวหน้าลอก แห้ง ทาแป้งหรือเครื่องสำอางอยู่ไม่ทนและครีมบำรุงผิวไม่ซึมสู่ผิวหนัง สาเหตุเกิดจากผิวหนังผลัดเซลล์ผิวได้ไม่ดี หรือผิวขาดน้ำ น้ำมันมะพร้าว ช่วยได้โดย ทาน้ำมันมะพร้าวทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 10-30 นาที แล้วล้างออก ส่วนคนที่ผิวหน้าแห้งมากอาจใช้น้ำมันมะพร้าวทาแทนครีมบำรุงประเภทมอยส์เจอไรเซอร์สำหรับกลางคืนได้เลย

บำรุงผิวหน้า

สารอนุมูลอิสระ เป็นตัวการอันหนึ่งของการเกิดฝ้า และ กระ วิตามินอีในน้ำมันมะพร้าวจะทำหน้าที่ต่อต้านสารอนุมูลอิสระ ลดการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น ป้องกันรอยหมองคล้ำ ตามปกติผิวหนังจะสูญเสียความชุ่มชื้น เพราะถูกแดดและลม

น้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติเป็นสารรักษาความชุ่มชื้น รักษาอาการผิวแห้ง แตก ลอก เป็นขุย ลดอาการผื่นแพ้ แสบคันตามผิวหนัง จึงช่วยให้ผิวนวลเนียน อีกทั้งช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด สามารถใช้น้ำมันมะพร้าวทาแก้ผิวไหม้แดด อาการแสบร้อนจะบรรเทาลง

น้ำมันมะพร้าวคือสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ นำสำลีชุบน้ำอุ่นแล้วบีบน้ำออก หยดน้ำมันมะพร้าว 2-3 หยดลงบนสำลีทาให้ทั่วใบหน้า สามารถทิ้งไว้ได้โดยไม่ต้องล้างออก จะช่วยให้ผิวหน้าเนียนนุ่มไม่แห้งกร้าน รู้สึกว่าผิวหน้าละเอียดขึ้น หน้าเนียนขึ้น รอยด่างดำจากสิวจางลงมากอย่างไม่น่าเชื่อ

ใช้ทาหน้าบางๆ ก่อนนอนแทนครีมบำรุงผิว แนะนำว่าต้องเป็นน้ำมันมะพร้าวแบบสกัดเย็น เพราะน้ำมันมะพร้าวที่ผ่านความร้อนจะทำให้วิตามิน E สลายไป ไม่เหมือนการสกัดเย็นที่ยังได้คุณค่าของน้ำมันมะพร้าวครบ

นอกจากจะใช้ทาบำรุงผิวหน้าแล้ว ผิวกายก็ควรใช้ร่วมด้วย เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดเมื่อย ปวดข้อต่างๆ ใช้เป็นประจำทุกวัน อุดมด้วยวิตามิน E ช่วยปกป้องรังสี UV

น้ำมันอัลมอนด์ มีประสิทธิภาพในการให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ทำให้ผิวไม่แห้งกร้าน ผิวหน้าจะค่อย ๆ เนียนนุ่มจนสัมผัสได้ ทำให้ผิวกระชับ อีกทั้งยังช่วยลดริ้วรอยก่อนวัยและรอยตีนกา

AHA ส่วนผสมสำคัญของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องสำอาง ที่หลายคนร่ำลือว่ามีประโยชน์ต่อผิวพรรณ ช่วยป้องกันสิว ลดริ้วรอยบนใบหน้า แต่แท้จริงแล้ว AHA คืออะไร และมีประโยชน์ต่อสุขภาพผิวอย่างไรบ้าง

AHA คืออะไร

AHA หรือ กรดอัลฟาไฮดรอกซี (Alpha Hydroxy Acids) คือ สารสกัดจากธรรมชาติที่มีฤทธิ์เป็นกรด เช่น กรดซีตริก (Citric Acid) จากผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว กรดทาร์ทาริก (Tartaric Acid) จากองุ่น กรดไกลโคลิก (Glycolic Acid) จากอ้อย กรดมาลิก (Malic Acid) จากแอปเปิ้ล และกรดแลคติก (Lactic Acid) จากนมเปรี้ยว เป็นต้น

AHA ถูกนำมาใช้คืนความอ่อนเยาว์และบำรุงผิวมายาวนานตั้งแต่อดีต และยังคงใช้กันอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ประสิทธิภาพการดูแลผิวขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของ AHA ในผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดด้วย ซึ่งกรดไกลโคลิคและกรดแลคติกเป็นชนิดที่ใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางมากที่สุด

 

การทำงานของ AHA

แสงแดดและกาลเวลาเป็นตัวการสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพเซลล์ผิวหนัง ซึ่ง AHA จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าหรือเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกจากชั้นผิวหนัง และเผยผิวที่มีสุขภาพดีออกมา การใช้ AHA ที่มีความเข้มข้นสูงและใช้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจส่งผลต่อชั้นผิวที่อยู่ลึกลงไป ด้วยการกระตุ้นการเกิดใหม่ของคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวนุ่มและริ้วรอยต่าง ๆ ดูลดเลือนลง

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคควรศึกษาข้อมูลการใช้ และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระบุปริมาณ AHA อย่างชัดเจน โดยการใช้ AHA ที่มีความเข้มข้นสูง ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสมอ

AHA ช่วยลดเลือนริ้วรอย ชะลอความชราบนใบหน้า

คอลลาเจน คือ โปรตีนที่ช่วยสร้างและซ่อมแซมเซลล์ เพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้แก่เนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนน้อยลง ทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอย ซึ่งผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ AHA จะกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวได้เร็วขึ้น ทำให้ริ้วรอยต่าง ๆ ลดเลือนลง และช่วยปรับสีผิวให้เรียบเนียนสม่ำเสมอ อีกทั้งยังมีการศึกษาค้นคว้าถึงประสิทธิภาพของครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ AHA วิตามิน บี3 วิตามินซี และวิตามินอี ซึ่งช่วยลดเลือนริ้วรอยและทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้นหลังจากใช้ไปแล้ว 21 วัน โดยไม่เกิดผลข้างเคียงต่อผิว

AHA ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และปรับสมดุลค่าพีเอชให้แก่ผิว

ผิวสุขภาพดีควรมีค่ากรดด่างหรือค่าพีเอช (pH) เป็นกรดเล็กน้อย หรืออยู่ระหว่าง 4.5-5.5 ซึ่งเรียกว่าผิวมีค่าพีเอชที่สมดุล ส่วนผิวที่มีค่าพีเอชไม่สมดุลจะมีแนวโน้มเป็นสิวและผิวแห้งได้มากกว่า ซึ่งกรดมาลิกจากแอปเปิ้ล มักถูกนำไปเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางหรือครีมบำรุง เพื่อช่วยปรับสมดุลค่าพีเอชให้แก่ผิว และอาจมีประสิทธิภาพดีกว่าเมื่อเทียบกับ AHA ชนิดอื่น ๆ ยิ่งไปกว่านั้น กรดมาลิกยังมีคุณสมบัติรักษาความชื้นได้ดี ซึ่งจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้อีกด้วย

AHA ช่วยป้องกันสิว และทำให้รอยสิวดูจางลง

เมื่อมีน้ำมันบนใบหน้ามากเกินไป รวมกับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และสิ่งสกปรกต่าง ๆ เข้าไปอุดตันตามรูขุมขน อาจเป็นเหตุทำให้เกิดสิวหัวดำ และหากเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียก็อาจทำให้กลายเป็นสิวอักเสบได้ในที่สุด AHA จะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และกำจัดสิ่งอุดตันตามรูขุมขน อีกทั้งยังช่วยลดอาการอักเสบ กระชับรูขุมขน กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่เรียบเนียนกว่า ทำให้รอยสิวดูจางลง ดีต่อผิวของผู้ที่เป็นสิวง่าย

ใช้ AHA อย่างไรให้ปลอดภัย

โดยทั่วไป การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA ในรูปแบบครีมทาผิวที่ระดับความเข้มข้นไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ค่อนข้างปลอดภัย แต่หากต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ AHA ที่มีความเข้มข้นมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ควรได้รับการดูแลภายใต้การควบคุมดูแลจากคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ส่วนผู้ที่ตั้งครรภ์หรือผู้ที่กำลังให้นมบุตรก็สามารถใช้ครีมทาผิว AHA ได้ที่ความเข้มข้นไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ควรบริโภค AHA ในรูปแบบอื่น เช่น ไม่ควรรับประทานกรดมาลิก เพราะยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยในแม่และเด็กทารกจากการใช้กรดชนิดนี้

อย่างไรก็ตาม การใช้ AHA อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวบอบบางและแพ้ง่าย เช่น ระคายเคือง ผิวบวมแดงหรือคัน ผิวแห้ง ผิวลอก สีผิวไม่เท่ากัน และผิวไวต่อแดด ดังนั้น ควรทาครีมกันแดดเสมอ เพื่อปกป้องผิวจากแสงอาทิตย์ ปรึกษาแพทย์เมื่อมีข้อสงสัย และไปพบแพทย์ทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่อาจเป็นอันตรายต่อผิวได้