โรคแบคทีเรียกินเนื้อ คืออะไร

0
2
โรคแบคทีเรียกินเนื้อ คืออะไร

โรคแบคทีเรียกินเนื้อ หรือที่เรียกว่า “เนื้อเน่า” (Necrotizing fasciitis) เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่รุนแรงและเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว สามารถทำลายเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกในผิวหนังได้ หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที โรคนี้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

แบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคนี้รวมถึง:

  1. Group A Streptococcus (GAS)
  2. Clostridium
  3. E. coli
  4. Staphylococcus aureus

อาการของโรคแบคทีเรียกินเนื้อรวมถึง:

  • ปวดอย่างรุนแรงและรวดเร็วในบริเวณที่ติดเชื้อ
  • ผิวหนังที่ติดเชื้ออาจบวม แดง และร้อน
  • อาการบวมโตของเนื้อเยื่อ
  • การเกิดตุ่มน้ำใสที่ผิวหนัง
  • ไข้สูง หนาวสั่น และอ่อนเพลีย

การรักษา:

โรคแบคทีเรียกินเนื้อต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน ซึ่งมักจะรวมถึง:

  • การผ่าตัดเพื่อเอาเนื้อเยื่อที่ตายออก
  • การให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำ
  • การรักษาตามอาการ เช่น การให้สารน้ำ การรักษาความดันโลหิต

การป้องกัน:

  • รักษาความสะอาดของบาดแผลและปิดแผลให้มิดชิด
  • ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ที่ติดเชื้อ
  • หากมีบาดแผลและมีอาการผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคแบคทีเรียกินเนื้อ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำและการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

การรักษาโรคแบคทีเรียกินเนื้อมักจะต้องใช้ยาปฏิชีวนะที่มีประสิทธิภาพสูง และบางกรณีอาจจำเป็นต้องผ่าตัดเอาเนื้อเยื่อที่ตายออกเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของการติดเชื้อ

หากมีอาการที่เข้าข่าย ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม